หน้าแรก คอลัมนิสต์ พยัคฆ์ซ่อน มั...

พยัคฆ์ซ่อน มังกรซุ่ม : เด็ดเดี่ยว มั่นคง ประสาน พลัง‘วิริยภาพ’ จิตหนึ่ง ใจเดียว

4.04.24 | 11:17 น.
พยัคฆ์ซ่อน มังกรซุ่ม : เด็ดเดี่ยว มั่นคง ประสาน พลัง‘วิริยภาพ’ จิตหนึ่ง ใจเดียว

กระบวนการเผชิญกับปัญหา บริหารปัญหาของเซียวเหอน่าศึกษาอย่างเป็นพิเศษภายใต้ข้อจำกัดของสถานการณ์
จุดเด่นเป็นอย่างมาก คือ ความเข้าใจต่อปัญหาของหานซิ่น
อ่าน “ความในใจ” ออกมาอย่างทะลุปรุโปร่ง ไม่ว่าจะเป็นอุปมาว่าด้วย “หญิงรูปงามบริสุทธิ์”
เหมือน “ดอกไม้” ที่มีสีสันอันงดงาม
ถึงแม้จะมีกลิ่นหอมดังดอกไม้ในเมืองฟ้าอมร ถ้าบังเกิดอยู่บนเขาสูงทะลุฟ้า อันเป็นที่ที่คนไปไม่ถึง
ไฉนจึงจะได้มาชม
ยิ่งเปรียบตนเองเป็นดั่ง “เห็ดมีสีแดง” หรือเป็นดั่ง “กระบี่อันมีคมดังกรด” จมอยู่ในแผ่นดิน ไม่มีผู้ใดขุดมาใช้ใครจะเห็นว่าดี
กระบวนการตัดสินใจของเซียวเหอเป็นไปอย่างเฉียบขาด ตรงเป้า

กระบวนการหนึ่งซึ่งถือเป็นกระบวนการโดยพื้นฐาน นั่นก็คือ ใช้เวลา 2 วันในการติดตามและเกลี้ยกล่อมหานซิ่นให้อยู่ต่อ
กระบวนการหนึ่งจึงเข้าเฝ้าฮั่นอ๋องยืนกรานอย่างเด็ดเดี่ยว
“ทหารทั้งปวงหนีพอจะหาได้ซึ่งจะหาเหมือนหานซิ่นนี้ยากนัก ถ้าไต้อ๋องจะอยู่เมืองโปต๋งแล้วแล้วจะให้หานซิ่นไปอยู่เมืองอื่น
ก็ตั้งแต่จะไม่เป็นสุขปลายมือ
ไต้อ๋องยังจะคิดเป็นเจ้าแผ่นดินกระทำศึกกับฌ้อปาอ๋องต่อไปเบื้องหน้าแม้นหา หานซิ่นไม่ผู้ใดซึ่งจะเป็นแม่ทัพเห็นจะรับฌ้อปาอ๋องไม่ได้
ถ้าหานซิ่นไม่ได้เป็นแม่ทัพแล้ว
ข้าพเจ้าก็จะคืนเครื่องยศถวาย ขอลาไปอยู่บ้านเมืองเก่า ทิศตะวันออกเฉียงใต้ยึดไปเมื่อหน้าเมืองโปต๋งจะไม่พ้นข้าศึกเมืองตะวันออก”
นั่นคือความเด็ดเดี่ยว นั่นคือเสาค้ำยันหานซิ่น

ความน่าสนใจอยู่ที่ถึงแม้เซียวเหอจะเอาตนเองเป็นหลักประกัน หาเหตุผลสร้างความมั่นใจให้กับการตั้งหานซิ่นเป็นแม่ทัพ
สะท้อนให้เห็นว่าฌ้อปาอ๋องมีอารมณ์ “ค้าง” กับหานซิ่น
แน่นอนโดยพื้นฐานฌ้อปาอ๋องยังติดกับภาพ “เก่า” ของหานซิ่นตั้งแต่อดโซอยู่บ้านเกิดเมืองไหวอิน
ย่อมเป็นสมญาเรียกขานที่ว่า “ไอ้หนุ่มลอดหว่างขา”
ถือเป็นบทเรียนสำคัญต่อทุกผู้คน หากมีภาพจำอย่างใดอย่างหนึ่งตรึงแน่นประทับมั่นก็ยากยิ่งที่จะลบให้จางคลายหายไป
อย่าว่าแต่ฌ้อปาอ๋อง แม้กระทั่งจางเหลียงก็ยังหนีไม่พ้น
ต่อเมื่อเซียวเหอย้อนกลับไปสนทนากับหานซิ่นอีกครั้งด้วยความอุตสาหวิริยะแรงกล้าหานซิ่นจึงหยิบ “หนังสือลับ” ของจางเหลียงมาให้
เซียวเหอจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก

เป็นความโล่งอกเพราะตระหนักในความสำคัญของ “หนังสือลับ” เป็นความโล่งอกเนื่องจากมั่นใจว่าการน่าจะเรียบร้อยและราบรื่น
ยุทธนิยาย “ไซฮั่น” สำนวนวังหลังวาดพรรณา
ต่อเมื่อเซียวเหอสอบถามหานซิ่นด้วยความอุตสาหะวิริยะแรงกล้าหานซิ่นจึงหยิบหนังสือของจางเหลียงมาให้
ทุกอย่างจึงดำเนินไปสู่หนทางอันราบรื่น
เมื่อฉีกหนังสือออกอ่าน เมื่อแจ้งว่าเป็นหนังสือสำคัญของจางเหลียงจึงมีความยินดียิ่งนัก
“ครั้งนี้สมคะเนแล้ว” พลางถาม “ทำไมจึงไม่บอกให้รู้ตั้งแต่แรก”
หานซิ่นตอบว่า “ครั้นข้าพเจ้าจะเอาหนังสือออกแจ้งก่อนข้าพเจ้าก็เพิ่งมาสามิภักดิ์ยังไม่เห็นดีแลร้ายจึงอุตส่าห์ทำให้ท่านเห็นน้ำช่วยเพ็ดทูลความชอบให้
ครั้งนี้เห็นท่านรักแผ่นดินจริงข้าพเจ้าจึงบอก”

ที่ระบุว่าเซียวเหอสำแดงความพยายามในการเกลี้ยกล่อมเพื่อให้หานซิ่นอยู่รับราชการกับพระเจ้าฌ้อปาอ๋องนั้น
ดำเนินไปด้วยความอุตสาหะวิริยะนั้นมีความจริงแท้
การใช้คำว่าเกลี้ยกล่อมด้วยความเด็ดเดี่ยวสอดคล้องคล้องรับกับการยืนหยัดในหลักการของเซียวเหออย่างเป็นรูปธรรม
นี่มิได้เป็นเรื่องวูบๆ วาบๆ เชิง “กระแส”
ตรงกันข้าม เป็นเรื่องที่เซียวเหอมีความเข้าใจ ตระหนักรู้ในคุณธรรมและความสามารถของหานซิ่นอย่างถ่องแท้
เมื่อตระหนัก รับรู้ด้วยความเข้าใจจึงมีความมั่นใจ
เป็นความมั่นใจในระนาบเดียวกันกับความมั่นใจของจางเหลียง เป็นสายตาอันคมกริบของนักวางกลยุทธ์ทั้งของจางเหลียงทั้งของเซียวเหอ
นี่ย่อมต่างไปจากฌ้อปาอ๋อง นี่ย่อมต่างไปจากฮั่นอ๋อง

Advertisement

ความน่าสนใจอย่างเป็นพิเศษในกรณีของหานซิ่น สะท้อนความน่าสนใจในวิจารณญาณและบทสรุปของนักวางกลยุทธ์
ไม่ว่าในด้านของฟานเจิง ไม่ว่าในด้านของจางเหลียง เซียวเหอ
ทั้งๆ ที่ฟานเจิงทำงานให้กับพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ทั้งๆ ที่จางเหลียง เซียวเหอทำงานให้กับพระเจ้าฮั่นอ๋อง
หลายอย่างพวกเขาเห็น “ต่าง” แต่เห็น “ร่วม” ในกรณีของหานซิ่น
นั่นเพราะฟานเจิงมองคนอย่างประจักษ์ในประสิทธิภาพ ประสิทธิผล นั่นเพราะจางเหลียง เซียวเหอ มองคนอย่างประจักษ์ในประสิทธิภาพ ประสิทธิผล
มองเห็นผลใน “อนาคต” มองข้ามบางอย่างใน“อดีต”
เพียงแต่ฟานเจิงเมื่อเสนอแล้วก็ชี้คู่มือไปด้วย นั่นก็คือ หากไม่เอาหานซิ่นมาเป็นบริวารก็ชอบที่จะกำจัด
แต่จางเหลียง เซียวเหอ มิได้เป็นเช่นนั้น

กระนั้น หากพิจารณาเรื่องราวอย่างเปรียบเทียบก็สะท้อนให้เห็นความต่างระหว่างจางเหลียงกับเซียวเหอปรากฏขึ้น
นั่นก็คือ ทั้งสองก็มิได้รู้แจ้งแทงตลอดกับหานซิ่น
ขณะเดียวกัน หานซิ่นเองก็ดำเนินแต่ละจังหวะก้าวของตนในแบบ “งำประกาย” ไม่สำแดงจนหมดสิ้น
ยังใช้ “หนังสือลับ” มาเป็น “เครื่องมือ”
เครื่องมือในการตรวจสอบแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นระดับเซียวเหอ ไม่ว่าจะเป็นระดับพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง
เท่ากับเป็นการซื้อความรู้ แสวงหาความเข้าใจ
จางเหลียงเมื่อมอบกระบี่ มอบหนังสือลับให้แล้วก็อำลาจากหานซิ่นด้วยความมั่นใจ เล็งผลเลิศว่าทุกอย่างจะราบรื่น
แต่สภาพหาได้เป็นอย่างที่คาดหวังตั้งไว้ไม่

ต้องยอมรับว่าเซียวเหอเผชิญประสบกับปัญหาระหว่างข้อเสนอต่อพระเจ้าฌ้อปาอ๋องกับข้อเสนอต่อเซียวเหออย่างแหลมคม
แม้จะต้อง “อุปสรรค” แต่ก็ “อุตสาหะ” และ “วิริยะ”
การไม่เห็นด้วยจากพระเจ้าฮั่นอ๋องมีความสำคัญ และมีความจำเป็นต้องรักษาสถานะทางจิตใจของหานซิ่นเอาไว้
กระทั่งหานซิ่นปลงใจเห็นด้วยหยิบ “หนังสือลับ”ขึ้นมา
เมื่อแจ้งในเจตนาการของหานซิ่น เมื่อแจ้งในแต่ละจังหวะที่ดำเนินไปเหมือนกับเป็น “บททดสอบ”
เซียวเหอจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
โล่งอกเพราะได้อ่านหนังสือลับจากจางเหลียง โล่งอกเพราะการยอมรับของหานซิ่นทำให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น
จึงออกปากจากใจอันแท้จริงออกมาว่า
“ท่านนี้เป็นคนดีโดยแท้ ไม่มีผู้ใดจะเปรียบท่านแล้ว”