คนไทย 4.0 : โดย รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์

9.02.17 | 14:06 น.

ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2560 มีเหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าวที่ส่งผลกระทบต่อสังคมไทยในมิติต่างๆ อย่างต่อเนื่องตลอดมา และทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ให้ข้อคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพื่อผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้นำไปพิจารณาดำเนินการแก้ไข ปรับปรุง และป้องกันต่อไป

อุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนนในช่วงปีใหม่ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกปี มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก รวมถึงผู้บาดเจ็บที่ต้องได้รับการรักษา (บางส่วนอาจจะต้องดูแลรักษาไปตลอดชีวิต) ปีนี้เกิดอุบัติเหตุกับรถตู้โดยสารสาธารณะ ซึ่งหากเจ้าของ คนขับ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มีความรับผิดชอบ กวดขัน ดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่มีอยู่แล้ว เหตุเศร้าสลดนี้คงจะไม่เกิดขึ้น

ในช่วงเวลาปกติ อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการไม่ปฏิบัติตามกฎ อาทิ การดื่มสุราของคนขับ การบรรทุกของยื่นออกมานอกตัวถังรถ (ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง) การบรรทุกของโดยไม่มีหลังคาคลุม (ทำให้ของที่บรรทุกตกหล่นไปตามรายทาง) การขับขี่จักรยานยนต์บนทางเท้า การขับรถย้อนศร การฝ่าไฟแดง รวมถึงการบรรทุกน้ำหนักเกินของรถบรรทุก ซึ่งถึงแม้จะไม่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ แต่ก็ทำให้ถนนชำรุดเสียหายก่อนเวลาอันสมควร เหตุทั้งหมดนี้ป้องกันได้หากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีความรับผิดชอบ

ข่าวต่อมาเป็นเรื่องของการทุจริตในการสอบคัดเลือกบุคคลภายนอกสอบบรรจุเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีการกระทำในลักษณะนี้มาแล้วในอดีต วิธีป้องกันที่น่าจะดีที่สุด คือการจัดให้มีข้อสอบหลายชุด โดยแต่ละชุดเรียงลำดับข้อต่างกัน แต่ประเด็นที่น่ากังวลใจคือผู้กระทำผิดเป็นเยาวชนที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ในอนาคตรวมถึงเป็นผู้ที่เรียนดีด้วย เข้าข่ายเก่งแต่โกง และโกงตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ยังดีที่มีจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับเยาวชนทั้งประเทศ

ภาคใต้เป็นภาคที่มีฤดูฝนปีละ 2 ครั้ง ในช่วงที่ภาคอื่นๆ ของประเทศเข้าสู่ฤดูหนาว ภาคใต้ก็จะมีฝนตกชุก ปีนี้ฝนมากกว่าปกติและตกหนักมาก ทำให้เกิดน้ำหลากอย่างรุนแรง และรวดเร็ว ชาวบ้านไม่ทันรู้ตัว เกิดความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเตือนภัยล่วงหน้าและการระบายน้ำออกสู่ทะเลคงจะต้องปรับระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

Advertisement

บริษัทโรลส์-รอยซ์ยอมรับกับสำนักงานปราบปรามการทุจริตร้ายแรงของสหราชอาณาจักรว่าได้จ่ายสินบนเพื่อขายเครื่องยนต์ให้บริษัทการบินไทย และเครื่องจักรให้กับบริษัท ปตท. และ ปตท.สผ.ในขณะที่บริษัทเจเนอรัล เคเบิล คอร์ปอเรชั่น ยอมรับกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกาว่าได้จ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่ไทยเพื่อขายสายเคเบิลให้หน่วยงานของไทย คือ กฟภ. กฟน. และบริษัท ทีโอที จำกัด มหาชน ทั้งสองกรณีนี้แสดงให้เห็นถึงความหละหลวมของกระบวนการจัดซื้อ และที่สำคัญที่สุดคือจิตสำนึกของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุดการจัดอันดับขององค์กรความโปร่งใสนานาชาติ (ในเรื่องที่เกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นและความโปร่งใสในการปฏิบัติงานของรัฐ) จัดให้ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 101 (ตกจากเดิมอันดับที่ 76) จากทั้งหมด 176 ประเทศ เป็นอันดับที่ 5 ของกลุ่มประเทศอาเซียน (น้อยกว่าบรูไน มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย)

ส่วนผลการสอบวัดผลระดับโลกที่จัดดำเนินการใน 72 ประเทศ โดย OECD ของนักเรียนไทย จัดอยู่ในลำดับที่ห้าสิบกว่าใน 3 วิชา ต่ำกว่าประเทศในอาเซียนบางประเทศ

ข่าวทั้งหมดนั้นอาจจะทำให้สังคมไทยเกิดความวิตกว่าอนาคตของประเทศจะเป็นอย่างไร แต่หากทำใจให้สงบและวิเคราะห์โดยใช้เหตุผลและข้อเท็จจริงจะเห็นได้ว่า คุณภาพของคน คือเหตุแห่งปัญหา และแนวทางแก้ไขจะต้องฝึกฝนอบรมคนรุ่นใหม่ตั้งแต่ในช่วงปฐมวัย

คนไทยรุ่นใหม่ที่อาจจะเรียกว่า “คนไทย 4.0” จะต้องเป็นคนที่มีศักยภาพ มีวินัย และมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตน การที่จะได้มาซึ่งคนที่มีคุณภาพดังกล่าวข้างต้น คงไม่ใช่หน้าที่ของผู้บริหารประเทศเพียงอย่างเดียว แต่สถาบันครอบครัวจะต้องมีส่วนด้วยไม่น้อยกว่าครูบาอาจารย์ในสถานศึกษา การสอน การฝึกฝน การว่ากล่าวอบรมเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอจะต้องควบคู่ไปกับการปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างของพ่อ แม่ ครู และผู้บริหารประเทศในทุกระดับ

การปฏิรูปการศึกษาที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่จะมีส่วนอย่างสำคัญในการปฏิรูปประเทศ ทำให้ประเทศของเราได้ “ครูและอาจารย์รุ่น 4.0” มาช่วยฝึกฝน อบรม “คนไทย 4.0” เพื่อปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ ให้กลายเป็น “ประเทศไทย 4.0” ในอนาคต

รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์