ปัญหาตัวแปรมิได้มีแต่กับกรณีของ “ร่างรัฐธรรมนูญ” ซึ่งผ่านประชามติมาแล้ว หากแม้กระทั่ง
“มาตรา 44” ในกรณีวัดพระธรรมกายก็ปรากฏตัวแปร
ตัวแปร 1 คือ บรรลุเป้าหมาย แต่ไม่สมบูรณ์
“ดีเอสไอ” ก็ดี “ตำรวจ” ก็ดี และ “ทหาร” ก็ดี สามารถรุกคืบเข้าไปปิดล้อมและเข้าไปภายในวัดพระธรรมกายได้
แต่ที่ไม่สมบูรณ์ คือ ไม่พบตัว พระเทพญาณมหามุนี
“การข่าว” นับแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์เป็นต้นมาจึงมากด้วยความสับสน ขณะที่ ดีเอสไอยืนยันว่าน่าจะยังอยู่ภายในวัด
แต่บางส่วนยืนยันว่า “เผ่น” ไปแล้ว
มาถึง ณ วันนี้ นายตำรวจใหญ่บางคนถึงกับเชื่อว่ามีความเป็นไปได้เพียงร้อยละ 20 ว่าจะยังอยู่ภายในวัด แต่อีกร้อยละ 80 ว่าไม่น่าจะอยู่แล้ว
ตัวแปร 1 คือ ปฏิกิริยาอันมาจาก “ศิษยานุศิษย์”
ความพยายามหวนกลับมายึดคืนพื้นที่บริเวณประตู 5 ประตู 6 ของพระภิกษุ สามเณรและศิษยานุศิษย์เด่นชัดยิ่งว่านำไปสู่ความแปรเปลี่ยน
ทำให้ “ดีเอสไอ” จำต้องเริ่ม “ปฏิบัติการ” ใหม่
ปฏิบัติการใหม่ของดีเอสไอ ตำรวจและทหารในตอนเช้าของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ อาจกล้ายกับที่เคยปฏิบัติการเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์
แต่ก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
พื้นฐานที่สุดก็คือ ฐานการข่าวในเรื่อง “จำนวน” ภายในวัดพระธรรมกายก็ไม่เหมือนกับที่เคยรายงานนับแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์
ตอนนั้นเชื่อว่าน่าจะมีประมาณเพียง 1,000 คน
แต่มาถึงเช้าวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ไม่ใช่แล้ว ไม่ว่าจะมองผ่าน “พระภิกษุ สามเณร” ไม่ว่าจะมองผ่านบรรดา “ศิษยานุศิษย์”
รูปธรรมเห็นได้จาก “กำแพงมนุษย์”
รูปธรรมเห็นได้จากมีความพยายามในตอนค่ำของคืนวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่จะยึดพื้นที่บริเวณประตู 5 และประตู 6 แต่ล้มเหลว
ไม่สามารถฝ่า “กำแพงมนุษย์” ไปได้
ขณะเดียวกัน ความหวั่นเกรงหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นก็คือ ความหวาดเกรงที่สถานการณ์จะดำเนินไปอย่างยืดเยื้อและบานปลาย
เพราะกระแสต้าน “มาตรา 44” เริ่มรุนแรงและขยายกว้าง
ก็บอกแล้วว่า “มาตรา 44” คือ ความต่อเนื่องจาก “มาตรา 17” ในธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรในยุคของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพลถนอม กิตติขจร
ถามว่า “จินตภาพ” ต่อ 2 จอมพลนี้เป็นอย่างไร
คำตอบที่เด่นชัดเป็นอย่างมากก็คือ จินตภาพในด้านเป็นตัวแทนแห่งระบอบเผด็จการในยุคดึกดำบรรพ์
และผลจากระบอบเผด็จการคืออะไร
ไม่ต้องยกตัวอย่างว่าคนที่ตกเป็นเหยื่อ “มาตรา 17” ได้รับความเป็นธรรมมากน้อยเพียงใดและอย่างไร
ตัวอย่างชัดๆ ก็คือ 2 จอมพลนี้ถูก “ยึดทรัพย์”
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถูกประกาศยึดทรัพย์ในยุค จอมพลถนอม กิตติขจร ขณะเดียวกัน จอมพลถนอม กิตติขจร ถูกประกาศยึดทรัพย์ในยุค นายสัญญา ธรรมศักดิ์
สะท้อนให้เห็นว่า “อำนาจ” ภายใต้เงาแห่ง “มาตรา 17” เป็นอย่างไร
และเมื่อ “มาตรา 44” คือการสืบทอดมาจาก “มาตรา 17” จึงเท่ากับเป็นการสืบทอดมรดกมาจาก 2 จอมพลในยุค “เผด็จการ”
ยิ่งนานวัน ยิ่งก่อให้เกิดการคัดค้านและต่อต้าน
ภายใน “รายรับ” อันเนื่องแต่การประกาศใช้มาตรา 44 ต่อกรณีวัดพระธรรมกายจึงเริ่มปรากฏ “รายจ่าย”
มิได้เป็นรายจ่ายต่อ “ดีเอสไอ” ซึ่งอยู่ในขณะเป็นผู้นำไปปฏิบัติในทางเป็นจริง หากแต่ยังเป็นรายจ่ายซึ่ง คสช.และรัฐบาลมิอาจปัดปฏิเสธได้
ตรงนี้แหละคือ “ตัวแปร” อันเนื่องแต่ “มาตรา 44”

