หน้าแรก คอลัมนิสต์ ติดอันดับโลก ...

ติดอันดับโลก โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

3.02.17 | 16:00 น.
แฟ้มภาพ

ระยะนี้ประเทศไทยเราตกเป็นข่าวติดอันดับโลกในหลายรายการวันก่อนก็มีเรื่องการจัดอันดับความโปร่งใสประจำปี ขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ อัน

แสดงถึงดัชนีชี้วัดด้านคอร์รัปชั่นของเรายิ่งตกต่ำลงไป โดยคะแนนลดลงจาก 38เหลือ 35 คะแนน และอันดับร่วงลงไปจาก 76 ไปอยู่ที่ 101

ซึ่งเป็นเรื่องไม่ดีนัก และจะส่งผลกระทบตามมาหลายด้าน

มาล่าสุด หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ สื่อยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ได้เสนอบทวิเคราะห์วิจัยประเทศที่เสี่ยงเผชิญเหตุการณ์รัฐประหาร 161 ประเทศทั่วโลกในปี 2560

ปรากฏว่าไทยเราติดอันดับโลกอีกแล้ว แถมมาแรงเป็นอันดับ 2 เลยทีเดียว

Advertisement

โดยอันดับ 1 คือ ประเทศบุรุนดีในทวีปแอฟริกา มีไทยแลนด์ของเราจี้ติดชนิดหายใจรดต้นคอ คะแนนใกล้เคียงกันมาก

วอชิงตันโพสต์อธิบายว่า ผลการวิจัยครั้งนี้พัฒนาจากต้นแบบงานวิจัยของนักรัฐศาสตร์ในสหรัฐอเมริกาที่ทำงานวิจัยทางการเมืองทั้งด้านการพัฒนาและภาวะไร้เสถียรภาพ จับตาเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศต่างๆ ระหว่างปี 2555-2558

รวมทั้งจากฐานข้อมูลสถิติจากองค์กรวิจัยทั่วโลก เช่น การเมือง การทหาร ความขัดแย้ง รวมทั้งเรื่องปากท้อง และราคาน้ำมันโลก ตั้งแต่ปี 2503 ถึง 2560

รวมถึงสถิติการเกิดรัฐประหารในอดีตที่ผ่านมา

จนกลายเป็นบทสรุปดังกล่าว

แน่นอนว่า ข้อมูลในเชิงวิจัย อาจจะไม่ใช่บทสรุปที่จะต้องปักใจเชื่อ

เพราะการเกิดรัฐประหารต้องมีปัจจัยซับซ้อนอีกหลายด้าน ที่งานวิชาการอาจเข้าไม่ถึง

ขณะเดียวกัน มีเสียงปฏิเสธอย่างแข็งขันจากผู้นำรัฐบาลและ คสช.อย่างทันควัน

เช่นกัน หลังข่าวงานวิจัยไทยเสี่ยงจะเกิดรัฐประหารเป็นอันดับ 2 ของโลกนี้ปรากฏออกมา

โดยยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากกองทัพมีความเป็นหนึ่งเดียว รัฐบาลและคสช.ก็มีความเป็นหนึ่งเดียว

ฟังจากผู้นำรัฐบาลและ คสช.ก็มีเหตุผล ทั้งในเรื่องความเป็นเอกภาพ ทั้งยังไม่มีปัญหาความขัดแย้งภายในผู้มีอำนาจ จึงยังมองไม่ออกว่าจะเกิดการปฏิวัติซ้อนขึ้นมาได้

แต่มองในมุมของฝ่ายวิเคราะห์วิจัย หลายปัจจัยก็เข้าข่าย ทั้งประเด็นความขัดแย้งของกลุ่มการเมืองต่างๆ ที่ยังฝังลึก จนต้องมาเร่งเดินหน้าแผนปรองดองกันในขณะนี้ ไปจนถึงปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องชาวบ้าน

ที่น่าคิดที่สุดคือ รัฐบาลและ คสช.เอง เริ่มไม่ได้อยู่สถานะฝ่ายเป็นกลางที่จะเข้ามาแก้ปัญหา มายุติปัญหา

เพราะกฎกติกาที่รัฐบาลและ คสช.พยายามนำมาใช้ควบคุมสังคม เริ่มเกิดการต่อต้านจากหลายฝ่าย เช่น ฝ่ายศาสนจักร หรือกรณีกฎหมายคอมพิวเตอร์ กฎหมายควบคุมสื่อมวลชน

ที่เป็นประเด็นซึ่งกังวลกันมากมาย ไม่พ้นกฎกติกาทางการเมือง ซึ่งนักวิเคราะห์ในบ้านเราเองเชื่อว่าจะเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่

เพราะที่รัฐบาลและ คสช.ผลักดันผ่านทีมร่างรัฐธรรมนูญนั้น เป็นการกดนักการเมืองมากเกินไป ผูกมัดมือไม้แขนขา จนแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะมีรัฐบาลเข้ามาบริหารบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองได้ในอนาคต

ดังนั้น คำเตือนเรื่องความเสี่ยงรัฐประหาร อาจไม่ต้องฟังจากสื่อต่างประเทศก็ได้

ข้อมูลจากคนในบ้านเราเอง เรื่องระเบิดเวลาลูกนี้ มีเหตุผลต้องรับฟังมากทีเดียว