สังฆราช ปฏิวัติ และธรรม โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

 

อย่าหาว่าดึงเอาสิ่ง “ร่มเย็น” ไปเทียบ “สิ่งร้อน” เลย

เพียงแต่เห็นน่าสนใจ

จึงขออนุญาตมาเล่าสู่กันฟัง

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ใหม่ ทรงเคยให้สัมภาษณ์ไว้ในนิตยสารพลอยแกมเพชร ฉบับ 525 วันที่ 15 ธันวาคม 2556 (อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่เฟซบุ๊กนิตยสารพลอยแกมเพชร)

มีตอนหนึ่ง พระองค์เล่าเมื่อขณะเป็นสามเณร แล้วย้ายจากวัดศรีญาติ ต.พงสวาย จ.ราชบุรี มาอยู่ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เพื่อศึกษาต่อ เมื่อ พ.ศ.2490 ว่า

“…ตอนมาใหม่ๆ

แม่เป็นห่วง เพราะตอนนั้นในกรุงเทพ เขาปฏิวัติกันบ่อยๆ

ครั้งแรกวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490…”

เป็นการรัฐประหาร ที่เกิดขึ้นวันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2490 เวลา 23.00 น. ต่อเนื่องถึงเช้าวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2490

โดยกลุ่มทหารนอกราชการที่นำโดย พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ, น.อ.กาจ กาจสงคราม, พ.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์, พ.อ.สฤษดิ์ ธนะรัชต์, พ.อ.ถนอม กิตติขจร, พ.ท.ประภาส จารุเสถียร และ ร.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ

นำกำลังทหารยึดอำนาจจากปกครองจากรัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

“…พอมีข่าว แม่ก็นั่งรถไฟมาเลย

ที่หมู่บ้านมีโรงงานทำซีอิ๊ว แม่ก็หอบมาให้ลูก

กลัวลูกไม่มีอะไรกิน

แม่ก็เอาของแห้งมาให้ เป็นห่วงลูก

..ขี้ริ้วขี้เหร่หน่อย ก็หุงข้าวแล้วเอาซีอิ๊วราดหน่อย ก็ยังดี

ก็ทำแบบเดียวกับสมัยก่อนที่ขายข้าวต้มข้างทางนี้แหละ ซื้อข้าวต้มตังค์หนึ่งแล้วใส่ซีอิ๊ว”

“…(ที่)แม่เป็นห่วง กลัวลูกไม่มีอะไรกิน

ทำให้คิดว่า เป็นพระ ต้องห่วงเรื่องนี้ด้วยหรือ…”

ถือเป็นประสบการณ์แรกของการปฏิวัติกับสมเด็จพระสังฆราช

ซึ่งพระองค์ไม่ได้ว่าอะไรใคร หากแต่ยังดึงเข้าไปในทางธรรม เป็นการสอนใจอีกด้วยว่า

เป็นพระยังต้องห่วงเรื่องกินด้วยหรือ

พูดถึงเรื่องเป็นห่วง-ไม่เป็นห่วงนี้แล้ว

ขออนุญาตแวะนอกทางเล็กน้อย

เพราะเชื่อว่าหลายคนยังคงเป็นห่วงลึกๆ กับคำคาดการณ์ของ 2 นักวิชาการฝรั่ง ที่เขียนบทความในวอชิงตันโพสต์ว่าไทยเสี่ยงจะเกิดการปฏิวัติในลำดับที่ 2 ของโลก

แต่เชื่อว่า หาก 2 นักวิชาการฝรั่งได้อัพเดตข้อมูลไทยใหม่

อาจจะลดลำดับ “เสี่ยง” ของไทยลงก็ได้

เพราะตอนนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ขนทหาร “ระดับนำ” ไปทำงานปรองดองเกือบทั้งกองทัพ

ที่ควรโฟกัสเป็นพิเศษก็คือ คณะอนุกรรมการ 4 คณะนั่นเอง

1) อนุ กก.ด้านรับฟังความคิดเห็น มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน

2) อนุ กก.บูรณาการข้อคิดเห็นและเสนอแนะ มี พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน

3) อนุ กก.จัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง มี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นรองประธาน และ พล.อ.สสิน ทองภักดี เสนาธิการทหารบก เป็นกรรมการและเลขานุการ

4) อนุ กก.ด้านประชาสัมพันธ์ มีโฆษกกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน

ล้วน “บิ๊กเนม” ทั้งสิ้น

และหากขาดเสียซึ่งบิ๊กเนมเหล่านี้ ยากนักที่ใครจะทำปฏิวัติได้

ดังนั้น เมื่อถูกดึงมาแบกภารกิจที่ต้องสร้างความ “ปรองดอง” ซึ่งอยู่ตรงข้าม “การปฏิวัติ”

จึงไม่ควรเป็นห่วงว่าทหารคนใดจะทำนอกแถวอีก?!?

ซึ่งหากโยมมารดาของสมเด็จพระสังฆราชยังมีชีวิตในปัจจุบัน ก็คงไม่ต้องห่วง (อย่างน้อยก็ตอนนี้) ด้วยการหิ้วซีอิ๊วมาฝากพระลูกอย่างที่ทำเมื่อ 70 ปีที่แล้ว

คิดได้อย่างนี้ จะได้ “ใจสบาย”

อย่างที่สมเด็จพระสังฆราชทรงเล่าถึงตอนที่ได้ฟังคำพูดของท่านอาจารย์ใหญ่ ฝั้น อาจาโร ตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้าหาท่าน

ท่านบอกว่า ทำใจให้สบาย (เสียงลากยาว)

สำเนียงของท่านมันยังปรากฏติดอยู่ในใจขณะนี้

ทำใจให้สบาย…

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon