ประชุม ครม.สัญจร 19-20 ส.ค. 2567 พระนครศรีอยุธยา ตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ชัยนาท, พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี, สระบุรี, สิงห์บุรี, และอ่างทองโดยมอบหมายภารกิจ ดังนี้
ประเด็นการตรวจราชการสำคัญ 6 ประเด็น คือ การสร้างฐานการผลิตสินค้าเกษตร
อาหารเพื่อสุขภาพมูลค่าสูงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, การยกระดับการท่องเที่ยวมูลค่าสูงด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม บนพื้นฐานของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ, การเพิ่มมูลค่าห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมและบริการในอนาคต, การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และพลังงานแบบมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน, การส่งเสริมการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ และการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง
(ที่มา : มติชนออนไลน์ วันอังคารที่ 6 สิงหาคม 2567)
ประเด็นเกี่ยวกับอยุธยาโดยตรง ได้แก่ “การยกระดับการท่องเที่ยวมูลค่าสูง ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม บนพื้นฐานของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ”
เรื่องแรก ต้องไม่ทำลายแหล่งท่องเที่ยวมูลค่าสูง ด้วยข้ออ้างเพื่อความเจริญทางเศรษฐกิจแบบเอารวยเฉพาะหน้าของคนกลุ่มเดียว แต่ทำลายความเจริญทางเศรษฐกิจของคนส่วนใหญ่ของประเทศ
เรื่องต่อไป ประวัติศาสตร์ไทยมีพลังกระตุ้นการท่องเที่ยวมูลค่าสูง จึงต้องสงวนรักษาเมืองโบราณอย่างเคร่งครัดที่เป็นหลักฐานประวัติศาสตร์ไทย เพื่อเป็นทรัพยากรสำคัญการท่องเที่ยว
ขณะเดียวกัน ต้อง “ปลดล็อก” โครงเรื่อง “หมดอายุ” ของประวัติศาสตร์ไทย (กระแสหลัก) ดังนี้
(1.) เป็นประวัติศาสตร์เชื้อชาติ ของ “คนไทย เชื้อชาติไทย สายเลือดบริสุทธิ์” มีถิ่นกำเนิดทางใต้ของจีน แล้วถูกจีนรุกรานขับไล่ ต้อง “อพยพยกโขยง ถอนรากถอนโคน” ลงไปหาที่อยู่ใหม่
(2.) ตั้งถิ่นฐานใหม่ สร้างกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของ “คนไทย เชื้อชาติไทย สายเลือดบริสุทธิ์”
โลกดิจิทัล นักวิทยาศาสตร์นานาชาติประกาศที่ทำเนียบขาว สหรัฐอเมริกา เมื่อ 24 ปีผ่านมา (พ.ศ. 2543) ว่า เชื้อชาติไม่มีในโลก นับแต่นั้นประเทศต่างๆ ในโลกทยอยยกเลิกเชื้อชาติ
ไทยในโลกของดีเอ็นเอ นักโบราณคดีกับนักพันธุศาสตร์ฯ แถลงข่าวที่มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อต้นปีนี้เอง (พ.ศ. 2567) สรุปว่าคนในไทยเป็น “ลูกผสม” หลายชาติพันธุ์ ตั้งแต่ 2,000-1,700 ปีมาแล้ว
หลักฐานวิทยาศาสตร์สอดคล้องกับหลักฐานทางวัฒนธรรมจากเอกสาร ได้แก่ ตำนาน, พงศาวดาร และประเพณีพิธีกรรมหลังความตาย ว่าคนไทยมาจากชาวสยาม ซึ่งประกอบด้วยคนหลายชาติพันธุ์ “ร้อยพ่อพันแม่”
สรุปว่า ไม่มีคนไทยแท้ เชื้อชาติไทย สายเลือดบริสุทธิ์ และสุโขทัยไม่ใช่ราชธานีแห่งแรกของคนไทยแท้ (ตามที่ถูกหล่อหลอมกล่อมเกลาและครอบงำให้เชื่อถือ มานาน)
อโยธยาเก่ากว่าสุโขทัย
อโยธยาพบหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีและมานุษยวิทยา มีอายุเก่าแก่กว่าสุโขทัย เป็นที่รู้กันมานานในหมู่นักค้นคว้ามากกว่า 60 ปีมาแล้ว
แต่อโยธยาถูกบังคับสูญหาย เพราะชนชั้นนำมีอำนาจราว 85 ปีที่แล้ว เรือน พ.ศ. 2482 ต้องการปลุกกระแสชาตินิยม “คลั่งเชื้อชาติไทย” ด้วยการกำหนดให้สุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของคนไทยแท้ฯ
ทำให้นักค้นคว้าผู้ไร้อำนาจต้องปิดปากตนเอง และเพิ่งเริ่มเสนอหลักฐานอย่างเป็นระบบราว 58 มาแล้ว พ.ศ. 2509 และอีกครั้งราว 53 ปีมาแล้ว พ.ศ. 2514 แต่ชนชั้นนำไม่สนใจ และนักวิชาการโบราณคดีด้อยค่า
อโยธยามาจากสยาม และคนไทย (เก่าสุด) ในอโยธยามาจากชาวสยาม ซึ่งเป็นลูกผสมของคนหลายชาติพันธุ์ “ร้อยพ่อพันแม่” ใช้ภาษากลางสื่อสารต่างผ่าพันธุ์เป็นภาษาไท-ไต-ไทย-ลาว
ชาวสยามดั้งเดิมที่มีบ้านเมืองใหญ่โต และมีการปกครองเป็นระบบแข็งแรง อยู่ลุ่มน้ำมูล โดยมีศูนย์กลางอยู่เมืองเสมา (อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา) ร่วมมือเครือญาติและเครือข่าย คือ เมืองศรีเทพ (เพชรบูรณ์), เมืองละโว้ (ลพบุรี), เมืองสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) สร้างอโยธยาสืบเนื่องเป็นอยุธยา
อโยธยา ต้นตอความเป็นไทย สืบเนื่องจนปัจจุบัน สรุปย่อดังนี้
(1.) เริ่มต้นคนไทย (2.) เริ่มต้นภาษาไทย (3.) เริ่มต้นอักษรไทย มาจากอักษรเขมรที่ถูกทำให้ง่าย (4.) เริ่มต้นศาสนาพุทธ เถรวาท (นับถือรามเกียรติ์) (5.) เริ่มต้นยกย่องกษัตริย์เป็นพระราม (รามาธิบดี) ครองเมืองอโยธยาศรีรามเทพนคร สืบเนื่องกรุงศรีอยุธยา (กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา)
ความเป็นอโยธยามีพลังกระตุ้นการท่องเที่ยวมูลค่าสูง ดังนั้นการพัฒนาสมัยใหม่ต้องหลีกเลี่ยง ต้องไม่ล่วงล้ำทำลายเมืองอโยธยา
เรื่องอโยธยาเก่ากว่าสุโขทัย ต้อง “ผลิตซ้ำ” อีกนานมาก เพราะอโยธยาถูกบังคับสูญหาย แล้วถูกหล่อหลอมกล่อมเกลาและครอบงำเรื่องสุโขทัยมานานมากกว่า 85 ปี
รัฐบาลฉลาดและก้าวหน้าต้องกล้าหาญ “ปลดล็อก” ประวัติศาสตร์ไทย ตามความรู้ทางวิทยาศาสตร์เรื่องเชื้อชาติไม่มีจริงในโลก

