ข่าวเกี่ยวกับการขาดประชุมของสมาชิก สนช.จำนวน 7 คน ซึ่งกำลังเป็นเรื่อง “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” อยู่ในขณะนี้ดำเนินไปในลักษณะ
ข่าวเชิงสืบสวน หรือข่าวเจาะ
ก่อนเกิดรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 ข่าวในลักษณะนี้เกิดขึ้นเหมือนเป็นเรื่องปกติ ก่อนเกิดรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 ข่าวในลักษณะนี้เกิดขึ้นเหมือนเป็นเรื่องปกติ
สัมผัสได้จากที่ได้รับ “รางวัล อิศรา อมันตกุล”
แต่ภายหลังรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 และภายหลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 ข่าวเชิงสืบสวนยังดำรงอยู่ การเจาะข่าวยังดำเนินต่อไป
แต่เป็นกระบวนการ “เจาะ” อย่างด้านเดียว
เป็นด้านเดียวอย่างไร วงการสื่อรู้ดีอย่างที่สุด ยิ่งในหมู่ประชาชนซึ่งเป็นเป้าหมายของสื่ออันมีลักษณะ “มวลชน” ยิ่งรู้ดีที่สุด
แต่หลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 ข่าวเจาะแทบจะหายไป
ข่าวอันเกี่ยวกับการขาดประชุมของ 7 สนช.คนดัง ซึ่งน่าจะเป็นการเจาะโดยบรรดา “ผู้สื่อข่าว” ซึ่งทำงานเป็นมืออาชีพประจำ “รัฐสภา”
กลับไม่ใช่ กลับมาจาก ILaw
ถามว่าอะไรคือ ILaw ตอบได้ว่ามาจากชื่อภาษาไทยเต็มๆ ว่า “โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน”
เป็นเรื่องของ “กฎหมาย” ไม่มีอะไรเกี่ยวกับ “สื่อ”
ตามรายละเอียดที่ปรากฏ โครงการนี้อาศัยข้อบังคับการประชุม สนช. พ.ศ.2557 ที่กำหนดให้สมาชิกต้องมาลงมติอย่างน้อย 1 ใน 3 ของทุกรอบ 19 วัน
เป็น “บรรทัดฐาน” เป็น “เครื่องมือ”
เขาลงมือสำรวจโดยเลือกกรอบระยะเวลา 2 รอบ (180 วัน) ของปี 2559 และค้นหาจำนวนการแสดงตนเพื่อลงมติของ สนช.จำนวน 8 คน ว่ามารายงานตัวเพื่อลงมติเกินกว่า 1 ใน 3 ของการลงมติทั้งหมดหรือไม่
และพบว่า อย่างน้อย 7 คน ลงมติไม่เกินกว่า 1 ใน 3
แสดงว่า สนช. 7 คนนี้ขาดประชุมเป็นประจำจนอาจจะเป็นเหตุให้สิ้นสภาพการเป็นสมาชิก เว้นแต่ได้ยื่นใบลาต่อประธาน สนช.
แต่เมื่อยื่นขอข้อมูลการยื่นใบลา
คำตอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กลับเป็น “ข้อมูลดังกล่าวเป็นความลับ” จึงกลายเป็นเรื่องน่ากลัวชวนให้ตื่นตระหนก
รายงานเชิงวิเคราะห์นี้ปรากฏผ่านเว็บไซต์ของ ILaw
เส้นทางของข่าวจึงเริ่มต้นจาก “โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน” หรือ ILaw จากนั้นจึงปรากฏในสื่อหนังสือพิมพ์
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนอะไร
1 สะท้อนว่าจุดเริ่มต้นแห่งข่าวมิได้มาจากสื่อหนังสือพิมพ์อันถือว่าเป็น “สื่อกระดาษ” หากแต่เริ่มจากเว็บไซต์ เริ่มจากออนไลน์ อันถือว่าเป็น “สื่อกระจก”
เท่ากับยืนยันลักษณะ “นำ” ของ “สื่อกระจก”
ขณะเดียวกัน 1 สะท้อนว่าบทบาทในการวิเคราะห์และตรวจสอบกระบวนการทำงานของ “รัฐสภา” มิได้อยู่ในมือของ “นักข่าว” อันเป็น “มืออาชีพ” ประจำรัฐสภา
หากแต่มาจากบรรดา “นักกฎหมาย” ใน “ภาคประชาชน”
นี่คือการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในแวดวงสื่อภายหลังสถานการณ์เดือนกันยายน 2549 และโดยเฉพาะภายหลังสถานการณ์เดือนพฤษภาคม 2557
เป็นการแปรเปลี่ยนในกระบวนการ “ข่าว”
“สื่อเก่า” อย่างหนังสือพิมพ์ ไม่เพียงแต่จะถูกช่วงชิงไปโดย “สื่อใหม่” อย่างเว็บไซต์ ออนไลน์ หากแต่ยังถูก “ภาคประชาสังคม” เข้ามาแทนที่
อาจเริ่มต้นอย่างช้าๆ แต่จะเพิ่มอัตรา “เร่ง” เป็นลำดับ
เส้นทางสาย “ข่าว” ที่ปรากฏในสังคมมีการแปรเปลี่ยนอย่างชนิดที่เรียกว่าพลิกผัน และก้าวกระโดด
สื่อหนังสือพิมพ์เริ่มมิได้มีบทบาทในลักษณะ “นำหน้า” หากแต่ถอยกลับและแสดงบทบาทในการตามมาห่างๆ
ทำท่าว่า “สื่อกระจก” จะแสดงบทบาทนำ “สื่อกระดาษ”

