หน้าแรก คอลัมนิสต์ น้ำลดตอผุด ลา...

น้ำลดตอผุด ลาวกวาดล้างเครือข่ายไซซะนะ โดย ธีรภัทร เจริญสุข

22.02.17 | 11:46 น.

หลังจากการกวาดล้างจับเครือข่ายไซซะนะของตำรวจปราบปรามยาเสพติดไทยในเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ความกระตือรือร้นในการปราบปรามยาเสพติดร่วมของทางการลาวพุ่งขึ้นอย่างมาก เพราะประชาชนให้ความสนใจและแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์หนักหน่วงแพร่หลายอย่างไม่อาจปิดกั้นได้ และข้อมูลข่าวสารที่ส่งย้อนกลับไป ทำให้ทางการตำรวจลาวสามารถขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดต่อเนื่องและได้แถลงข่าวเป็นการใหญ่เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

พลจัตวาทองเหล็ก มังหน่อเมก หัวหน้ากรมใหญ่ตำรวจ กระทรวงป้องกันความสงบ แถลงข่าวแก่สำนักข่าวสารประเทศลาวว่าได้จับกุมกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดเกี่ยวพันต่อเนื่องกับการครอบครองอาวุธสงครามและการฟอกเงินจำนวน 33 คน รวม 5 กลุ่ม ระหว่างวันที่ โดยอ้างว่ามีกลุ่มค้ายาเสพติดที่ใหญ่กว่าไซซะนะด้วย ได้แก่

1.กลุ่มท้าวกิน้อย ผาไซ เมืองสีโคดตะบอง นครหลวงเวียงจันทน์

2.กลุ่มคู่สามีภรรยา ท้าวหวาด-นางแก้วพิลาวัน เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว

3. กลุ่มท้าวพอนปะสง สุกปะเสิด นครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งกล่าวว่าใหญ่กว่ากลุ่มไซซะนะ

Advertisement

4.กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับไซซะนะ แก้วพิมพา ซึ่งประสานกับเจ้าหน้าที่ไทยเพื่อจับกุมจนได้ผลตามข่าว รวมถึงกลุ่มที่เกี่ยวข้องในแขวงคำม่วน

5.กลุ่มท้าวพอนไท โคดสมบัด หรือท้าวซิ่ว เมืองสองคอน แขวงสะหวันนะเขด

โดยทางพลจัตวาทองเหล็ก มังหน่อเมก ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนลาวว่า การที่ยังไม่ได้แถลงข่าวการจับกุมมาก่อนหน้า เนื่องจากเป็นคดีใหญ่ มีความเกี่ยวข้องหลายแขวง เกรงว่าจะเสียรูปคดี และไม่สามารถขยายผลจับกุมเครือข่ายได้ อีกทั้งกรมใหญ่ตำรวจลาวและสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทยได้ร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลกันตลอด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระบบกฎหมายที่ต่างกันและยังไม่ได้มีการเจรจาในส่วนนี้มาก่อน ทำให้การขอตัวไซซะนะ แก้วพิมพา มาดำเนินคดีใน สปป.ลาวนั้นเป็นการยากที่จะทำได้

ขั้นตอนการแถลงข่าวและการจับกุมต่อเนื่อง สร้างความยินดีและเสียงชื่นชมแก่ประชาชนชาวลาวอย่างยิ่ง พร้อมกลบเสียงวิจารณ์การทำงานของตำรวจลาวได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม พลจัตวาทองเหล็ก ยังกล่าวว่า ได้มีความพยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาที่จับกุมไว้ได้ ซึ่งต้องสืบสวนต่อไป

ในฝั่งไทยเอง ทางตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำโดย พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ก็ได้ขยายผลต่อเนื่องจับผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่อีกหลายราย ซึ่งเครือข่ายยาเสพติดนี้โยงใยไปถึง อุสมาน สะแลแมง ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มของ หน่อคำ เจ้าพ่อยาเสพติดผู้ก่อคดีใหญ่บนลำน้ำโขง และหลบหนีไปอยู่และแพร่เครือข่ายยาเสพติดในชายแดนภาคใต้

ในการนี้ ทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว ได้สอบสวนกับกลุ่มผู้มีชื่อเสียงในสังคม ไฮโซ เซเล็บต่างๆ ทั้งสองฝั่งถึงความเกี่ยวข้องและสิ่งที่ทราบเกี่ยวกับกลุ่มของไซซะนะ แก้วพิมพา เนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดการฟอกเงินโดยผ่านดาราและคนดัง ไม่ว่าจะทราบรู้ตัวหรือไม่ โดยกรณีที่ชัดเจนที่สุดของไทยคือ เบนซ์ เรซซิ่ง สามีของแพท ณปภา ในส่วนฝั่งลาว ข่าวลือส่งผลให้กู้ ลาวสตาร์ น้องชายของประธานบริษัทลาวสตาร์ ซึ่งเป็นสื่อเอกชนที่ใหญ่ที่สุดใน สปป.ลาว ต้องออกมาแถลงแก้ข่าวรวมทั้งลาออกจากกลุ่มลาวสตาร์ มาทำธุรกิจส่วนตัวพร้อมทั้งกิจการการกุศลของตนเอง

ความสนใจแพร่หลายของประชาชนในหน้าข่าว ยังทำให้ผู้ที่อาจคิดใช้อิทธิพลเพื่อกดดันคดีในทางที่ตนต้องการทำได้ยาก และส่งผลให้จับกุมเครือข่ายค้ายานรกนี้ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการปราบปรามยาเสพติดยังห่างไกล ตราบใดที่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของลาวยังลงไปไม่ถึงท้องถิ่นชนบท