การประมูลคลื่นความถี่ 900 ที่ทุบสถิติยอดทำเงิน บริษัท “แจส โมบาย บรอดเเบนด์ จำกัด” และ “ทรูมูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมูเคชั่น จำกัด” ชนะประมูลไป 2 ไลเซ่นส์ วงเงินสูงลิบลิ่ว 1.5 แสนล้านบาท ด้วยราคาเคาะที่ 75,654 ล้านบาท และ 76,298 ล้านบาทตามลำดับนั้น
เจ๊กลากไปไทยลากมา ทำท่าจะกลายเป็น “ทุกขลาภ 2” เพราะราคาที่ชนะประมูลเมื่อนำมาเทียบกับธุรกิจตามราคาตลาด หรือ “มาร์เก็ตแคป” ปรากฏว่าสูงกว่ามูลค่าธุรกิจที่มีอยู่ จึงน่าจะเป็นเงื่อนไขส่วนหนึ่งที่ทำให้ 2 ผู้เข้าวิน ยังสวมบทขอมดำดิน พากันเงียบฉี่ ไม่ส่งสัญญาณใดๆ ว่าจะนำเงินค่าประมูลงวดแรกไปจ่ายกับ กสทช. ได้เมื่อไหร่สักที
เป็นหนังคนละม้วน ละครคนละตอนกับเมื่อครั้งที่ผู้ชนะประมูลคลื่นความถี่ 1800 พลันที่ชนะปุ๊บ นำเงินไปจ่ายปั๊บในทันท่วงที ไม่เงื้อง่าราคาแพง และไม่รู้ชะตากรรมว่า 2 ค่ายยักษ์ จะสามารถทำตามเงื่อนไขสัญญาว่าต้องจ่ายภายใน 90 วัน ของเงินงวดแรกได้หรือไม่ เพราะใกล้จะครบกำหนดจ่ายอยู่หลัดๆ ในวันที่ 21 มีนาคม 2559 นี้แล้ว
แต่ผู้ชนะกำลังดิ้นกระเสือกกระสน เพื่อหาแหล่งเงิน เนื่องจากจนป่านนี้ยังไม่มีธนาคารพาณิชย์ไหนยอมปล่อยเงินกู้ และอาสาเป็น “แบงก์การันตี” ให้ สถาบันการเงินล้วนยังแบ่งรับแบ่งสู้เพียงแค่ว่า อยู่ระหว่างเจรจาหารือ ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ทั้งแบงก์กรุงเทพ และไทยพาณิชย์
ว่าไปแล้ว เศรษฐกิจประเทศไทยตกสะเก็ดขนาดหนัก มืดมนอนธการทุกวงการ เลวร้ายเยี่ยงนี้ “ธนาคาร” ก็ไม่ประมาท ผลีผลามไม่ได้ สุ่มเสี่ยงไม่ดูตาม้าตาเรือ การยืดอกเป็น “แบงก์การันตี” ปล่อยกู้แบบซี้ซั้วก็มีสิทธิ์คอขาดได้เช่นเดียวกัน
เนื่องจากดังที่ทราบกันดีว่า ก่อนหน้านี้ ก็มีเรื่องราว “ทุกขลาภ 1” ว่าด้วย “ทีวีดิจิตอล” ซึ่งพากันนั่งหนาวๆ ร้อนๆ หนักเป็นทุนเดิมอยู่มิใช่น้อยแล้วเช่นเดียวกัน
เผือกร้อน เรื่อง “ทีวีดิจิตอล” ต้องดิ้นเป็นไส้เดือนถูกขี่เถ้า ขอยืดระยะเวลาชำระค่างวดไปยัง กสทช.
ทาง กสทช. ต้องโยนกลองให้ตัวแทน 3 ฝ่ายประกอบด้วย “คณะกรรมการกฤษฎีกา” – “สำนักงานอัยการสูงสุด” และ “กระทรวงการคลัง” นำเรื่องไปพิจารณาเพื่อหาข้อสรุปก่อน ว่าจะหยวนๆ อวยๆ กันได้หรือไม่
ดังที่ทราบกันดีว่า 24 ช่องที่ชนะประมูล 2 ผู้ถือครองใบอนุญาต “ค่ายไทยทีวี-โลก้า” เครือข่ายของ “พันธุ์ทิพา สกุณต์ไชย” เจ้าแม่ทีวีพูล โยนผ้ายอมแพ้ตั้งแต่ช่วงชำระค่าประมูลงวดที่ 2 ด้วยการประกาศถอดปลั๊ก แปรสภาพเป็น “จอดำ” นำร่องไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“เจ๊ติ๋ม” ถือว่าแกแน่เอามากๆ เมื่อรู้ตัวว่าสู้ไม่ไหว ตีหมอบไปให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ไม่ดันทุรังให้สะบักสะบอมหนักเข้าไปอีก
ขณะที่ 22 ช่องที่เหลือก็มีข่าวว่า อาการโคม่า จะตายแหล่มิตายแหล่อยู่อีกหลายเจ้า เงื่อนไขเกิดจากเค้กหรือเม็ดเงินค่าโฆษณามีอยู่จำกัดจำเขี่ยปีละ 7 หมื่นล้านบาท
ลำพังแบ่งกันกิน แบ่งกันใช้ระหว่าง “อะนาล็อก-วิทยุ-สื่อสิ่งพิมพ์-บิลบอร์ด” ก็ชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่แล้ว
“ดิจิตอล” แห่นาคมาร่วมวงไพบูลย์ ชิงเงินโฆษณาอีก 24 ช่อง และนับตั้งแต่เปิดซองประมูล เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2557 เป็นต้นมา ก็เลยกอดคอกระอักเลือด ต้องใช้วิธีการลด แลก แจก แถม กันสารพัด
เป็นมรรคผลให้ค่าโฆษณาที่เคยอู้ฟู่ คัตละแสนสองแสน เหลือหลักหมื่น หลักพัน
จึงมีข่าวแพลมๆ ออกมาตลอดว่า ดิจิตอลอีก 8-9 ช่องจาก 22 ช่องที่หลงเหลือ กำลังหายใจรวยริน อาจจะยืนไม่ครบยก คือไม่มีเงินจะชำระค่าประมูลงวดที่ 3 ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2559 ที่จะถึงนี้
หากเกิดเหตุโศกนาฏกรรมทั้ง “ทุกขลาภ 2” กับ “ทุกขลาภ 1” กล่าวคือ เกิดผู้ประมูลคลื่นความถี่ 900 กับดิจิตอลไปไม่ไหว ไม่มีเงินจ่ายค่างวด
และหรือ ดิจิตอล ซึ่งขณะนี้กำลังมี “ข่าวร้าย” ว่าจะมีรายการ “บ๊าย-บาย” เดินตามรอย “เจ๊ติ๋ม” ในไม่ช้าอีก 8-9 ช่อง ตีหมอบ ช่วงจ่ายเงินงวดที่ 3 ซึ่งงวดเข้ามาเต็มประดาแด
แน่นอนว่า ย่อมส่งผลสะเทือนซางไปยังสถาบันการเงินผู้ค้ำประกันในฐานะ “แบงก์การันตี”
ทีวีดิจิตอล 24 ช่อง มีแบงก์การันตีอยู่ 3 ธนาคารด้วยกัน คือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
เมื่อพลิกไปดูหน้าต่อหน้าสถาบันการเงินผู้ค้ำประกัน ปรากฏว่า “แบงก์กรุงเทพ” การันตีเอาไว้มากที่สุด จำนวน 14 ช่อง มูลค่า 21,000 ล้านบาท
“ธนาคารกสิกรไทย” ค้ำประกันไว้ 8 ช่อง มูลค่า 10,900 ล้านบาท “ธนาคารกรุงศรีอยุธยา” 2 ช่อง มูลค่า 2,680 ล้านบาท วงเงินรวม 31,580 ล้านบาท
จับแพะไปชนกับแกะ นำเอาปม ประมูลคลื่นความถี่ 900 กับ ทีวีดิจิตอล 24 ช่องไปรวมเข่งกับข่าวคราวของหุ้น “สหวิริยาสตีลอินดัสตรี” ซึ่งขาดทุนต่อเนื่องสะสม จนประกาศหยุดการผลิตเหล็กลงชั่วคราว
ต่อจิ๊กซอว์ไปยังแวดวงธุรกิจเพย์ทีวี ที่ล่าสุด “ค่ายซีทีเอช” ที่ต้องหมดภารกิจกับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด “พรีเมียร์ลีกอังกฤษ” ฤดูกาลสุดท้ายในเดือนพฤษภาคมนี้ ต้องประกาศยกเลิกความร่วมมือกับพันธมิตรเคเบิลท้องถิ่น รวมถึงกล่องพีเอสไอ-ซันบ็อกซ์
ทุกเรื่องราวกลายเป็นขนมจีนผสมน้ำยา หยิกเล็บเจ็บเนื้อไปยังธนาคารพาณิชย์ในฐานะผู้ค้ำประกัน ปล่อยกู้ “แบงก์การันตี” ทั้งนั้น
จึงพูดได้ประโยคสั้นๆ ประโยคเดียวว่า “อุ๊ยเสียว”

