หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : ภูพระบาท ‘มรดกโลก’ หลายพันปี มีหินตั้ง ‘เมกา’ อุษา-บารถ ‘เลิฟ สตอรี่’

19.08.24 | 17:58 น.

สุจิตต์ วงษ์เทศ : ภูพระบาท ‘มรดกโลก’ หลายพันปี มีหินตั้ง ‘เมกา’ อุษา-บารถ ‘เลิฟ สตอรี่’

ภูพระบาท อ. บ้านผือ จ. อุดรธานี เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมลำดับที่ 5 ของประเทศไทย มีนามทางการว่า “ภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมา สมัยทวารวดี”

“วัฒนธรรมสีมา สมัยทวารวดี” คืออะไร? มีคำอธิบายทางวิชาการโบราณคดีอยู่ในเอกสารที่จัดทำเผยแพร่โดยกรมศิลปากร และสมาคมอิโคโมสไทย จะสรุปสาระสำคัญดังนี้

วัฒนธรรมสีมา มีความหมาย 2 อย่าง

(1.) หลักหินธรรมชาติ แสดงพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อท้องถิ่น

Advertisement

(2.) หลังศาสนาพุทธแผ่มาถึง ได้ยกย่องหลักหินศักดิ์สิทธิ์เป็น “สีมา” ทางศาสนาพุทธ ด้วยการขัดเกลาหลักหินธรรมชาติ เป็นหลักหินทรงสี่เหลี่ยมมุมมน จากนั้นพัฒนาเป็นแผ่นแบน ลักษณะคล้ายกลีบบัวเรียกใบเสมา ส่วนระยะหลังๆ สลักลวดลายและรูปบุคคลเล่าเรื่องต่างๆ ตามชาดก

สมัยทวารวดี หมายถึงสมัยที่ศาสนาพุทธแผ่ถึงไทย เรียกสมัยทวารวดี ระหว่าง พ.ศ. 1100-1500 มีศูนย์กลางอยู่ภาคกลาง และภาคตะวันออกของไทย จากนั้นได้แผ่สู่ท้องถิ่นตะวันออกเฉียงเหนือ เกิดรูปแบบท้องถิ่นเรียก “ศิลปะทวารวดีอีสาน”

“วัฒนธรรมสีมา สมัยทวารวดี” ชื่อนี้มีข้อโต้แย้งมากมายทางวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดี เช่น

วัฒนธรรมสีมา ที่แท้มีต้นตอจากหินตั้ง ซึ่งทางสากลเรียก megalith ควรเรียกวัฒนธรรมหินตั้ง, และสมัยทวารวดีไม่มีจริง เพราะสมัยทวารวดีเป็นชื่อทางประวัติศาสตร์ศิลปะ ซึ่งไม่ใช่ชื่อทางประวัติศาสตร์สังคม กรณีนี้ไม่ควรเอาชื่อทางประวัติศาสตร์ศิลปะมาทำให้สับสนคลาดเคลื่อนเข้าใจไม่ง่าย ถ้าจำเป็นควรประมาณช่วงเวลา เช่น สมัย พ.ศ. 1100 เป็นต้น

ภูพระบาท “วัฒนธรรมสีมา สมัยทวารวดี” เป็นภาษาวิชาการโบราณคดี อ่านยาก ฟังยาก เข้าใจไม่ง่าย โน้มไปทางไม่รู้เรื่อง เป็นเหตุท้องถิ่นหนักใจไม่รู้จะทำยังไง? เมื่อต้องการโปรโมตชักจูงดึงดูดนักท่องเที่ยวไปเที่ยวภูพระบาท ช่วงไฮซีซั่น ปลายฝนต้นหนาว เพราะจะบอกยังไงว่าคืออะไร?

ทางเลือกเรื่องภูพระบาทเข้าใจง่ายๆ ควรทำความรู้จักเบื้องต้น ดังนี้

ภูพระบาทมี 3 อย่างที่สำคัญมาก ได้แก่ ธรรมชาติ, ศาสนาผี, และเรื่องเล่า

ธรรมชาติ คือ เพิงผามหัศจรรย์เหมือนประติมากรรมจำหลักด้วยลมและน้ำนับล้านๆ ปีมาแล้ว

ศาสนาผี คือ ความเชื่อเรื่องขวัญหลายพันปีมาแล้ว (ก่อนรับศาสนาพราหมณ์-พุทธ จากอินเดีย) ที่สิงอยู่ในหิน เช่น หินตั้ง เป็น “ร่างเสมือน” มีชีวิต และเป็นวัฒนธรรมตั้งต้นของสีมา หรือเสมาหิน เป็นที่รับรู้ในชุมชนวิชาการโบราณคดีนานแล้ว เช่น ชิน อยู่ดี (นักปราชญ์ กรมศิลปากร), โซลไฮม์ (นักโบราณคดี สหรัฐอเมริกา), ศรีศักร วัลลิโภดม (อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากร)

เรื่องเล่า นางอุษาท้าวบารถ เป็นพล็อต “เลิฟ สตอรี่” ได้โครงเรื่องจากคติพราหมณ์-ฮินดู ในลัทธินับถือพระกฤษณะจากเรื่องอนิรุทธ์สมอุษา หลายร้อยปีมาแล้ว

[นางอุษา ได้ชื่อจากอุษา แปลว่า แสงเงินแสงทองของเช้าตรู่, ท้าวบารถ กลายคำจาก อนิรุทธ (ต้องสะกดด้วย ถ แต่มักสะกด ส ตามสะดวกว่า บารส]

ทางเลือกเพื่อท้องถิ่นโปรโมตท่องเที่ยวปลายฝนต้นหนาว ทอดน่องมองดาว ภูพระบาท “มรดกโลก” หลายพันปี มีหินตั้ง “เมกา” อุษา-บารถ

รัฐบาล “ซอฟต์ เพาเวอร์” ควรชูจุดขายภูพระบาท อุดรธานี ด้วยเรื่องเล่าอุษา-บารถ “เลิฟ สตอรี่” โดยตั้งชื่อใหม่ให้ขายได้ (ส่วนชื่อของกรมศิลปากร เป็นเรื่องวิชาการ ไม่จำเป็นต้องเอามาใช้งานการตลาด) แล้วกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์หนุน “มืออาชีพ” ทำละคร, ซีรีส์, แอนิเมชั่น ฯลฯ

เศรษฐกิจ-การเมือง ภูพระบาท

ภูพระบาท (อุดรธานี) ไม่ใช่ภูเขาโดดๆ ไม่สัมพันธ์การเมือง แต่แท้จริงแล้วความเป็นมามากสตอรี่เกี่ยวข้องเศรษฐกิจ-การเมืองหลายอย่างยืดยาวมาก แต่บอกย่อๆ ดังนี้

(1.) อยู่บนเส้นทางคมนาคมแนวเหนือ-ใต้ ระหว่างโขง-ชี-มูล เชื่อมโยงลุ่มน้ำเจ้าพระยา อ่าวไทย และทะเลอันดามัน ขนถ่ายสินค้าสำคัญ เช่น ทองแดง บริเวณที่อินเดียเรียกสุวรรณภูมิ 2,500 ปีมาแล้ว เรือน พ.ศ.1

(2.) เป็นศูนย์กลางศักดิ์สิทธิ์ของเวียงจันท์ตั้งแต่ 1,500 ปีมาแล้ว เรือน พ.ศ. 1000 (วัฒนธรรมทวารวดี)

(3.) หลักแหล่งขุมกำลังของพระครูโพนสะเม็ด “ยาคูขี้หอม” ผู้นำจิตวิญญาณของลาวและหลายชาติพันธุ์ที่สถาปนารัฐจำปาสัก

(4.) พื้นที่ของเจ้านายลาว ได้แก่ เจ้าปางคำ ผู้แต่งวรรณกรรมสินไซ (ไทยเรียก สังข์ศิลป์ชัย) มีตำนานรักกับเจ้าหญิงแห่งจำปาสัก

(5.) ถิ่นฐานของลาวเอกเทศขยายถึงหนองบัวลำภู “นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน” กลุ่มพระวอพระตาที่รวบรวมผู้คนโยกย้ายไปทางตะวันออก ตลอดอีสานถึงจำปาสัก

ดังนั้น ท้องถิ่นอีสานโดยรอบภูพระบาท ควรร่วมกันโฆษณาประชาสัมพันธ์กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว เริ่มตอนนี้เพื่อรับไฮซีซั่นฤดูปลายฝนต้นหนาว

แผนที่และป้ายบอกชื่อบ้านนามเมืองเส้นทางเข้าถึงภูพระบาทมีปัญหา เพราะถูกละเลยไม่ตรวจสอบซ่อมแซมจนหักทิ้งขว้างข้างทาง ส่วนมากถูกบดบังด้วยสิ่งก่อสร้างใหม่ และต้นไม้ขึ้นคลุม ไม่มีผู้เหลียวแลมานานมากแล้ว (ไม่ใช่เพิ่งเป็น)

เมื่อ 14-15-16 สิงหาคม 2567 ผมใช้เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ชัยภูมิ-ชุมแพ-หนองบัวลำภู-สุวรรณคูหา-ภูพระบาท-บ้านผือ-กรุงเทพฯ พบว่าป้ายบอกทางไม่อำนวยความสะดวกให้คนเดินทางต่างถิ่น ทั้งๆ เป็นเส้นทางมีเสน่ห์และรถยนต์ไม่มาก เหมาะสำหรับเดินทางท่องเที่ยวอย่างละเมียดละไมไม่กระโตกกระตากกระโชกกระชากโฉบเฉี่ยวฉูดฉาด แต่ต้องเสียเวลาหลงทางมาก เพราะป้ายบอกทางไม่สัมพันธ์กับกูเกิ้ล

ควรเร่งปรับปรุงป้ายบอกทางตั้งแต่วันนี้ เพราะ—พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว

แผนที่ทอดน่องท่องเที่ยว อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท (อ. บ้านผือ จ. อุดรธานี) จัดทำโดยเจ้าหน้าที่ประจำอุทยานฯ กรมศิลปากร ติดตั้งที่อุทยานฯ และแบ่งปันในเพจอุทยานฯ เป็นงานดีเด่นสวยงามสุดยอด สื่อสารกับสังคมได้ตรงเป้าเข้าตาสาธารณะ กระตุ้นการท่องเที่ยวมรดกโลกล่าสุดของไทย แต่ต้องทำอย่างอื่นอีกมากอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดชีวิต ไม่ใช่แค่นี้