ถ้าติดตามความเคลื่อนไหว นับตั้งแต่ คุณเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา วันที่ 11-12 กันยายน พ.ศ.2566 ส่วนหนึ่งของนโยบายด้านการศึกษาเขียนว่า “จัดทำหลักสูตรและให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับความรู้ ความสนใจของผู้เรียน”
เวลาผ่านมา 10 เดือน ถึงวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2567 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงนามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัย และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21
เกือบหนึ่งปีกับการทำคลอดคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมา ช้าหรือเร็ว สุดแท้แต่ละท่านจะคิดพิจารณาต้นทุนเวลากันอย่างไร
คนรุ่นใหม่ใจร้อน เลยคิดถึงคำกลอนของ ม.ล.ปิ่น มาลากุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ครูนักการศึกษาผู้ยิ่งใหญ่
กล้วยไม้มีดอกช้า ฉันใด
การศึกษาเป็นไป เช่นนั้น
แต่ดอกออกคราวไร งามเด่น
การศึกษาปลูกปั้น เสร็จแล้วแสนงาม
ครับ ก็หวังว่าผลผลิตหลักสูตรใหม่ที่จะออกมาในอนาคตจะเป็นดอกไม้แสนงาม ดังที่ครูปิ่น ท่านรจนาไว้
หลักสูตรการศึกษาเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าในช่วงวัยไหน และช่วงชั้นใด ผู้เรียนควรเรียนอะไร ใช้เวลายาวนานแค่ไหน มีผลสัมฤทธิ์อย่างไร เป็นภาพสะท้อนถึงคุณภาพการศึกษาที่ชัดเจน
ทั้งๆ ที่นักการศึกษาต่างยอมรับว่าปฏิรูปหลักสูตรเป็นขาหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ แต่ความพยายามปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพ.ศ.2551 ครั้งแล้วครั้งเล่า ล้มลุกคลุกคลานมาตลอด
ไม่นานมานี้ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) อีกหมวกหนึ่งของท่านเป็นหนึ่งในกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ชุดปัจจุบัน บรรยายพิเศษหัวข้อ Unlocked Thailand ในงานสัมมนาประจำปีหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ PRACHACHAT BUSINESS FORUM
“คำถามคือ อะไรที่ล็อกประเทศไทย ขอยก 3 เรื่องกฎระเบียบโบราณ การศึกษาท่องจำ การทดลองโดยไม่เรียนรู้”
“การศึกษาที่เน้นท่องจำ จำและท่อง เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะจะทำให้เราไม่สามารถเผชิญโลกที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว เพราะเราเรียนรู้กับวิชาที่นิ่งอยู่จากการท่องจำ”
“เราปรับปรุงหลักสูตรครั้งสุดท้ายปี 2551 แต่สิงคโปร์ปรับหลักสูตรอยู่บ่อยๆ ปรับหลักสูตรทุก 6 ปี แม้กระทั่งที่เคยเป็นเบอร์ 1 อย่างฟินแลนด์ปรับหลักสูตรทุก 10 ปี แต่เราไม่ได้ปรับหลักสูตรตั้งแต่ปี 2551 ตั้งแต่ไอโฟนรุ่นแรก จนปัจจุบันไอโฟน 15”
ระบบการศึกษาไทยอยากให้คนคิดเหมือนกัน แล้วเราจะมีนวัตกรรมที่ไปอยู่กับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างมากได้อย่างไร เราจึงเห็นว่าการศึกษาไทยแย่ลงตลอด ถ้าเป็นอย่างนี้น่าจะไปรอดยาก ที่น่าเสียดายคือจนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นการขับเคลื่อนครั้งใหญ่ ฝ่าด่านการศึกษาที่เน้นท่องจำออกไปได้เลย
“หลักสูตรไทยเน้นความรู้ เน้นการท่องจำมากกว่าสมรรถนะว่าทำอะไรได้ ต่างประเทศกำลังเปลี่ยนไปสู่หลักสูตรอีกแบบหนึ่ง คือ ฐานสมรรถนะ แต่หลักสูตรนี้พอนำมาใช้ในประเทศไทยก็ถูกล็อกไว้”
องค์ประกอบคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรชุดล่าสุด ดร.สมเกียรติ เสนอ นายพงศ์ทัศ วนิชานันท์ นักวิจัยอาวุโสด้านการปฏิรูปการศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย TDRI เข้าร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการทั้งหมด
อีกจุดหนึ่งในโครงสร้างกรรมการพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ ชุดนี้ที่น่าสนใจ คือ ประธานคณะกรรมการ ได้แก่ รองศาสตราจารย์ศิริเดช สุชีวะ กรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และประธานอนุกรรมการด้านคุณภาพและเทคโนโลยีเพื่อการเรียน
ก่อนหน้านี้รองศาสตราจารย์ศิริเดช เป็นประธานคณะอนุกรรมการครูและอาจารย์ หนึ่งในคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ที่ ศ.กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา เป็นประธานกรรมการ ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 ครบวาระ 23 เมษายน 2562
กอปศ.โดยอนุกรรมการการจัดการเรียนการสอน ผศ.ยุวดี นาคะผดุงรัตน์ เป็นประธาน ปิดฉากทำรายงานเสนอรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 8 ข้อ หนึ่งในนั้นว่าด้วยหลักสูตรการศึกษา
เสนอให้ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระบบในระดับการศึกษาพื้นฐาน เน้น 4 ด้านได้แก่ 1 หลักสูตร 2 การเรียนการสอน 3 การวัดและประเมินผล/เทียบโอน 4 การประกันคุณภาพการศึกษา
ประเด็นการปรับหลักสูตรเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะที่สามารถสร้างสมรรถนะสำคัญให้กับผู้เรียนได้ทั้งหมด โดยมีพื้นที่ในหลักสูตรที่จะตอบสนองการพัฒนาผู้เรียนตามความถนัดและความสนใจ รวมทั้งการเรียนรู้การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์และสร้างนวัตกรรมการแก้ปัญหาในชีวิต อาชีพและสังคมได้อย่างยั่งยืน
ที่ผมฟื้นความหลังเมื่อไม่นานนี้ขึ้นมาสานเสวนา เพราะเชื่อว่าการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรชุดใหม่ คงมีการอภิปรายกันอีกครั้งใหญ่ ว่าจะไปทางไหนกัน
ระหว่างหลักสูตรฐานสมรรถนะกับหลักสูตรอิงมาตรฐาน (2551) ซึ่งเคยเป็นประเด็นเห็นต่างกันมาแล้ว
จนทำให้หลักสูตรฐานสมรรถนะตามข้อเสนอของ กอปศ.ประสบอุปสรรค ก้าวไปไม่ถึงไหน ถูกล็อกไว้ อย่างที่ ดร.สมเกียรติว่า
บทสรุปเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ต้องติดตามย่างก้าวของกรรมการพัฒนาหลักสูตรชุดใหม่อย่างต่อเนื่อง การกำหนดทิศทางหลักสูตร จะมุ่งเน้นไปตรงไหน
จะมีชะตากรรม เผชิญแรงต้านรอบด้านจากผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ เช่นเดียวกับที่คณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรในอดีต ประสบหรือไม่
ชุดใด สมัยไหน เป็นใคร เกิดอะไรขึ้น ค่อยว่ากันตอนต่อไป

