สะพานแห่งกาลเวลา : สตาร์ไลเนอร์ กับ 2 นักบินอวกาศ
ในตอนแรกหลายๆ คนคิดว่าคงไม่มีอะไรมากมายนัก แต่เอาเข้าจริง นักบินอวกาศ 2 คน ที่เดินทางไปกับยานอวกาศสตาร์ไลเนอร์ กลายเป็นนักบินอวกาศที่ “ติดค้าง” อยู่บนห้วงอวกาศแบบไม่รู้อนาคตไปเสียนี่
เป็นการตอกย้ำให้เห็นชัดเจนว่า การท่องอวกาศไม่เหมือนกับการเดินทางท่องเที่ยวที่ไหนบนโลกใบนี้แน่นอน
สตาร์ไลเนอร์ เป็นยานอวกาศยุคใหม่สำหรับใช้เดินทางระหว่างโลกกับสถานีอวกาศ โดยที่ทั้งหมด หรือบางส่วนสามารถนำกลับมาใช้งานได้ใหม่ ตามวิสัยทัศน์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ของสหรัฐอเมริกา ที่เปิดให้เอกชนเข้าร่วมในโครงการลงทุนและพัฒนาตามแนวคิดดังกล่าว
สตาร์ไลเนอร์ออกแบบ ผลิตและพัฒนาโดยโบอิ้ง ถือเป็นคู่แข่งสำคัญของสเปซเอ็กซ์ ของอีลอน มัสก์ และเพิ่งถูกส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศพร้อมกับนักบิน 2 นาย เพื่อเป็นการทดสอบประสิทธิภาพเป็นครั้งแรกเมื่อ
วันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมานี่เอง
นักบินของสตาร์ไลเนอร์ทั้ง 2 คน เป็นอดีตนักบินเครื่องบินขับไล่ของกองทัพเรืออเมริกันทั้งคู่ ชื่อ บุทช์ วิลมอร์ กับ สุนิตา วิลเลียมส์ จุดหมายปลายทางของคนทั้ง 2 ก็คือ เดินทางไปจอดเทียบกับสถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) แล้วกลับโลก ใช้เวลาในภารกิจนี้ทั้งหมด 10 วัน
อันที่จริง ยานรูปทรงแคปซูลเหมือนๆ กับยานยุคอะพอลโลของโบอิ้งลำนี้มีปัญหาตั้งแต่แรกเริ่มเลยทีเดียว เกิดปัญหาทางเทคนิคโน่นนี่นั่นขึ้นจนทางนาซาต้องเลื่อนกำหนดการส่งขึ้นสู่อวกาศเพื่อการทดสอบออกไปหลายต่อหลายครั้ง รวมเป็นเวลาหลายปีเลยทีเดียว
ทุกครั้ง นาซามักบอกกับโบอิ้งว่า จากการตรวจสอบสภาพแล้วมีแนวโน้มสูงว่า เมื่อขึ้นสู่อวกาศแล้วจะเกิดปัญหาขึ้นกับตัวยาน เลยต้องเลื่อนออกไปจนกว่าจะแก้ไขปัญหาที่พบให้เรียบร้อย
ครั้งล่าสุดนี่ก็เช่นกัน ถึงขนาดที่ว่ามีการค้นพบว่าเกิดการรั่วไหลในระบบเชื้อเพลิงของยาน ทำให้มีฮีเลียม ซึ่งใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับจรวดขับของยานรั่วไหลออกมาก่อนหน้ากำหนดการเริ่มภารกิจ แต่ในที่สุดนาซาก็ตัดสินใจเปิดไฟเขียวให้โบอิ้งส่งสตาร์ไลเนอร์ขึ้นปฏิบัติภารกิจในห้วงอวกาศได้
ผลลัพธ์ก็คือ สตาร์ไลเนอร์เผชิญกับสารพัดปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับตัวยานตั้งแต่วันแรกที่อยู่ในห้วงอวกาศ เริ่มตั้งแต่การพบจุดรั่วของฮีเลียมอย่างน้อย 5 จุด ซึ่งแม้ทางโบอิ้งบอกว่าเป็นเพียงการรั่ว “เล็กน้อย” แต่สุดท้ายก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ให้กับตัวยาน เพราะเกิดปัญหาในการปรับตำแหน่งของยานให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมจะเข้าเทียบกับไอเอสเอสได้
นาซาเลื่อนเวลาเข้าเทียบเพื่อให้โอกาสแก่โบอิ้งหลายครั้ง เลื่อนตั้งแต่ 14 มิถุนายนเป็น 18 มิถุนายน จนกระทั่งสตาร์ไลเนอร์เทียบท่าได้สำเร็จเมื่อ 27 มิถุนายน
แต่นั่นเท่ากับเป็นการแก้ปัญหาไปเพียงแค่ครึ่งเดียว นาซายืนกรานว่า โบอิ้งต้องทำความเข้าใจให้แน่ชัดว่า เกิดอะไรขึ้นกับระบบปฏิกิริยาเพื่อการควบคุม (reaction control system-RCS) ของยานที่รวนเมื่อยานเข้าเทียบไอเอสเอส และทำไมถึงเกิดฮีเลียมรั่วไหลหลายจุดนัก
จนกว่าจะวิเคราะห์เรื่องนี้ออกมาและแก้ไขให้ลุล่วงไป นักบินอวกาศทั้ง 2 ยังคงจำเป็นต้องอยู่ในอวกาศต่อไปก่อน
ทีแรกเข้าใจกันว่า การยืดเวลาอยู่ในอวกาศของคนทั้ง 2 นั้นไม่น่าจะเกิน 45 วัน เพราะแบตเตอรี่ของห้องนักบินของสตาร์ไลเนอร์มีพลังงานจำกัดอยู่แค่นั้น แต่ในที่สุด เมื่อยังไม่พบคำตอบและไม่สามารถประเมินความเสี่ยงจริงๆ ได้ ทั้งคู่ก็ต้องอยู่แบบไม่มีกำหนดกลับ
ในขณะที่บนภาคพื้นดิน การทดลองเพื่อวิเคราะห์สาเหตุของโบอิ้งก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น การทดลองยิงจรวดขับ (thrusters) เมื่อ 2 กรกฎาคม เพื่อตรวจสอบปัญหา เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ไม่มีกำหนด” สำหรับนาซานั้นไม่ใช่ไม่มีกำหนดจริงๆ แต่คำนี้ทางนาซาใช้เพื่อสื่อเป็นนัยว่า ต้องไม่เกิน 90 วัน ไม่เช่นนั้นก็อาจส่งผลกระทบต่อมิชชั่นอื่นๆ ของนาซาได้ เพราะตอนนี้ไอเอสเอสต้องใช้ไฟจากสถานีมาชาร์จเป็นพลังงานให้สตาร์ไลเนอร์อยู่เป็นระยะๆ
ในขณะที่ทางโบอิ้งเองระบุว่า ในทางเทคนิคแล้ว สตาร์ไลเนอร์สามารถโคจรอยู่ในอวกาศได้ต่อเนื่องนานถึง 210 วัน
ดังนั้น จึงยังมีเวลาพอที่ทางโบอิ้งจะแก้ปัญหาของสตาร์ไลเนอร์และนำนักบินอวกาศทั้ง 2 กลับโลกได้
แล้วก็ยังมีเวลาให้ผู้ที่เฝ้าติดตามอย่างเราๆ ท่านๆ ได้ลุ้นกันต่อ
เพราะอย่างน้อย สตาร์ไลเนอร์ก็ยังไม่ระเบิดครับ
ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

