อังกฤษ…ไปทำอะไรไว้ในพม่า
ปัญหายุ่งยาก รากเหง้าของความขัดแย้งในแผ่นดินพม่า ลากยาวมาเกือบ 1 ทศวรรษ ยากที่จะเข้าใจ สลับซับซ้อน ไม่เหมือนชาติใดในโลก เป็นเพื่อนบ้านกัน ควรต้องเข้าใจ เห็นใจ ช่วยเหลือกัน
ผู้เขียนขอเรียกดินแดนแห่งนี้ว่า พม่า เพราะคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก เรียนวิชาภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ยังจำได้แม่น ชื่อเมืองต่างๆ ของพม่า พระนามกษัตริย์ ชื่อแม่ทัพนายกองของพม่า ชื่อช่องทาง/ด่าน ที่พม่าบุกเข้ามาทำสงครามกับอยุธยา รวมมาถึงยุคต้นรัตนโกสินทร์ มาเป็นข้อสอบที่ สอบได้-สอบตก คนในยุคของผู้เขียน ยังติดตรึงกับคำว่า พม่า
มาถึงช่วง พ.ศ.นี้…ไทย-พม่า ยิ่งแนบแน่นเข้าไปอีก พี่น้องชาย-หญิงจากดินแดนพม่า (จากกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ) เข้ามาทำงาน บนดิน-ใต้ดิน มาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยไม่น่าจะต่ำกว่า 5 ล้านคน และกำลังทยอยเข้ามาอีกทุกวัน
200 กว่าปีที่แล้ว ยังไม่มีประเทศ กองทัพจากดินแดนพม่า ทำศึกสงครามกับเชียงใหม่ พิษณุโลก อยุธยา กาญจนบุรี ยังเคยยกทัพไปตีเมือง ภูเก็ต …กองทัพจากพม่า เพิ่งจะจางหายไปเมื่อราวแผ่นดินในหลวงรัชกาลที่ 3 นี่เอง…เพราะอะไร?
เพราะอังกฤษมาบุกดินแดนพม่า…แปลว่าพม่าต้องปกป้องดินแดนตนเอง…แต่ในที่สุดก็ตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ
อังกฤษ ทำสงครามกับพม่า 3 ครั้ง (พ.ศ.2368 พ.ศ.2395 และ พ.ศ.2428) แผ่นดินพม่าถูกยึดครองและแปรสภาพเป็นอาณานิคมของอังกฤษ พม่ากลายเป็นอาณานิคมอย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2429
อังกฤษปกครองพม่ากินเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ.2367 ถึง พ.ศ.2491
4 มกราคม พ.ศ.2491 พม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษ
พ.ศ.2480 พม่าได้รับการสถาปนาเป็นอาณานิคม อังกฤษใช้พม่าเป็นเขตกันชนระหว่างอินเดียและส่วนอื่นๆ ของเอเชีย
เจ้าอาณานิคมอันดับ 1 ของโลก ตั้งชื่อ ประเทศพม่า เพื่อเป็นเกียรติแก่ กลุ่มชาติพันธุ์พม่า (Bamah) ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีอำนาจเหนือกว่ากลุ่มอื่นๆ
มีบันทึกว่า พ่อค้าชาวโปรตุเกส (ที่เข้ามาค้าขายก่อนอังกฤษ) ตั้งชื่อให้ดินแดนนี้ว่า เบอร์มาเนีย (Birmania)
พ.ศ.2428 สงครามครั้งที่ 3 ที่ถือว่าอังกฤษยึดแผ่นดินพม่าได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด คือ ชัยชนะในการรบ ณ เมืองมัณฑะเลย์ โค่นล้มพระเจ้าธีบอ (Thibaw) ล้างระบอบกษัตริย์ของพม่า กษัตริย์และราชินีถูกเนรเทศไปยังอินเดีย ที่เป็นเมืองขึ้นของอังกฤษเช่นกัน
พระเจ้าธีบอ เป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์คองบอง ในสมัยของพระองค์ เคยส่งกองทัพไปทำสงครามกับเมืองต่างๆ ทำให้พม่ามีอาณาจักรที่กว้างใหญ่ไพศาล มีอำนาจเหนือ
ทุกกลุ่ม
เมื่อเข้าปกครอง อังกฤษพบว่า กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ แบบไม่เคยพบมาก่อน มีมากหลากหลายเผ่าพันธุ์ โดยมากอยู่บนภูเขาสูง ใช่ว่าจะยึดดินแดนแล้วจะยอมแพ้กันทั้งหมดทั้งแผง
ทหารอังกฤษออกสำรวจดินแดน ตระเวนไปตามป่าเขาไกลโพ้น พบว่า…ดินแดนแห่งนี้มี
ชนเผ่าราว 135 ชนเผ่าที่น่าพิศวง เป็นเรื่องง่ายในการปกครอง คือ ชนเผ่าต่างๆ แยกออกจากกัน ใช้ภาษาต่างกัน มีวัฒนธรรมประเพณีผิดแผกจากกันโดยสิ้นเชิง
พ่อค้า-ชาวอังกฤษอพยพมาปักหลัก มีความสุขมากสำหรับอาณานิคมที่ร่ำรวยด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีแรงงานที่ใช้งานได้เหมือนทาส สร้างความร่ำรวยให้พ่อค้ามิรู้เบื่อ จะให้คนเหล่านี้อพยพไป-มา ผสมผสานกันอย่างไร ทำได้หมดตามประสงค์
บางครั้งพม่าถูกเรียกว่า อาณานิคมสก๊อต เนื่องจากชาวสก๊อตมีบทบาทอย่างมากในการตั้งอาณานิคมและบริหารประเทศ คนที่โดดเด่นที่สุดคือ เซอร์เจมส์ จอร์จ สกอตต์
ขอเรียนว่า อังกฤษมิได้นำกองทหารมาจากเกาะอังกฤษ หากแต่มาเกณฑ์คนหนุ่ม
เข้ามาฝึกทหารจากอินเดีย เช่นเดียวกับฝรั่งเศสที่เกณฑ์ชาวเวียดนาม ลาว มาเป็นทหาร
เพื่อแสดงอำนาจ
พม่า…ใช้ระบบบัญชี ระบบราชการ ระบบกฎหมายที่อังกฤษวางรากฐานให้ เซอร์ เจ. จอร์จ สกอตต์ นักผจญภัยและนักสำรวจที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในภาคเหนือของพม่าเพื่อศึกษา ชาวฉาน
ปาดัง ปะหล่อง ว้า และชนเผ่าอื่นๆ
ดินแดนพม่า ถูกสำรวจและจัดแบ่งเขตการปกครองเป็นแบบตะวันตก มีหลักการ เป็นเหตุ เป็นผล โดยอาศัยภูมิศาสตร์ และ ชนเผ่า เป็นหลักคิดในการแบ่งเขตการปกครอง
เมื่อได้อำนาจการปกครองแบบเบ็ดเสร็จ อังกฤษส่งคนของตนไปควบคุมเมือง เพื่อการปกครองโดยตรง ล้างทิ้ง โครงสร้างการปกครองแบบโบราณ
แต่เดิม…กษัตริย์ธีบอเคยกีดกัน คริสตจักร ส่งเสริมแต่พระภิกษุ ส่วนพระสงฆ์ก็ต้องพึ่งพาสถาบันกษัตริย์…ทุกอย่างอังกฤษพลิกกลับหมด
อังกฤษ ที่เป็นมหาอำนาจ ควบคุมอาณานิคมของตนอยู่ทั่วโลก ใช้ การศึกษา ควบคุมประชาชนเมืองขึ้นอย่างได้ผล ซึ่งก็เป็นการพัฒนาบ้านเมือง สังคม ที่ทุกฝ่ายชื่นชอบ เยาวชนอ่านออกเขียนได้ เริ่มก่อตั้งโรงเรียนที่สอนทั้งภาษาอังกฤษและภาษาพม่า ขณะเดียวกันก็สนับสนุน
มิชชันนารีคริสเตียนให้ก่อตั้งโรงเรียน
เพื่อการควบคุมประเทศพม่า ในระดับหมู่บ้าน แบบใกล้ชิด ชาวอังกฤษจึงใช้ยุทธศาสตร์ จัดระเบียบหมู่บ้าน โดยบังคับให้โยกย้ายหมู่บ้านจากพื้นที่สูง จัดหาผู้ใหญ่บ้านให้กับหมู่บ้าน แล้วส่งพวกเขาไปตั้งหลักแหล่งยังพม่าตอนล่าง
พื้นที่ของพม่าตอนกลาง ตอนล่าง อุดมสมบูรณ์ ทำการเกษตรได้ดี
แนวทางการจัดระเบียบประเทศ ดูเหมือนอังกฤษจะ เอาใจ ชนเผ่าต่างๆ ซึ่งทำให้ชาวพม่าไม่ค่อยจะพอใจ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในด้านประชากรศาสตร์และโครงสร้างพื้นฐาน
ชาวอินเดีย จำนวนมากถูกนำเข้ามาทำงานเป็นข้าราชการ และ ชาวจีน ได้รับการ
สนับสนุนให้อพยพเข้าทำการค้า อังกฤษสร้างทางรถไฟและท่าเรือ และบริษัทอังกฤษหลายแห่ง
เริ่มมั่งคั่งในการค้าไม้ ข้าว และไม้สัก (ที่ขยายเข้ามาโค่นไม้สักในทางตอนเหนือของสยาม โดยผ่านเจ้าผู้ครองนครทางภาคเหนือของสยาม ซึ่งในหลวง ร.5 ทรงแก้ไขระเบียบเพื่อรักษาป่าไม้ของสยามเอาไว้)
ชาวพม่าจำนวนมากไม่พอใจกับสถานะอาณานิคมที่เป็นอยู่ ขบวนการชาตินิยมพัฒนาขึ้น และมีการเดินขบวนประท้วง ซึ่งมักนำโดย พระสงฆ์ พระภิกษุชาตินิยมผู้มีชื่อเสียงสองคนคือ อุตตมะ และอูวิซายะ เสียชีวิตในเรือนจำอังกฤษ และ
ท่านทั้ง 2 เป็นที่เคารพนับถือมาจนถึงทุกวันนี้
อุปนิสัยชาวพม่า คือ นักต่อสู้ แบบยอมพลีชีพมาทุกยุคสมัย
อังกฤษ สนับสนุนการอพยพของ ชาวอินเดีย เข้าไปทำงาน ย้ายถิ่นฐานสู่พม่า ชาวภารต
เก่งค้าขาย ไม่เพียงแต่จำกัดอยู่เพียงเมืองอาระกันเท่านั้น (อาระกัน เป็นดินแดนที่มีพรมแดนติดกับอินเดีย ก่อนที่จะมีประเทศบังกลาเทศ ที่ชาวอาระกันยืนยันว่าจะไม่ยอมเป็นส่วนหนึ่งของประเทศพม่า)
นักประวัติศาสตร์ ตัน มิ้นท์-อู เขียนว่า ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ชาวอินเดียเดินทางมาถึงพม่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งถึงปีสูงสุดในปี พ.ศ.2470 มีผู้อพยพถึง 480,000 คน
เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า…ชาวอังกฤษไม่น้อยที่อยู่ในประเทศตัวเอง เบื่อหน่าย กับสภาพอากาศหนาวเย็นจัด ฝนตก เฉอะแฉะ ไม่ค่อยมีแสงแดด …
เมื่อมาพบกับภูมิประเทศของพม่าทางตอนเหนือที่งดงาม อากาศดี ดุจสรวงสวรรค์ ไปสร้างบ้านพักสร้างที่ทำงานบนเนินเขา สร้างเมือง มีสถานพยาบาล โบสถ์ สโมสร ห้องสมุด และกิจกรรมต่างๆ เพื่อความสุข มีการ แบ่งแยก กำหนดสถานะและยศอย่างเข้มงวด เพื่อความสุข อีกทั้งยังมีเกียรติ มีฐานะเหนือชาวพื้นเมือง
ชาวพม่า กะเหรี่ยง และกลุ่มอื่นๆ ใช้ภาษาอังกฤษได้ดี
มิชชันนารีจากอเมริกาและหมอสอนศาสนาจากอังกฤษ มีกิจกรรมหลัก คือการจัดตั้งโรงเรียนประถมศึกษาจำนวนมาก มีโรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัย ที่ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนทั้งหมด
ผู้นำพม่ารุ่นใหม่เกิดขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 จากกลุ่มผู้มีการศึกษาที่ได้รับอนุญาตให้ไปลอนดอนเพื่อศึกษากฎหมายและวิชาอื่นๆ ในอังกฤษ
แถมท้ายครับ…ก่อน พ.ศ.2505 (ก่อนนายพลเน วินยึดอำนาจ) ย่างกุ้ง มีโรงเรียนนานาชาติที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อนบ้านทั้งหลายของพม่า ส่งลูกหลานไปเรียนในราคาที่เป็นเหตุเป็นผล ข้าราชการไทยไปเรียนวิชาป่าไม้ ระดับปริญญาตรี ณ เมืองปินมานา (Pyinmana) ซึ่งใช้ภาษาอังกฤษ กลับมารับราชการเป็นใหญ่เป็นโตกันหลายท่าน พม่าเคยเป็นแชมป์ส่งออกข้าวสู่ตลาดโลก
อังกฤษวางรากฐาน การเมือง การปกครอง ระบบการศึกษา และเรื่องอื่นๆ เอาไว้ในระยะแรกได้สำเร็จ ถือว่าไปได้สวย ในเวลาเดียวกันก็ก่อปัญหาตามมาอีกหลายประการ
สงครามกลางเมืองในพม่ายาวนาน 80 ปี มันนานเกินไปแล้วครับ

