หน้าแรก คอลัมนิสต์ พยัคฆ์ซ่อน มั...

พยัคฆ์ซ่อน มังกรซุ่ม : ส่งเสียง บูรพา รุก ยึด เสียนหยาง ฝ่าตี ‘ประจิม’

9.05.24 | 12:35 น.

ส่งเสียง บูรพา
รุก ยึด เสียนหยาง
ฝ่าตี ‘ประจิม’

เ มื่ออ่าน “แลหลังแดนมังกร” บันทึกประวัติศาสตร์ เล่ม 3 อัน ถาวร สิกขโกศล แปลจากต้นฉบับภาษาจีน ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์หยินหยาง เมื่อปี พ.ศ.2533

ตอนว่าด้วย หานซิ่นเป็นแม่ทัพก็จะยิ่งเห็นรายละเอียด ยิ่งขึ้น

การชิงอำนาจกันระหว่างเล่าปังกับเซี่ยงอวี่นั้นมีชายผู้หนึ่งได้ช่วยเหลือมีคุณต่อเล่าปังมาก

ชายผู้นี้แซ่หาน ชื่อซิ่น

Advertisement

หานซิ่นหมกมุ่นเรียนบู๊มาแต่ยังเยาว์ มีความรู้ความสามารถสูงเยี่ยม แต่ยากจนข้นแค้นตกปลายขายเลี้ยงชีพอยู่ที่หมู่บ้านไหว่อิน

หานซิ่นไปสมัครอยู่กับเซี่ยงเหลียงและเซี่ยงอวี่

แต่ไม่ได้รับความสนใจใช้สอยจึงตีจากไปหาเล่าปัง ขณะนั้นเล่าปังได้รับสถาปนาไปอยู่เมืองสู่

หานซิ่นรอนแรมบุกป่าฝ่าดงไปจนถึงที่มั่นของเล่าปัง

นับแต่เซี่ยงอวี่ยกฌ้อหวยอ๋องเป็นพระเจ้าอี้ตี้สถาปนาเจ้าครองนคร 18 คนแล้ว เล่าปังซึ่งได้เป็นฮั่นอ๋องอยู่อย่างไม่มีสุข

ถามเซียวเหอว่า “เมื่อไรจะได้กลับไปอยู่กรุงเสียนหยาง”

เซียวเหอตอบว่า “ต้องตั้งหานซิ่นเป็นแม่ทัพจึงจะตีกลับไปอยู่กรุงเสียนหยางได้ตามปรารถนา”

“ไอ้คนลอดหว่างขาจะเป็นได้อย่างไร ขืนตั้งทหารก็ไม่มีวันยอมรับ”

เซียวเหอเสนอติดต่อกันถึง 3 ครั้ง แต่ฮั่นอ๋องก็ไม่ยอมรับ หานซิ่นเห็นคนไม่ให้ความสำคัญจึงหนี

เซียวเหอทราบข่าวร้อนใจ ควบขับม้าตามไปทั้งกลางวันกลางคืน

อาศัยแสงเดือนส่องทางติดตามไปจนถึงเนินเขาลูกหนึ่ง เห็นหานซิ่นชักม้าวนเวียนลังเลอยู่ริมแม่น้ำ

หานซิ่นเห็นเซียวเหอให้ความสำคัญจึงยอมตามกลับไป

ฮั่นอ๋อง เล่าปัง เห็นเซียวเหอเชื่อมั่นในหานซิ่นถึงเพียงนั้นจึงตัดใจยอมแต่งตั้งหานซิ่นขึ้นเป็นแม่ทัพ

จัดพิธีแต่งตั้งอย่างใหญ่โต

นายทหารหลายคนคิดว่าตนจะได้รับแต่งตั้งต่างยิ้มแย้มร่าเริง แต่พอฮั่นอ๋องขึ้นไปบนแท่นพิธีประกาศแต่งตั้งหานซิ่น

ทหารตะลึงงันไปทั้งกองทัพ

สถานการณ์ของหานซิ่นน่าเห็นใจ เนื่องจากคนส่วนใหญ่มิได้มองเห็นรูปสุวรรณที่ซ่อนอยู่ภายในเหมือนเซียวเหอ เหมือนจางเหลียง

จึงอยู่ในสภาพไม่ต่างไปจากฮั่นอ๋องในเบื้องต้น

ทั้งหลายทั้งปวงล้วนถูกมัดรวมอยู่กับภาพแห่งอดีตที่ตราตรึงอยู่กับลักษณ์อันถูกเรียกขานว่า “ไอ้หนุ่มลอดหว่างขา”

ปมเงื่อนอยู่ที่เมื่อเป็น “แม่ทัพ” แล้วเขาทำอย่างไร

“แลหลังแดนมังกร” ยืนยันว่า เมื่อหานซิ่นรับตำแหน่งแล้วก็ปรับปรุงกองทัพ ซ้อมรบอย่างแข็งขัน วางระเบียบอย่างเข้มงวด

เพื่อเตรียมการปราบแดนตะวันออก

ลุเดือน 8 พ.ศ.337 ฮั่นอ๋อง หานซิ่น ลอบยกทัพออกจากโปต๋ง หานซิ่นบัญชาให้ผานไคว่และโจวป๋อคุมพล 1 หมื่น ไปซ่อมสร้างสะพานไม้ที่ถูกเผาขึ้นมาใหม่

กำหนดเวลาให้เสร็จภายใน 3 เดือน

การซ่อมสร้างสะพานนี้เป็นงานใหญ่ใช้คนมาก ต้องขนไม้ วัสดุอุปกรณ์ เกณฑ์แรงงาน ลงโทษผู้หลบหนี

เสียงดังอึกทึกทุกวัน

ข่าวนี้แพร่ไปถึงใน ด่านฉิน ยงอ๋อง จางหาน ผู้รักษาด่านจึงยกทัพมาสกัดปากทางไว้และส่งคนไปสืบข่าวความเคลื่อนไหวของฝ่ายฮั่นอ๋องตลอดเวลา

แม้จะมีเส้นทางลับ แต่การก็มิอาจปิดลับได้

วันหนึ่งสายลับของฝ่ายเสียนหยางเข้าไปรายงานต่อยงอ๋อง จางหาน ว่า “ฮั่นอ๋องยกทัพทางเฉินซางมุ่งตรงมาทางนี้”

ยงอ๋อง จางหาน ได้ฟังก็ตกใจยิ่งนัก

แท้จริง หานซิ่นใช้อุบาย “ประโคมซ่อมสะพานไม้ลอบเดินทัพทางเฉินซาง” ดำเนินไปตามกลยุทธ์ “ส่งเสียงบูรพา ฝ่าตีประจิม”

อาศัยความจัดเจนเมื่อครั้งหนีจากฌ้อก็ใช้เส้นทางนี้

ยงอ๋อง จางหาน รีบยกทัพไปสกัดทางเฉินซาง แต่ไหนเลยจะต้านรับทัพฮั่นซึ่งมุ่งมั่นกลับถิ่นเดิมของตนได้

จึงพ่ายแพ้กลับมาอย่างยับเยิน

ทุกอย่างเป็นไปตามบทสรุปการยุทธ์ที่ว่า เมื่อศัตรูปั่นป่วน มิรู้เหนือ ใต้ ดุจจมในปลัก

พึงชิงเอาชัยด้วยศัตรูอับจน

การเคลื่อนไหวในลักษณะ “ล้นเกิน” สะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาอันมากด้วยความร้อนรน

จึงย่อมได้รับความสนใจ

อย่าได้แปลกใจหากสำนวน ถาวร สิกขโกศล ผ่าน “แลหลังแดนมังกร” จึงเน้นอย่างหนักแน่นจริง

สั่งให้ผานไคว่และโจวป๋อคุมพล 1 หมื่น

ไปซ่อมสร้างสะพานไม้ที่ถูกเผาขึ้นมาใหม่ กำหนดเวลาให้เสร็จภายใน 3 เดือน

การซ่อมสร้างครั้งนี้เป็นงานใหญ่

หากไม่ “ใหญ่” คงไม่ใช้คนเป็น “หมื่น”

ต้องขนไม้ ต้องขนวัสดุอุปกรณ์ ต้องเกณฑ์แรงงาน ต้องลงโทษผู้หลบหนีซึ่งมีขึ้นอย่างแน่นอน

“เสียง” จึงดังอึกทึกทุกวัน

หากมองจากยุคแห่ง “ไซ่ฮั่น” อุบายนี้สามารถเรียกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า “ประโคมซ่อมสะพานไม้ ลอบเดินทัพทางเฉินซาง”

ตามสำนวนของ ถาวร สิกขโกศล

ขณะที่ บุญศักดิ์ แสงระวี จัดกรณีที่หานซิ่นนำทัพมาถึงชายฝั่งแม่น้ำหวงเหอเห็นชัยภูมิของเมืองหูปั่นเป็นต่อแก่ข้าศึก

อีกทั้งยังมีกำลังไพร่พลของไป๋จื้อรักษาไว้อย่างแน่นหนา

ก็รู้ว่าจักตีฝ่าข้ามไปได้โดยยาก เมื่อใคร่ครวญอยู่เป็นเวลานานจึงคิดยุทธวิธี “ส่งเสียงบูรพา ฝ่าตีประจิม”

ขึ้นมาได้

นี่ย่อมสะท้อน “ผลึก” ในทางกลยุทธ์อันมาจากสมองก้อนโต้ของหานซิ่นในฐานะที่เป็น “แม่ทัพ” ชัดเจน

โดยความร่วมมือของพลรบ กำลังพล

เห็นได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเรียก “ส่งเสียงบูรพา ฝ่าตีประจิม” ไม่ว่าจะเรียก “ประโคมซ่อมสะพานไม้ ลอบเดินทัพทางเฉินซาง”

ล้วนเป็นอย่างเดียวกัน

เมื่อแปลหนังสือ “36 กลอุบาย” มอบให้สำนักพิมพ์ “มติชน” เมื่อปี 2556 สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย จึงถอดออกมาเป็น

“จะบุกทางทิศตะวันตก แต่ทำให้คิดว่ามุ่งไปทางทิศตะวันออก”

อธิบายความหมายว่า มุ่งที่จะสร้างความสับสนให้แก่คู่กรณี ทำให้คู่กรณีไม่ทราบจุดหมายที่แท้จริงของเรา

ทำทีว่าจะบุกทางทิศตะวันออก แท้จริงตั้งใจจะโจมตีทางทิศตะวันตก

ความสำเร็จในการใช้กลอุบายข้อนี้ อยู่ที่การทำให้ฝ่ายตรงข้ามเชื่อในเรื่องอย่างหนึ่งอย่างฝังใจ แต่กลับไปทำอีกอย่างหนึ่ง

ที่ฝ่ายตรงข้ามไม่ระมัดระวังป้องกัน

เสถียร จันทิมาธร