หน้าแรก คอลัมนิสต์ ชีวิตพิสดารขอ...

ชีวิตพิสดารของรัฐบุรุษนักเปียโนเอกของโลก

29.05.24 | 11:39 น.

ชีวิตพิสดารของรัฐบุรุษนักเปียโนเอกของโลก


ประเทศโปแลนด์เป็นที่ก่อตั้งถิ่นฐานชาวสลาฟตะวันตกอย่างถาวรเมื่อ พ.ศ.1535 โดยมีกษัตริย์เอสโก ที่ 1 ผู้สร้างรัฐโปแลนด์โดยพฤตินัยและได้รับเอาศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกมาเป็นศาสนาประจำชาติ และโปแลนด์ได้เป็นอาณาจักรที่มั่นคงใน พ.ศ.1568 และใน พ.ศ.2112 โปแลนด์ได้รวมตัวกับลิทัวเนียก่อตั้งเป็นเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย ซึ่งจัดเป็นประเทศที่มีพื้นที่มากที่สุด (มีพื้นที่มากกว่า หนึ่งล้านตารางกิโลเมตร) และเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในยุโรป

ใน พ.ศ.2273 (ปลายสมัยพระเจ้าท้ายสระแห่งกรุงศรีอยุธยา) เพื่อนบ้าน 3 ประเทศของเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย อันได้แก่ จักรวรรดิออสเตรีย จักรวรรดิรัสเซีย และราชอาณาจักรปรัสเซีย ร่วมกันทำสนธิสัญญาลับที่จะแบ่งดินแดนของโปแลนด์แบบลบโปแลนด์ออกจากแผนที่โลกเลย ซึ่งก็ได้ทำสำเร็จสมบูรณ์ใน พ.ศ.2315 (ตรงกับต้นสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี)

ในช่วงเวลาร่วม 150 ปี ที่ประเทศโปแลนด์ถูกลบไปจากแผนที่โลกแต่ชาวโปแลนด์ทั้งหลายยังคงรักษาความเป็นชาติของตนอย่างเหนียวแน่น มีหลายครั้งที่ชนรักชาติของโปแลนด์ได้ทำความพยายามกอบกู้อิสรภาพ แต่ก็ต้องประสบเคราะห์กรรมร้ายแรงเช่นคนรักชาติอื่นๆ ชาวโปแลนด์ขึ้นชื่อและรู้กันทั่วไปว่า เป็นหมู่ชนที่รักชาติมาก มีคนโปแลนด์มากมายที่ยอมตายเพื่อกอบกู้อิสรภาพเช่นกัน พวกเขาภูมิใจในชาติของเขา ไม่มีใครสามารถทำให้พวกเขายินดีไปเป็นชาติอื่น หรือลดความภูมิใจในชาติของเขาได้เลย

Advertisement

ตัวอย่างที่เป็นที่กล่าวขานกันมากมาย คือนักเปียโนเอกชื่อเสียงที่ยิ่งใหญ่ชื่อนายอิกเนซี แจน ปาเดริวสกี ได้เล่นเปียโนต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้าซาร์นิโคลาสที่ 2 แห่งรัสเซีย ซึ่งพระเจ้าซาร์นิโคลาสทรงพอพระราชหฤทัยอย่างมาก ถึงกับตรัสว่านักดนตรีที่เด่นที่สุดของโลกนั้นเป็นนักดนตรีรัสเซียเสมอ แต่นายปาเดริวสกีได้กล่าวตอบว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข้าพระราชหฤทัยผิดไป ข้าพเจ้าเป็นโปล (ชาวโปแลนด์)”

ความจริงพระเจ้าซาร์ทรงทราบดีทีเดียวว่าปาเดริวสกีเป็นชาวโปแลนด์ แต่ที่รับสั่งเช่นนั้นก็เพื่อต้องการยกย่องเขา พระราชทานเกียรติอย่างสูงให้ ถึงกับยอมให้เป็นชาวรัสเซีย พระราชดำรัสทุกๆ คำของพระเจ้าซาร์รัสเซียถือเป็นกฎหมาย เพราะพระองค์ทรงปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ การรับสั่งเช่นนั้นย่อมมีผลในทางกฎหมายทำให้ปาเดริวสกีเปลี่ยนสัญชาติจากโปลมาเป็นรัสเซียได้ทันที แต่ปาเดริวสกีกลับไม่ยอมรับ เขาขอเป็นโปล ชาติเดิมของเขาที่สูญชาติไม่มีประเทศของตัวเองแล้วก็ตาม เขายังกล้าปฏิเสธพระราชดำรัสของพระเจ้าซาร์นิโคลาสที่ 2 อย่างองอาจ

อิกเนซี แจน ปาเดริวสกี เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2403 เมื่อเขาอายุได้ 12 ปี เขาก็ตัดสินใจที่ใช้ชีวิตในการเล่นเปียโนแม้ว่าครูดนตรีบอกว่าเขามือเล็กเกินไปไม่เหมาะกับการเรียนเปียโนก็ตาม แต่เขาก็แสวงหาครูสอนเปียโนจนกระทั่งอาจารย์เปียโนผู้หนึ่งชื่อ เกินทอป์ฟ ได้เห็นความสามารถพิเศษในตัวเด็กคนนี้ ก็รับไว้เป็นศิษย์ส่วนตัว ปาเดริวสกีได้ครูดี ความสามารถของเขาจึงก้าวหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งต่อมาเขาก็ไปเล่นเปียโนที่กรุงเบอร์ลิน กรุงปารีสและกรุงลอนดอน ล้วนแล้วแต่ได้รับการต้อนรับยกย่องในฝีมือการเล่นเปียโนและการแต่งเพลงของเขาแม้แต่ทางกรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาก็ได้เชิญให้เขาไปแสดงในคาร์เนกีฮอลล์ มีคนมาฟังล้นหลาม และได้รับความนิยมชมชอบอย่างสูงสุด ทำให้เขาได้เป็นนักเปียโนเอกของโลก ในขณะที่มีอายุเพียง 30 ปีเท่านั้นเอง

เมื่อปาเดริวสกีประสบความสำเร็จในอาชีพนักเปียโนเอกของโลกแล้ว เขาได้เขียนหนังสือเป็นข้อความกระตุ้นเตือนใจชาวโปแลนด์ให้พยายามแสวงหาเอกราช แล้วก็พิมพ์ลอบส่งเข้าไปแจกจ่าย เพราะไม่สามารถพูดกันได้ หนังสือหลายพันเล่มที่ถูกส่งถึงมือชาวโปแลนด์ในรัสเซียซึ่งตำรวจรัสเซียพยายามทำลายเสียแต่ก็ได้กระจายออกไปอย่างทั่วถึงกันแล้ว นอกจากนี้ การแสดงดนตรีของปาเดริวสกีก็กลายเป็นเรื่องการเมืองไปด้วย เขาได้ฉวยโอกาสพูดในที่ประชุมชนที่ฟังดนตรี จากการที่เขาท่องเที่ยวแสดงดนตรีในหมู่คนมากมายตามเมืองใหญ่ต่างๆ ทั้งในยุโรปและอเมริกา เขาขอความเห็นใจต่อชาวโปแลนด์ที่ปราศจากประเทศ แต่ต้องตกเป็นเมืองขึ้นของ 3 จักรวรรดิ เขาแต่งเพลงที่สามารถเรียกน้ำตาและดึงดูดใจผู้ฟังทั้งในยุโรปและอเมริกาให้เห็นใจสงสารชาวโปแลนด์ได้ชะงัดมากทีเดียว

ในปี พ.ศ.2457 ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ขึ้น ปาเดริวสกีได้จังหวะเมื่อสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมสงคราม โดยเขาได้เข้าหาพันเอกเฮาส์ ให้ช่วยพูดกับประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสัน ในเรื่องเอกราชของโปแลนด์ ซึ่งในเวลานั้นพันเอกเฮาส์ เป็นผู้ที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาให้ความไว้วางใจที่สุด และปาเดริวสกีได้ประกาศเอกราชของโปแลนด์ในสหรัฐอเมริกาในวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2461 และเขาก็ได้รับการแต่งตั้งจากชาวโปแลนด์ให้เป็นผู้แทน ที่มีอำนาจเจรจาการเมืองกับรัฐบาลอเมริกันหรือรัฐบาลใดก็ได้ จนกระทั่งประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสัน ได้ประกาศออกมาว่า จะช่วยให้โปแลนด์ได้เป็นเอกราชในที่สุด

เมื่อโปแลนด์ได้เป็นเอกราชแล้ว ปาเดริวสกีได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีและเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศด้วย ดังนั้น ปาเดริวสกีจากนักดนตรี ก็ได้กลายมาเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศโปแลนด์ ซึ่งปาเดริวสกีก็ดำรงตำแหน่งอยู่เพียง 2 ปี แล้วก็ลาออกมาเล่นเปียโนตามเดิมจนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นเมื่อ พ.ศ.2482 โดยกองทัพเยอรมนีบุกเข้าโปแลนด์ และรัสเซียก็บุกเข้ามาด้วย ทั้งสองประเทศร่วมมือกันเพื่อจะแบ่งโปแลนด์คนละครึ่ง เอกราชของประเทศโปแลนด์สร้างไว้ได้แค่ 20 ปี ก็ต้องถูกลบออกจากแผนที่อีกครั้งหนึ่ง

รัฐบาลและรัฐสภาโปแลนด์ได้อพยพไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ปาเดริวสกีได้รับตำแหน่งประธานรัฐสภาโปแลนด์อีกครั้งในสหรัฐอเมริกา แต่ในปี พ.ศ.2484 เขาก็ถึงแก่กรรมลง เมื่อมีอายุได้ 81 ปี ก่อนที่โปแลนด์จะได้กลับมาเป็นเอกราชเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 จะสิ้นสุดลงใน พ.ศ.2488

ครับ ! คนที่เป็นนักเปียโนเอกของโลกและเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยคงมีคนเดียวในโลกนี้ คือ นายอิกเนซี แจน ปาเดริวสกี นั่นเอง