หน้าแรก คอลัมนิสต์ จังหวะ ปรองดอ...

จังหวะ ปรองดอง 14 กุมภา “วาเลนไทน์” มิใช่ มาฆบูชา

13.02.17 | 12:15 น.

ความหมายอย่างสำคัญของ “วันมาฆบูชา” 1 คือวันประชุมใหญ่แห่งพระสาวก อย่างที่เรียกว่า “จาตุรงคสันนิบาต” ขณะเดียวกัน 1 คือวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง “โอวาทปาฏิโมกข์”

กล่าวสำหรับ “ชาวพุทธ” วันนี้จึง “ยิ่งใหญ่”

ยิ่งใหญ่กระทั่งพุทธศาสนิกบางท่านเห็นว่า น่าจะมีการชู “วันมาฆบูชา” ให้สูงเด่นเพื่อเปรียบเทียบกับ “วันวาเลนไทน์” ของฝรั่ง

แต่หากฟังคณะกรรมการ “ปรองดอง” ออกมาพูด

ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็น นายอลงกรณ์ พลบุตร

Advertisement

ก็ย่อมสรุปได้ว่า ชัยชนะเป็นของฝ่ายใด

แน่นอน มิใช่เป็นของ “วันมาฆบูชา” ตรงกันข้าม น้ำหนักเทไปให้กับ “วันวาเลนไทน์”หรือ “วันแห่งความรัก” กันอย่างคึกคัก

ถือเป็น “คิกออฟ” ให้กับ “ปรองดอง”

 

เพียงแต่คำว่า “คิกออฟ” โดดเด่นขึ้นมาพร้อมกับ “ปรองดอง” เพียงเพราะ “วันวาเลนไทน์” คือวาระแห่งการตัดริบบิ้นให้กับ “ปรองดอง”

ก็ถึง “บางอ๋อ” กันอย่างพร้อมเพรียง

ยิ่งย้อนกลับไปฟัง “คำชี้แนะ” อันมาจาก ศาสตราจารย์ นพ.ประเวศ วะสี ที่ให้ใช้ “สุนทรียสนทนา” เพื่อนำไปสู่การปรองดอง

ยิ่งเด่นชัดว่า “วิธีคิด” แบบใดอยู่ในฐานะ “ครอบงำ”

คำถามก็คือ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล เข้าใจหรือไม่ คำถามก็คือ พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ เข้าใจหรือไม่

ตรงนี้แหละคือ สิ่งที่เรียกว่า “กระบวนทัศน์”

เป็นกระบวนทัศน์ที่ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ แห่งมหาวิทยาลัยรังสิต เรียกร้องให้ทุกฝ่ายเปลี่ยน “กรอบ”

“กระบวนทัศน์” มีรากฐานมาจาก “พาราไดม์”

เหมือนๆ กับที่หลายคนนำมาเอาคำว่า “คิกออฟ” มาวางเรียงเคียงกับ “วันวาเลนไทน์” แทนที่จะเป็น “วันมาฆบูชา” นั่นเอง

นี่คือสิ่งที่สถาบันการศึกษาด้านทหารอาจไม่ได้ “สอน”

ทั้งๆ ที่ด้านหลักของสถาบันการศึกษาด้านทหาร คือ วิชาการทหาร ประสานกับวิชาอันทำให้คนที่จบตามหลักสูตรจักต้องได้รับคือ “วท.บ.(ทบ.)”

เป็น “วิทยาศาสตร์” เป็น “วิศวกรรม”

การผุดโผล่เข้ามาของ “คิกออฟ” จึงสัมพันธ์กับ “วันวาเลนไทน์” เหมือนกับที่ “จาตุรงคสันนิบาต” และ “โอวาทปาฏิโมกข์” ถูกลืมไปจาก “วันมาฆบูชา”

ทั้งหมดนี้มิได้เป็นเรื่อง “การเมือง” หากเป็นเรื่อง “วัฒนธรรม”

กระนั้น วัฒนธรรมและการเมืองก็ถือได้ว่าเป็น “โครงสร้างส่วนบน” อันได้รับผลสะเทือนมาจาก “โครงสร้างพื้นฐาน”

นั่นก็คือ ในทาง “เศรษฐกิจ”

สภาพการดำรงอยู่ของแต่ละคนในทางสังคมจึงเป็นเครื่องกำหนด “ความคิด” และนำไปสู่การเคลื่อนไหวในทาง “การเมือง”

เหมือนที่เอา “วันวาเลนไทน์” มาอยู่กับ “ปรองดอง”

สิ่งเหล่านี้มันเผยแสดงออกมาโดยอัตโนมัติ ไหลออกจากจิตใต้สำนึกแล้วก็ผ่านแต่ละปากด้วยความภาคภูมิใจ ไม่รู้ตัว เพราะดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะด้านหลักของสังคมไทยถูกบรรยากาศแห่ง “วันวาเลนไทน์” ครอบงำและมีสถานะคึกคักอย่างยิ่งกว่า “วันมาฆบูชา”

ตถตา เป็นเช่นนั้นเอง

 

การดำรงอยู่ของ “ปรองดอง” ตลอด 3 เดือนแห่งการเคลื่อนไหวจึงตกอยู่ใต้วงกรอบแห่งวันสำคัญทางสังคม

การเริ่มบาทก้าวที่ 1 หรือที่เรียกว่า “คิกออฟ” อาจเป็นวันวาเลนไทน์ แต่ระยะจากเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงเดือนเมษายน คือ 90 วันหรือ 3 เดือน

ไปบรรจบกับวันที่ 13 เมษายน “วันสงกรานต์” พอดี

น่ายินดีที่ การกำหนดให้วันที่ 13 เมษายนเป็นวันสงกรานต์ เป็นการกำหนดบนพื้นฐานแห่งวัฒนธรรมไทย

นั่นก็คือ ดำเนินไปในแบบ “จันทรคติ”