หน้าแรก คอลัมนิสต์ ถ้า ‘แฮร์ริส’...

ถ้า ‘แฮร์ริส’ ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ นโยบายที่มีต่อจีน ‘ขวดใหม่เหล้าเก่า’

20.08.24 | 12:12 น.

ถ้า‘แฮร์ริส’ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐนโยบายที่มีต่อจีน‘ขวดใหม่เหล้าเก่า’

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ไม่ว่าผู้ใดจะได้รับเลือก น่าเชื่อว่าต้องมองจีนด้วยสายตาที่เป็นศัตรูจินตนาการอย่างปราศจากข้อเคลือบแคลงสงสัย แต่กรณีกลับกันเป็นการกระตุ้นให้จีนรู้ถึงความจำเป็นในการปรับตัว เพื่อตอบรับสถานการณ์ที่แปรเปลี่ยน และไม่หลงเชื่อตะวันตกอีกต่อไป

ประเด็นที่สังคมสนใจคือ ถ้า “แฮร์ริส” ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี เธอจะเจริญรอยตาม “โจ ไบเดน” เกี่ยวกับนโยบายปิดล้อมจีนหรือไม่ หรืออาจแสวงหาครรลองอื่นเพื่อรังสรรค์ความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สหรัฐให้มีสันติภาพยืนยง ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาปัญหาเงินเฟ้อ แต่ถ้าเธอใช้มาตรการที่เข้มข้นทางเศรษฐกิจก็จะเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย และน่าจะทำให้ชนชั้นกลางและระดับรากหญ้าได้รับความเสียหาย ส่วนแฮร์ริสจะมีความสามารถในการผลักดันนโยบายใหม่ของสหรัฐที่มีต่อจีนหรือไม่นั้น เป็นคำถามที่สังคมต้องการคำตอบ

นโยบายที่ปลอดภัยที่สุดคือ แฮร์ริสจะต้องใช้นโยบายที่ “สวนทาง” กับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในสมัยดำรงตำแหน่ง คือ “นโยบายขวางโลก” เช่น เรียกเก็บภาษีการค้าอย่างต่อเนื่อง ทำลายระบบการค้าเสรี แปลงเรื่องการค้าให้เป็นประเด็นความปลอดภัยประเทศ เป็นเหตุให้อเมริกันชนได้รับความเดือดร้อน ราคาสินค้าขึ้นสูง กรณีเหมือนกับลูกจ้างถูกลดเงินเดือน ราคาบ้านพักอาศัยปรับขึ้น ชนชั้นกลางถดถอย บวกกับประเด็นปลดพนักงาน อเมริกันชนไม่มีรายได้ ไร้ที่พักอาศัย ทางเดินเท้าข้างถนนกลายเป็นที่พักพิงแทนบ้าน

ย้อนอดีต 8 ปีที่ผันผ่าน ภายใต้การบริหารประเทศของโดนัลด์ ทรัมป์ และโจ ไบเดน ชนชั้นกลางถดถอยลดลง แม้ธุรกิจวอลสตรีทรุ่งเรือง แต่ถ้ามิใช่ธุรกิจการเงินและไฮเทค ล้วนถูกทำลายด้วยกระแสเงินเฟ้อ สหรัฐจะแก้ปัญหาชนชั้นกลางอย่างไร จึงกลายเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดของการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้

Advertisement

การที่คามาลา แฮร์ริส ได้เลือก “ทิม วอลซ์” ลงชิงรองประธานาธิบดีครั้งนี้ สังคมโฟกัสไปที่วอลซ์มีความสัมพันธ์กับจีน หวังให้สร้างสัมพันธ์อันดีกับจีน ทำการค้ากับจีน เพื่อให้เกิดผลประโยชน์แก่สหรัฐ

ย้อนอดีตทศวรรษ 80 และ 90 “วอลซ์” เคยเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนมัธยมศึกษาที่เมือง
ฝูซาน มนฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน จึงมีความรู้เรื่องจีน แต่เขาก็เคยวิพากษ์เรื่องสิทธิมนุษยชนของจีน และในทำนองเดียวกันก็เน้นย้ำว่าสหรัฐไม่ควรมองจีนว่าเป็นปฏิปักษ์ จุดเด่นของ “วอลซ์” คือเข้ากับคนง่าย EQ สูง อดีตเป็นครูสอนชั้นมัธยมศึกษาเกี่ยวกับวิชาภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และโค้ชฟุตบอล จึงเข้าใจถึงวิสัยทัศน์ของคนรุ่นหนุ่มสาว เขาได้รับความนิยมอันสูงยิ่งจากชนชั้นกลางผิวขาวในเขต “Rust Belt” และรัฐที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม

ในสายตาอเมริกันชน มองว่าวอลซ์คือปากเสียงของบรรดาพลังเงียบ (Silent Majority)

หลังจากที่แฮร์ริสประกาศชื่อคู่ชิงรองประธานาธิบดี คะแนนนิยมสูงขึ้นฉับพลัน ดูได้จากการปราศรัยหลายรอบมีคนฟังอย่างล้นหลาม ประเด็นสำคัญคือหลังจากไบเดนถอนตัว เรื่องอายุของทรัมป์กลายเป็นจุดอ่อนโดยพลัน เพราะเขาอ่อนกว่าไบเดนเพียง 3 ปีเท่านั้น กอปรกับการปรากฏตัวต่อสาธารณะ ประจักษ์ถึงความชราอย่างชัดเจน เป็นต้นว่า เดินหลังค่อม ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยวิพากษ์ไบเดนเกี่ยวกับความชรา แต่วันนี้คำวิพากษ์ของเขากลับมาหาตัวเขาเอง สอดคล้องกับคำ Boomerang บัดนี้ ทรัมป์นอกจากเสียเปรียบแฮร์ริสในเรื่องอายุ ยังเป็นรองในนโยบายทำแท้ง รักร่วมเพศ ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาที่เปิดกว้างในด้านเสรีภาพ กรณีเป็นพฤติกรรมที่ตรงข้ามกับรีพับลิกันและทรัมป์ เสมือนกับการ “ขับรถสวนทาง” นอกจากนี้ ทรัมป์ยังตัดขาดกับโลกภายนอกอีกด้วย

แต่โดนัลด์ ทรัมป์ ยังมีโอกาสที่จะชนะเลือกตั้ง ที่สำคัญคือความขัดแย้งระหว่างชนชั้นกลางอันเกี่ยวกับปัญหาผู้อพยพ รัฐบาลเดโมแครตบริหารบ้านเมือง 3 ปีเศษ ไม่สามารถควบคุมได้ จนเป็นเหตุให้มีผู้อพยพถึง 6 ล้านคน ทั้งนี้ นอกจากชาวละตินอเมริกัน ยังมีผู้อพยพที่มาจากทุกสารทิศของโลก คละเคล้ากันไป จึงเป็นเหตุให้ทรัมป์โจมตีว่าพฤติกรรมเป็นการชักศึกเข้าบ้าน มีทั้งผู้กระทำความผิดอาญา ผู้ค้ายาเสพติด กร่อนเซาะบ่อนทำลายความมั่นคงสหรัฐ นอกจากนี้ ยังมีรัฐที่ขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ เช่น แอริโซนา เท็กซัส แคลิฟอร์เนีย

แต่ไม่ว่าผู้ใดจะได้รับเลือก น่าเชื่อว่าสิ่งที่เดโมแครตและรีพับลิกันรับรู้ร่วมกันคือต้องต่อต้านกดดันจีน เพื่อสกัดมิให้เศรษฐกิจและเทคโนโลยีของจีนนำหน้าสหรัฐ เพราะถือกันว่าคือ “เทพลิขิต” (Manifest Destiny) ในประวัติศาสตร์อเมริกาที่ขาดหายมิได้ เพราะคือพลังสำคัญที่ต้องแผ่ไพศาล สหรัฐจึงได้สร้างฐานทัพ 800 แห่งทั่วโลก เพื่อเป็นการยืนยันว่าหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สถานะของสหรัฐมีเสถียรภาพไม่สั่นคลอน

จุดเด่นของจีนคือไม่เผชิญหน้ากับสหรัฐ แต่สร้างพลังประเทศให้เข้มแข็ง พัฒนาเศรษฐกิจ ผลักดันการสร้างธุรกรรมแปลกใหม่ การแข่งขันโอลิมปิกได้เหรียญทองเป็นอันดับ 1 ของโลก สามารถล้มแชมป์อย่างสหรัฐได้สำเร็จ ธุรกรรมทางด้านอวกาศ ตลอดจนธุรกิจไฮเทคไม่เป็นรองสหรัฐอีกต่อไป ย่อมเป็นประจักษ์ถึงการผสมผสานระหว่างระบบการปกครองและรูปแบบการดำรงชีวิตของชนในชาติ มิอาจหาได้ในประเทศอื่น

แม้ผู้ใดพรรคใดจะได้รับเลือก และแม้ผู้ใดพรรคใดทำการกดดันต่อต้านจีนไม่ให้ก้าวหน้าต่อไป จึงไม่อยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้ ปฏิเสธมิได้ว่าเป็นขาลงของสหรัฐ และเป็นเวลาที่จีนกำลังเดินหน้ามุ่งสู่เส้นทางอันไพศาล