สะพานแห่งกาลเวลา : แข่งปิงปองกับหุ่นยนต์
ผู้อ่านหลายคนคงกำลังสนุกอยู่กับการลุ้นผลงานนักกีฬาไทยในการแข่งขันมหกรรมกีฬา โอลิมปิกเกมส์ที่กำลังดำเนินไปในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสอยู่ในเวลานี้
ว่ากันว่า การแข่งขันกีฬานั้นจำลองแบบมาจากสงคราม แต่แทนที่จะจับอาวุธขึ้นมาห้ำหั่นเอาชีวิตซึ่งกันและกัน ก็เอาแพ้เอาชนะกันด้วยทักษะและศักยภาพทางด้านกีฬาแทน
นักกีฬาบางคนถึงกับบรรยายความรู้สึกเมื่อลงสนามแข่งขันว่า เหมือนกำลังเหยียบย่างลงสู่สมรภูมิรบไม่มีผิด เช่นกัน ความรู้สึกเมื่อได้รับชัยชนะหรือพ่ายแพ้ ก็มีทั้งความยินดีปรีดา ภาคภูมิใจในชาติ ในขณะที่ผู้แพ้ก็อับอายและเศร้าเสียใจ ราวกับทำให้ประเทศชาติได้รับความเสื่อมเสียไปก็มี
แต่ถึงกระนั้น การแข่งขันกีฬา ยังไงก็ดีกว่าทำศึกทำสงครามกันหลายร้อยหลายพันเท่าละครับ
มนุษย์พัฒนาทักษะทางด้านกีฬาเพื่อเอาชนะคะคานกัน แต่ไม่ได้มุ่งเอาชีวิตซึ่งกันและกัน ตรงกันข้าม กีฬา กลับสอนให้เราเข้าใจซึ่งกันและกันและได้ตระหนักถึงความเหนื่อยยากของการฝึกฝน ซักซ้อม และอื่นๆ ของอีกฝ่าย บ่มเพาะเป็นสิ่งที่เรียกกันว่า น้ำใจนักกีฬา ที่ว่ากันว่ายิ่งใหญ่นักขึ้นมา
กีฬาจึงเป็นการแข่งขัน ชิงดีชิงเด่นกัน แต่ก็มีความงดงามอยู่ในตัวมันเองพร้อมกันไปด้วย
ทักษะทางด้านกีฬาเป็นทักษะที่ซับซ้อน แพ้หรือชนะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายต่อหลายอย่าง ทั้งที่เป็นปัจจัยเรื่องการฝึกฝนที่ผ่านมา กับที่เป็นปัจจัยซึ่งหน้า คือการตัดสินใจในชั่วเสี้ยววินาทีระหว่างการแข่ง
มีตั้งแต่เรื่องของการวางแผน วางยุทธศาสตร์ที่สามารถทำได้ล่วงหน้า ไปจนถึงการแก้ไขปัญหา แก้สถานการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น ซึ่งวางแผนหรือกำหนดไว้ก่อนหน้าไม่ได้เด็ดขาด
ด้วยเหตุนี้เอง นักวิทยาศาสตร์จึงเลือกเอาการกีฬามาใช้เป็นเครื่องชี้วัดความก้าวหน้าของ ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ว่าเข้าใกล้ความเป็นมนุษย์แล้วมากน้อยแค่ไหน
กีฬาที่ถูกใช้เป็นมาตรวัดความก้าวหน้าของเอไอและหุ่นยนต์มานานก็คือ การเล่นปิงปองหรือที่เรียกกันอย่างเป็นทางการว่า เทเบิลเทนนิส นั่นแหละครับ
นักวิทยาศาสตร์ พัฒนาหุ่นยนต์ขึ้นมารุ่นแล้วรุ่นเล่า เพื่อแข่งตีปิงปองกับผู้เล่นที่เป็นคนมานานหลายสิบปีแล้ว แต่จนแล้วจนรอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีหุ่นเอไอตัวไหนเล่นปิงปองชนะมนุษย์ได้
ปิงปอง ไม่ใช่ หมากรุก หรือหมากกระดาน (โกะ) ที่อาศัยทักษะในการประมวลผลข้อมูลเพียงด้านเดียว แต่ปิงปอง ต้องผสมผสานหลายๆ อย่างเข้าด้วยกัน ต้องใช้ทั้งขีดความสามารถในด้านคอมพิวติ้ง ต้องใช้ทักษะในเชิงกายภาพ การปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อรับมือกับตัวแปรหลากหลายที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขัน
ที่ผ่านมาหุ่นยนต์ถึงแพ้คนมาตลอดไงครับ
ที่ผมหยิบเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟัง เพราะเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ทีมพัฒนาเอไอของกูเกิล ที่ชื่อ กูเกิล ดีพมายด์ (Google DeepMind) เพิ่งเผยแพร่ผลการทดลองล่าสุดออกมา
ทีมของกูเกิลนี้พัฒนาหุ่นที่เป็นแขนกล ติดตั้งอยู่บนรางเลื่อน (ซ้าย-ขวา) ที่ยกระดับได้ โดยมีเอไอเป็นสมองของมัน ป้อนทักษะในการเล่นปิงปองพื้นฐานให้ อย่างเช่นการตีลูกโต้กลับไปกลับมา รวมถึงทักษะขั้นสูง เช่น การวางแผนการเล่น เพื่อเอาชนะคู่แข่ง เป็นต้น
เพื่อฝึกซ้อม ทีมวิจัยป้อนชุดข้อมูลที่เป็น สภาวะของลูกปิงปอง เช่น ตำแหน่ง, ลักษณะการหมุนและความเร็วของลูก ให้กับหุ่น แล้วสั่งให้เอไอทดสอบการใช้ชุดข้อมูลดังกล่าว เหมือนกับการฝึกซ้อมแต่อยู่ในสภาพเสมือนจริง เพื่อให้ได้เรียนรู้ทักษะซับซ้อนต่างๆ ระหว่างการต่อกรกับมนุษย์ เช่น การรีเทิร์น เสิร์ฟ การตบแบ๊กแฮนด์ หรือการเล่นโฟร์แฮนด์ ท็อปสปิน เป็นต้น
ข้อมูลทั้งหมดถูกป้อนกลับเข้าสู่มันสมองของหุ่น เพื่อพัฒนาศักยภาพ วนเป็นลูปต่อเนื่องโดยตลอด
พอถึงวันแข่งขัน ทีมกูเกิล ดีพมายด์ คัดนักปิงปองมา 29 คน แยกออกเป็น 4 กลุ่ม คือกลุ่มนักปิงปองที่เพิ่งเริ่มเล่น, กลุ่มทักษะปานกลาง, กลุ่มก้าวหน้า และกลุ่มก้าวหน้าที่สุด มาลงแข่งกับหุ่นยนต์
ผลปรากฏว่า หลังจากที่ไม่เคยชนะมาก่อน หุ่นของกูเกิลเอาชนะนักปิงปองที่เป็นคนซึ่งเพิ่งเริ่มเล่นได้หมดทุกคน, เอาชนะผู้เล่นที่มีทักษะปานกลาง ได้ 55 เปอร์เซ็นต์ของแมตช์ที่แข่งกันทั้งหมด แต่ยังไม่สามารถเอาชนะผู้เล่นที่มีทักษะระดับก้าวหน้าและก้าวหน้าที่สุด ได้เลยแม้แต่แมตช์เดียว
ใครอยากดูว่า หุ่นเอาชนะนักปิงปองที่เป็นคนได้อย่างไร เข้าไปดู คลิปของการแข่งขันได้ที่นี่ครับ https://www.youtube.com/watch?v=EqQl-JQxToE
ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

