ที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ให้ “ถ่ายทอดสด” การพบระหว่าง “พรรคการเมือง” กับ “คณะกรรมการ”ปรองดองนั้น
น่าจะ “ถูกต้อง”
เพราะการเดินทางเข้าไปในศาลากลาโหมของแต่ละ”พรรค การเมือง” มิได้เป็น “ความลับ”
คำว่า “ความลับ” ในที่นี้มีความหมาย “กว้าง”
นี่มิได้เป็นเรื่องในทาง “การยุทธ์” ซึ่งจำเป็นต้องมีขีด”ความ ลับ”
ลับ ลับมาก ลับที่สุด ลับสุดยอด
เพราะพลันที่ออกมาจาก “ศาลากลาโหม” การหารือร่วมบนโต๊ะกลมก็มิได้เป็น “ความลับ”
ยิ่งรอฟังคำแถลงเพียง”บทสรุป” ยิ่งจะเป็น “ปัญหา”
เพราะ “เนื้อหา” ที่แต่ละพรรคการเมืองเตรียมไป “เสนอ” มิได้เป็นเรื่องงุบงิบ มุบมิบ
ที่สำคัญ คือ “ธรรมชาติ”ของ”พรรคการเมือง”
พรรคการเมืองเป็น”องค์กร”เปิด ดำรงอยู่โดยแวดล้อมด้วยบรรดา “สมาชิก”
ถามว่าเขาได้”ข้อเสนอ”มาอย่างไร
คำตอบเห็นชัดจากแถลงอันมาจาก 1 พรรคชาติพัฒนา 1 พรรคชาติไทยพัฒนา
ก่อนอื่นเขาต้องมี “การหารือ”
ไม่ว่าคสช.จะยังอาศัยประกาศและคำสั่งอันต่อเนื่องมาจากรัฐ ประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ห้ามการชุมนุม เคลื่อนไหวเกินกว่า 5 คนหรือไม่ก็ตาม
”พรรคการเมือง” เขาก็จำเป็นต้อง “หารือ”
ดูจากจำนวนตัวแทนพรรคชาติพัฒนาก็มีมากกว่า 15 คน ดูจากจำนวนตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนาก็มีมากกว่า 10 คน
นั่นย่อมมี”ฐาน”ที่มามากกว่า 5 คนแน่นอน
”ข้อมูล” เหล่านี้ย่อมมิได้เป็นเรื่องประเภท “เร้นลับ” ตรงกันข้ามกลับดำรงอยู่อย่างมี “เอกสาร” อ้างอิง
”เอกสาร” จึงเหมาะอย่างยิ่งต่อการ”เผยแพร่”
การหารือร่วมอัน “คิกออฟ” ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ณ ศาลากลา
โหม จึงมิได้เป็นเรื่อง “เร้นลับ”
เช้าวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ทุกคนก็ “รู้”
รู้ว่า นายชิงชัย มงคลธรรม ระบุว่า “หากเป็นเผด็จการจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้”
รู้ว่า นายธนพร ศรียากูล ระบุว่า
”ขอให้ยกเลิกคำสั่งคสช.ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองมากกว่า 5 คนขึ้นไป ต้องกำหนดวันเลือกตั้งให้ชัดเจนเพื่อจะได้ทราบว่าอนาคตจะเดินไปในทิศทางใด”
นี่ขนาดเป็นพรรคเล็กๆอย่าง ความหวังใหม่ และ เครือข่ายคนธรรมดา
หากเป็น ชาติพัฒนา ชาติไทยพัฒนา จะออกมาแค่ไหน

