ปฏิรูปหลักสูตรการศึกษา มาช้าดีกว่าไม่มา(3)
หลังจากกระทรวงศึกษาธิการประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 มาแล้วเกิน 5 ปี สถานการณ์สากลและภายในประเทศเปลี่ยนแปลงรวดเร็วโดยเฉพาะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ความพยายามที่จะปฏิรูปหลักสูตรให้ทันสมัยดำเนินเรื่อยมา รัฐบาลแต่ละสมัยแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรชุดแล้วชุดเล่า
พ.ศ.2556 ปฏิรูปโครงสร้างหลักสูตรครั้งใหญ่ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต่อมาเปลี่ยนเป็นนายจาตุรนต์ ฉายแสง ในปีเดียวกัน แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน มีศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ภาวิช ทองโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการยกร่างฯ ดึงนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัยหลายแห่งเข้าร่วมคณะทำงานชุดต่างๆ ดำเนินงานเป็นรูปร่างขึ้น
ปรับลดกลุ่มสาระการเรียนรู้จาก 8 กลุ่ม คือ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี และภาษาต่างประเทศ
เหลือ 6 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มการเรียนรู้ภาษาและวรรณกรรม 2) วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและคณิตศาสตร์ 3) การดำรงชีวิตและโลกของงาน 4) ทักษะสื่อและการสื่อสาร 5) สังคมและความเป็นมนุษย์ 6) ประเทศไทย อาเซียน ภูมิภาคและโลก
แต่เนื่องจากใช้ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน รุกเร็ว รบเร็ว เลยถูกมองว่ารวบรัด เกิดการคัดค้านจากผู้มีส่วนได้เสีย โดยเฉพาะฝ่ายผู้ปฏิบัติ ครูและบุคลากรทางการศึกษา ว่าขาดการมีส่วนร่วมเท่าที่ควร
ยังไม่ทันได้เริ่มทดลองใช้ สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองร้อนแรง รัฐบาลยิ่งลักษณ์ประกาศยุบสภาวันที่ 9 ธันวาคม 2556 การขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาและปฏิรูปหลักสูตรสะดุดหยุดลง
จนเกิดรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้า ต่อมาแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีมี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี
พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ตั้งคณะอนุกรรมการปฏิรูปการเรียนรู้ มีนางสิริกร มณีรินทร์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน
ต่อมาเกิดความเปลี่ยนแปลง มีการปรับคณะรัฐมนตรี ย้าย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแทน
แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งชาติ วันที่ 9 ธันวาคม 2558 มีคณะกรรมการกำหนดกรอบเนื้อหา กรรมการดำเนินงานพัฒนา ประกอบด้วยนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆหลากหลาย การขับเคลื่อนยังไม่ปรากฏผลเป็นรูปธรรม มีประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พ.ศ.2560
ระหว่างนั้นการปฏิรูปหลักสูตรทำได้เพียงทบทวนบางส่วน 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยปรับปรุงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดให้เกิดความชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อน คงหลักการและโครงสร้างเดิมของหลักสูตร 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ไว้เช่นเดิม
มอบให้สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท) ปรับปรุงหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และสาระเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปรับปรุงสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 261 บัญญัติให้มีคณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระ ศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะและร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องเสนอคณะรัฐมนตรีดำเนินการ
ทำให้เกิดคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ) ขึ้น มี ศ.กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา เป็นประธาน ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 ครบวาระ 2 ปี วันที่ 23 เมษายน 2562 เสนอรายงานต่อรัฐบาลให้ปรับหลักสูตรเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ
ยังไม่ทันเห็นผลเป็นรูปธรรม รัฐบาลครบวาระ ยุบสภาจัดการเลือกตั้งทั่วไปใหม่วันที่ 24 มีนาคม 2562 พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ว่า ปรับรูปแบบการเรียนรู้และการสอนเพื่อพัฒนาทักษะและอาชีพของคนทุกช่วงวัยสำหรับศตวรรษที่ 21 โดยปรับโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาให้ทันสมัย
นายณัฏฐพลอยู่ได้ไม่นานต้องลาออก การปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาสะดุดหยุดลง เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการใหม่ เป็นนางสาวตรีนุช เทียนทอง ประกาศเป้าหมายว่าจะใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในปี 2565
โดยตั้งคณะกรรมการจัดทำและพัฒนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2564 คณะกรรมการอำนวยการ มีนางสิริกร มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน เป็นประธาน
การเปลี่ยนแปลงหลักสูตรเดิมเป็นหลักสูตรใหม่ฐานสมรรถนะ ถูกต่อต้านจากข้าราชการฝ่ายปฏิบัติ และภาคธุรกิจผู้จัดพิมพ์หนังสือ ตำราเรียน
จน พล.อ.ประยุทธ์ประกาศยุบสภา วันที่ 20 มีนาคม 2566 จัดการเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี
พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชุดล่าสุด 20 มิถุนายน 2567
จากเหตุการณ์ที่ลำดับมาสะท้อนให้เห็นว่า การที่ปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่สำเร็จ สาเหตุสำคัญประการหนึ่ง เนื่องจากเกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เปลี่ยนรัฐมนตรีบ่อย การดำเนินการตามนโยบายไม่ต่อเนื่อง
ยังมีปัญหาอื่นๆ ที่เป็นอุปสรรคทำให้การขับเคลื่อน ปฏิรูปหลักสูตร ล่มแล้วล่มเล่า ต้องสานเสวนาหรือวิวาทะ ก็แล้วแต่ ตอนต่อไป

