โดนัลด์ ทรัมป์ กับ หงส์ดำ

โดนัลด์ ทรัมป์ กับ หงส์ดำ

ท่ามกลางสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐกำลังพิจารณาญัตติห้ามใช้ TikTok โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดี ได้ออกมาประกาศสนับสนุนแพลตฟอร์มดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อเอาใจคนหนุ่มสาว ซึ่งถือเป็นหีบบัตรใบใหญ่

อีกประการหนึ่งนายทุนสำหรับการหาเสียงเลือกตั้งของทรัมป์คือ Jeff Yass หนึ่งในผู้ถือหุ้นของบริษัท ByteDance ซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม TikTok มีสำนักงานอยู่ที่ปักกิ่ง

จึงถือเป็นสัญญาต่างตอบแทน

Advertisement

เหตุที่หนุ่มสาวจำนวนมากยินดีกับการสนับสนุนของทรัมป์ก็เพราะ พวกเขานิยม TikTok อยู่แล้ว กอปรกับไม่พอใจกับการที่พื้นที่ของตนถูกครอบงำด้วยนักการเมือง จึงเกิดการต่อต้านและยืนในระนาบเดียวกับทรัมป์

กรณีถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับทรัมป์ที่จะมีโอกาสชนะเลือกตั้งในสิ้นปีนี้ จึงเชื่อว่าโดนัลด์ ทรัมป์ น่าจะทันรถขบวน TikTok ซึ่งมีผู้โดยสารถึง 170 ล้านคน เดินทางมุ่งสู่ทำเนียบขาว

หากย้อนมองอดีต สมัยที่ทรัมป์อยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดี เขาเป็นผู้ออกคำสั่งห้าม TikTok เมื่อกลางปี 2020 แต่วันนี้กลับเปลี่ยนแปลงจุดยืนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

Advertisement

ต้องไม่ลืมว่า ทรัมป์ผันตัวจากพ่อค้ามาเป็นนักการเมือง และไม่ทิ้งนิสัยการเป็นพ่อค้า หากเขาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ท่าทีที่มีต่อ TikTok อาจมีการเปลี่ยนแปลงก็ได้ เพราะเขาถูกมองว่าเป็นคนหุนหันพลันแล่น ไม่สำนึกบุญคุณ อุปนิสัยของเขา เพียงเพื่อสถานการณ์ต้องการ เขาก็กลายเป็นคนสองหน้า จึงเป็นเหตุให้ต้องพิจารณาเกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยแห่ง “พิชาน” ของสังคมอเมริกัน อันเป็นการถวิลหาศัตรูอย่างไม่ขาดสาย

คำสั่งห้าม TikTok ของโดนัลด์ ทรัมป์ ในสมัยนั้น ความจริงเป็นยุทธศาสตร์สกัดจีน แต่รัฐบาลกล่าวหาว่า แพลตฟอร์มของจีนเป็นการคุกคามความมั่นคง แต่ก็ไม่มีหลักฐานมานำสืบ จึงฟังไม่ขึ้น

ทรัมป์ได้ประกาศตั้งแต่หลายเดือนก่อนว่า ถ้าเขาได้รับเลือกครั้งนี้ สงครามยูเครนจะต้องยุติภายใน 24 ชั่วโมง และฟื้นฟูสัมพันธภาพกับปูติน เปลี่ยนจากศัตรูให้เป็นมิตร

แต่เมื่อศัตรูอย่างรัสเซียหมดไป สหรัฐก็ต้องหาศัตรูใหม่ เมื่อนั้นประเทศจีนก็น่าจะเป็น “ศัตรูที่ดีที่สุด” ก็เพราะว่าภายในสังคมสหรัฐเกิดความขัดแย้งแตกแยก นับวันทวีความรุนแรงมากขึ้น ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องหา “ศัตรูที่ดีที่สุด” มาเป็นเป้าของนักการเมือง

ฉะนั้น การหาเสียงของโจ ไบเดน ครั้งนี้จึงเริ่มต้นด้วยการต้านจีน โดยการสกัดห่วงโซ่การส่งออก “วงจรรวม” ไปจีน จึงไม่แปลกที่ “ไร มอนโด” รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์เจริญรอยตาม โดยเธอกล่าวว่า หากอนุญาตให้รถยนต์ไฟฟ้า BYD ของจีนเข้าสหรัฐ อาจทำให้รถยนต์ไฟฟ้า 3 ล้านคันหยุดอยู่บนถนนในสหรัฐ เป็นเหตุให้อเมริกันชนตื่นตระหนก

การที่ “ไบเดน” ข่มขู่จีนสกัดวงจรรวม และ “ไร มอนโด” เสียดสีด้วยประเด็นรถยนต์เต็มถนนตามมานั้น อุปมาเหมือนกับ “อลัชชี” เริ่ม “ยายชี” ตาม ในขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่ารถยนต์ไฟฟ้าจีนที่ประกอบในเม็กซิโก ถ้าจะนำเข้าอเมริกา เขาจะเรียกเก็บภาษีนำเข้า 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม

อย่างไรก็ตาม ณ นาทีนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ดูเหมือนเป็นทหารที่ช่วยชีวิตของ TikTok เพราะเนื่องได้รับกระสุนดินดำอย่างอุดม แต่ ณ นาทีต่อไป ทรัมป์อาจแปลงมิตรให้เป็นศัตรู โดยการแทงข้างหลัง TikTok

หากพินิจให้ดี ก็จะประจักษ์ถึงการเมืองภูมิภาคและความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ เหตุการณ์ในทำนอง “หงส์ดำ” และ “แรดเทา” อาจแจ้งเกิดพร้อมกัน จึงเป็นความกังวลในดวงหทัยของคนทั้งโลก

อันทฤษฎีหงส์ดำ (Black Swan) เป็นแนวคิดของ NassimTaleb นักเขียน นักวิเคราะห์ความเสี่ยงอเมริกัน ซึ่งปรากฏในหนังสือที่เขาได้ประพันธ์ไว้ อันหมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมิได้คาดคิดมาก่อน แต่ผลกระทบรุนแรง เช่น สงครามโลกครั้งที่ 1 เหตุการณ์ 911 สึนามิเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฯลฯ

ส่วนทฤษฎีแรดเทา (Grey Rhino) เป็นแนวคิดของ Michele Wucker นักเขียนนักวิจารณ์อเมริกัน หมายความว่าความเสี่ยงที่เริ่มเห็นแนวโน้มหรือความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น

กรณีของโดนัลด์ ทรัมป์ จากอดีตสั่งห้ามแพลตฟอร์ม TikTok แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นผู้ให้การสนับสนุน คงไม่เข้าข่ายทฤษฎี “แรดเทา” เพราะยังไม่เห็นแนวโน้มมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น

ส่วนประเด็นที่จะเข้าข่ายทฤษฎี “หงส์ดำ” หรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่น่าวินิจฉัย

ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image