The AI Act เสือกระดาษ
การที่กฎหมายปัญญาประดิษฐ์ว่าด้วยการควบคุมเทคโนโลยี (The AI Act) ฉบับแรกของโลกผ่านการอนุมัติจากสภายุโรป ได้สร้างความตื่นตระหนกและความกังวลแก่โลกเทคโนโลยีซอฟต์แวร์มิใช่น้อย
กฎหมาย AI มีเจตนาให้พันธมิตรยุโรปสร้างระบบที่เป็นเอกภาพ ทั้งนี้ หมายความรวมถึง AI Content ที่ใช้อุปกรณ์สมัยใหม่ เช่น ChatGPT, Jasper. Writesonic และแอพพลิเคชั่นอื่น
ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ กฎหมายควบคุมเอไอแบบครอบคลุมของโลกฉบับแรกแจ้งเกิดที่ยุโรป แต่มิใช่ที่สหรัฐหรือจีน ซึ่งเป็นประเทศผู้นำในการพัฒนาเอไอ จึงมากด้วยปัญหาและเป็นเหตุให้สังคมเกิดความสงสัย
อีกประการ 1 ขั้นตอนการพิจารณาของสภายุโรป ยังบกพร่องในด้านการปรึกษาหารือระดับสากล และที่สำคัญคือเอไอมิอาจใช้ในด้านการทหารซึ่งเป็นที่รับรู้ทั่วไปของสังคม ก็ไม่เห็นได้บัญญัติไว้ในกฎหมายดังกล่าว แต่เข้มข้นด้วยสีสันแห่งอุดมการณ์ แม้ทรงความหมาย แต่ไม่น่าจะเกิดผลเท่าที่ควร
พันธมิตรยุโรปได้รับรู้ร่วมกันทางการเมืองเกี่ยวกับกฎหมายปัญญาประดิษฐ์ เมื่อเดือนธันวาคม 2023 ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2024 สภายุโรปได้ผ่านกฎหมายด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 523 ไม่เห็นชอบ 46 สละสิทธิ์ 49 คาดว่าจะประกาศราวเดือนพฤษภาคมพร้อมกับสภายุโรปหมดวาระ และเมื่อได้รับการอนุมัติจากสภายุโรปชุดใหม่ กฎหมายอาจจะประกาศใช้ในราวต้นปี 2025
ต้องยอมรับว่า ตั้งแต่การเปิดตัว ChatGPT เมื่อต้นปี 2023 ได้ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านทางด้านเทคนิคในภูมิภาค ทั้งนี้ เนื่องจากเอไอถูกนำมาใช้ในทางธุรกิจและชีวิตประจำวันในวงกว้าง ผลกระทบในมุมลบและปัญหาทางด้านจริยธรรมได้ปรากฏเด่นชัดตามกฎของธรรมชาติ
ไม่มีอะไรที่เอไอไม่รู้ เพราะเอไอละม้ายกับแก้วสารพัดนึกในนวนิยาย แต่เทคนิคเท็จเทียมเป็นการยากที่จะหยั่งทราบ นอกจากนี้ ยังกลายเป็นอุปกรณ์ของบรรดามิจฉาชีพอีกด้วย
จักรกลสนทนา Gemini ของกูเกิลถูกมองว่า ทั้งข้อความและภาพถ่ายเป็นการเลือกที่รักมักที่ชัง จึงมากด้วยข้อโต้แย้ง ส่วนแอพพ์ซอฟต์แวร์ Adobe Firefly ถูกกล่าวหาว่าการพรรณนาเกี่ยวกับชาติพันธุ์ขาดความเที่ยงตรง
กฎหมายว่าด้วยการควบคุมปัญญาประดิษฐ์ มีการแบ่งแยกความเสี่ยงออกเป็น 4 ประเภท คือ ไม่สามารถรับได้ ความเสี่ยงสูง ความเสี่ยงจำกัด และความเสี่ยงต่ำ มติที่ประชุมตอกย้ำให้ควบคุมเป็นพิเศษ
กฎหมายเอไอของสภายุโรป นำมาซึ่งการวิพากษ์มากมาย บริษัทเทคโนโลยีส่วนหนึ่งเห็นว่าเข้มงวดเกินเหตุ อาจเป็นการจำกัดการพัฒนาและรังสรรค์งานใหม่ องค์กรเทคโนโลยีส่วนหนึ่งและธุรกิจเอกชนเห็นว่าไม่สอดคล้องกับการพัฒนาของเอไอ อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงและท้าทาย นอกจากนี้ ยังมีองค์กรนอกภาครัฐกังวลถึงผลกระทบต่อธุรกิจเทคโนโลยีขนาดใหญ่
หากเปรียบเทียบจำนวนธุรกิจดิจิทัลเทคโนโลยีต้องถือว่ายุโรปมีจำนวนน้อยมาก แต่ประเทศที่มีจำนวนมาก เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส ล้วนได้เคยมีข้อเสนอควบคุมกันเอง โดยไม่ต้องให้รัฐเข้ามาแทรกแซง
ฉะนั้น จึงคาดว่าเมื่อกฎหมายประกาศใช้ คงมิได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร เพราะพวกเขาตระหนักดีว่าการควบคุมที่เข้มงวด อาจเป็นอุปสรรคต่อความเติบโตทางธุรกิจ
ที่สำคัญที่สุดคือ ท่ามกลางการแข่งขันธุรกิจเทคโนโลยี ยุโรปล้าหลังบริษัทสหรัฐและจีน และเมื่อกฎหมายประกาศใช้ ถ้าสหรัฐและจีนไม่ยอมรับ ก็จะเป็นเหตุให้ยุโรปที่ล้าหลังอยู่แล้วล้าหลังมากขึ้น
เมื่อกฎหมายเอไอมิได้รับความนิยม ก็ไม่ต่างไปจาก “เสือกระดาษ”
การบริหารเทคโนโลยีเอไอระดับสากลจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือในวงกว้างและทั่วถึง และต้องอยู่นอกอุดมการณ์และการเมืองภูมิภาค เพราะระบบเอไอมีคุณอนันต์มีโทษมหันต์
ถ้าหากระบบเอไอมิได้รับการควบคุมจากมนุษย์ เมื่อเกิดปัญหาก็มิใช่การปะทะกันระหว่างประเทศต่อประเทศ หากเป็นการปะทะกันระหว่างมนุษย์ต่อมนุษย์ที่หายใจโดยปราศจากออกซิเจนที่เรียกกันว่า “Silicon based life” เมื่อนั้น ผลร้ายที่จะตามมาคงเข้าขั้นสาหัสยากที่จะพรรณนา
เป็นที่ทราบกันดีว่า ผลทางลบของเอไอร้ายแรงมาก และไม่ควรนำมาใช้ทางด้านการทหาร ทั่วโลกควรจะต้องธำรงไว้ในแนวทางเดียวกัน แต่น่าเสียดายที่การร่างกฎหมายควบคุมเอไอครั้งนี้ พันธมิตรยุโรปเพียงแต่ปรึกษากับสหรัฐ อังกฤษ และแคนาดาเท่านั้น จึงเป็นเหตุให้สังคมคลางแคลงใจเกี่ยวกับกฎหมายฉบับดังกล่าว จะเกิดเหตุการณ์ “บ้านเล็กกำแพงสูง” หรือไม่
ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

