พยัคฆ์ซ่อน มังกรซุ่ม : ความจริง 2 ด้าน ปะทะ ขัดแย้ง สัประยุทธ์ ความจริง 1 เดียว
ยิ่งหากศึกษาจากหนังสือพงศาวดารจีนเรื่อง “ไซ่ฮั่น” ฉบับไฉ้ตงฝานสำนวนแปล วิวัฒน์ เรืองประชาวิทย์ จะยิ่งตระหนักในความยอกย้อนจากข้อเสนอของหลีเสง
สืบเนื่องจากความวิตกของฮั่นอ๋องจึงเรียกหลีเสงเพื่อสอบถามแผนอุบาย
“เซี่ยวอวี่ทุ่มเทกำลังทหารทั้งก๊กมุ่งหน้ามารบ พลังธาตุความแหลมคมกำลังใหญ่ยิ่งเรายังมิควรออกรบ แผนอุบายเพื่อต้าอ๋อง มีแต่ต้องแบ่งประทานแต่งตั้งบรรดาเจ้าครองนครรัฐตรึงตรากองทัพฌ้อจึงจะปลดเปลื้องอันตรายได้”
เป็นคำพูดอันมาจากหลีเสง
มิได้อยู่ๆ ก็เกิดความคิดขึ้นมา หากแต่มีพื้นฐานมาจากบทเรียนใน “ประวัติศาสตร์” เป็น “ขนบ” และแบบอย่างอันสะท้อนความเคยชินและติดยึดของนักวางและกำหนด “กลยุทธ์”
เมื่อยกขึ้นมาเช่นนี้ย่อมตามด้วยความอันพิสดาร
คราก่อนยุคแผ่นดินซางทาง ผันเจี้ยยังทรงพระราชทานราชวงศ์เซี่ยยุคหลังโจ้วยู่อ๋องปราบจักรพรรดิโจ้วอ๋องดับสูญ
ก็พระราชทานพระราชวงศ์อินยุคหลัง
ทั้งก๊กฉินที่เหี้ยมโหดยึดเขมือบ 6 ก๊กมิให้เหลือการเซ่นสรวง ดังนั้น ก๊กฉินจึงล่มจมอย่างรวดเร็ว
บัดนี้ ต้าอ๋องแบ่งเมืองศักดินาให้ชนรุ่นหลัง 6 ก๊กพวกเขาคงต้องสำนึกในมหากรุณาธิคุณ เลื่อมใสในสัตยธรรมปรารถนามาเป็นข้าราชบริพารร่วมแรงสนับสนุนเทิดทูนต้าอ๋อง
ต้าอ๋องได้หลักธรรมย่อมได้การช่วยเหลือมากมาย พระองค์สามารถประกาศเป็นผู้ยิ่งใหญ่ทางการเมืองได้ ก๊กฌ้อจะกลายเป็นก๊กโดดเดี่ยว
อิทธิพลหมดสิ้นก็ควรมาเข้าเฝ้า มิกล้าต่อต้านต้าอ๋องแล้ว
ได้ยินเช่นนั้นอย่าได้แปลกใจ หากฮั่นอ๋องจะตรัส “แผนอุบายนี้ดีมาก ควรบัญชาช่างสลักตราตั้งทันทีเพื่อประทานให้ 6 ก๊ก
ทุกสถานที่ล้วนขอรบกวนอาจารย์เดินทางไปเพื่อถ่ายทอดคำสั่งข้า”
อย่าได้แปลกใจอีกเช่นเดียวกัน หากหลีเสงจะรีบออกไปสั่งให้พนักงานช่างหล่อตราตั้งของเจ้าครองรัฐ 6 ก๊ก
อย่าได้แปลกหากเผอิญจางเหลียงได้มาปรากฏตัว
เป็นการมาปรากฏตัวเพื่อเข้าเฝ้า เมื่อเห็นฮั่นอ๋องเพิ่งเสวยเที่ยงก็ลังเลมิกล้าเข้าไป ฮั่นอ๋องได้เห็นแล้วร้องทักทายต่อจางเหลียง
“จื่อฝางมาได้อย่างดีทีเดียว น่าจะชี้ขาดเพื่อข้าเรื่องหนึ่ง”
จางเหลียงรีบเข้าใกล้พระที่นั่งฮั่นอ๋องก็รับสั่งว่า “เมื่อเร็วๆ นี้มีคนเสนอแผนอุบายของพระราชทานแต่งตั้งชนรุ่นหลัง 6 ก๊กเพื่อตรึงตรากองทัพฌ้อ แท้จริงควรต้องดำเนินการตามนี้หรือไม่”
“ผู้ใดเป็นผู้ออกอุบายที่เลวให้ต้าอ๋อง แผนอุบายนี้แม้ดำเนินไปแล้ว”
ฮั่นอ๋องโดยมิรู้สึกให้ตกพระทัย เอาตะเกียบวางลง เอาวาจาที่หลีเสงพูดไว้กลับบอกเล่าให้จางเหลียงฟัง
จางเหลียงถือตะเกียบขึ้นมาชี้แนะผลได้ผลเสียว่า
ข้าน้อย เพื่อต้าอ๋องขอยืมใช้ตะเกียบแทนวางแผน พูดเรื่องผลร้ายให้แจ่มแจ้ง คราวก่อนจักรพรรดิทางเลิกปราบปรามจักรพรรดิเจี้ย
อู่อ๋องเลิกปราบปรามโจ้วอ๋อง ยังคงพระราชทานศักดินาให้คนรุ่นหลัง
ก็คือ ยังคงสามารถบีบบังคับให้เขาตายได้เพื่อสำแดงพระมหากรุณาธิคุณ ก็ไม่เป็นไร
วันนี้ ต้าอ๋องจงถามพระองค์เอง
สามารถบีบบังคับให้เซี่ยงอวี่ตายได้หรือไม่ นี่คือ 1 มิควรดำเนินการ
อู่อ๋องเสด็จเข้าก๊กอินมีหมายประกาศอะลุ้มอะล่วยผ่อนผันทั่วประเทศปลดปล่อยจีจื่อออกจากที่คุมขัง พระราชทานสุสานให้ปี้กาน
วันนี้ต้าอ๋องทรงกระทำเช่นนี้ได้หรือไม่ นี่คือข้อ 2 มิอาจดำเนินการได้
อู่อ๋องจ่ายข้าวเปลือกในยุ้งฉางจี้เฉียว แจกจ่ายเงินทองพระคลังลูไถเฉพาะสงเคราะห์คนยากจนข้นแค้น
วันนี้ต้าอ๋องสามารถกระทำเช่นนี้หรือไม่ นี่คือข้อ 3 มิอาจดำเนินการได้
อู่อ๋องชนะก๊กอินแล้วกลับประเทศยุติการปฏิวัติ ส่งเสริมวัฒนธรรม ยุติการสงครามรบพุ่ง ออกหมายประกาศห้ามใช้อีก
วันนี้ต้าอ๋องสามารถกระทำเช่นนี้ได้หรือไม่ นี่คือข้อ 4 มิอาจดำเนินการได้
ทอดทิ้งม้าศึกไว้ที่ฮวาซาน ไม่ไปขี่อีก ต้าอ๋องสามารถกระทำได้หรือไม่ นี่คือข้อ 5 มิอาจดำเนินการได้
ปล่อยโคกระบือไว้ ณ ดงไม้เถาหลิน ไม่ใช้การบรรทุกอีก ต้าอ๋องสามารถกระทำได้หรือไม่
นี่คือข้อ 6 มิอาจดำเนินการได้
อีกทั้งบรรดายอดบุรุษทั่วใต้ฟ้าละทิ้งญาติสนิท ทอดทิ้งสุสานบรรพบุรุษ ห่างจากคนเก่าคนแก่มาติดตามไต้อ๋อง
ก็เพราะเพื่อวันหลังประสบความสำเร็จ มุ่งหวังได้รับพระราชทานพื้นที่ศักดินาบ้าง
บัดนี้กลับไปแต่งตั้งชนรุ่นหลัง 6 ก๊ก ยังจะมีพื้นที่ใดไปพระราชทานให้คณะขุนนาง
บรรดายอดบุรุษล้วนจะต้องหมดหวัง อย่ากระนั้นเลย กลับไปทำงานรับใช้เจ้านายเก่า ต้าอ๋องจะอาศัยผู้ใดร่วมกันยึดครองแผ่นดิน
นี่คือข้อ 7 ที่มิอาจดำเนินการได้
ก๊กฌ้อแม้มิเข้มแข็งก็แล้วกันไป มาตรแม้นเข้มแข็งรุ่งเรืองดังเก่า เจ้านครรัฐ 6 ก๊กคงต้องหักเหไปอ่อนน้อมต่อก๊กฌ้อ ต้าอ๋องไยจะยอมรับฟังคำสั่งถูกบังคับเป็นขุนนาง
นี่คือข้อ 8 ที่มิอาจดำเนินการได้
มีความเลวร้ายทั้ง 8 นี้ ไฉนมิใช่กิจการใหญ่จะต้องจบสิ้นกันเป็นแน่
สำนวนแปล วิวัฒน์ เรืองประชาวิทย์ ถอดกระบวนท่าในการบรรยายของไฉตงฝานออกมาอย่างถึงอกถึงใจว่า
ฮั่นอ๋องพระโอษฐ์ยังคงอมพระกระยาเสวย
ได้สดับรับฟังอย่างละเอียดกระทั่งวาจาจางเหลียงจบลงถึงกับต้องสำรอกพระกระยาเสวย
ออกมาด่าหลีเสงเป็นการใหญ่
“อ้ายนักศึกษาเด็กๆ ไร้เดียงสา แทบจะทำให้กิจการใหญ่ข้าผิดพลาด”
ที่ว่า “อ้ายนักศึกษาเด็กๆ ไร้เดียงสา” ไม่ว่าจะมาจากปากของฮั่นอ๋อง ไม่ว่าจะอยู่ในความคิดของจางเหลียง
ตรงกับความเป็นจริง
อาจเป็นความจริงจากการมองของหลีเสง เมื่อปะทะเข้ากับความจริงอีกชุดหนึ่งซึ่งนำเสนอโดยจางเหลียง
ก็พังครืน
โปรดสังเกตท่าทีของฮั่นอ๋อง ใช่ว่าฮั่นอ๋องจะมิได้ศึกษาประวัติศาสตร์ เชื่อว่าต้องเคยอ่านตำรามาระดับเดียวกับจางเหลียง
แต่ความเห็นของหลีเสงสอดรับกับลึกๆ แห่งความทะเยอทะยาน
นั่นเพราะข้อเสนอของหลีเสงเป็นการยกชูฮั่นอ๋องขึ้นสูงเด่น ขณะที่ความเห็นของจางเหลียงเป็นเหมือนกับยาขม
เพียงแต่เป็นยาขมเตือนให้ได้สำนึก และรู้สึก

