หน้าแรก คอลัมนิสต์ สะพานแห่งกาลเ...

สะพานแห่งกาลเวลา : ประชากรโลกลดลง

2.09.24 | 09:12 น.
สะพานแห่งกาลเวลา : ประชากรโลกลดลง
pixabay

ครั้งหนึ่งมนุษยชาติเคยกังวลกันนักกันหนาว่า ในอนาคตจำนวนประชากรมนุษย์อาจเพิ่มขึ้นจนถึงขีดที่โลกไม่อาจรองรับได้ หรือพูดง่ายๆ ว่า ประชากรจะล้นโลก

ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน นักประชากรศาสตร์เคยคาดการณ์เอาไว้ว่า จำนวนประชากรโลกซึ่งตอนนี้มีอยู่ราว 8,000 ล้านคน จะเพิ่มขึ้นอีกมาก เป็นกว่า 12,300 ล้านคนในอีกไม่ช้าไม่นาน

แต่ถึงตอนนี้ สิ่งที่นักวิชาการด้านประชากรศาสตร์เคยคิดกันว่า เป็นไปไม่ได้ กลับเกิดขึ้นให้เห็นกันอยู่ต่อหน้าต่อตา นั่นคือจำนวนประชากรโลกกำลังจะลดน้อยลงเรื่อยๆ

จำนวนประชากรสูงสุดเท่าที่โลกมี ได้รับการคาดหมายว่าจะมาเร็วกว่าที่เคยคาดคิดกันไว้มาก คือจะเกิดขึ้นในราวทศวรรษ 2060 หลังจากนั้นแล้ว จำนวนประชากรของทั้งโลกจะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ

สภาพเช่นนี้ มีให้เห็นว่ากำลังเกิดขึ้นในประเทศที่มีความเป็นอยู่ดี สถานะทางเศรษฐกิจดี อย่างเช่นจำนวนประชากรของประเทศญี่ปุ่น ที่ลดจำนวนลงเรื่อยๆ ถึงขนาดมีผู้คำนวณเอาไว้ว่า ประชากรญี่ปุ่นจะลดลง 100 คนในทุกๆ 1 ชั่วโมง เลยทีเดียว

Advertisement

เหตุการณ์ทำนองเดียวกัน เกิดขึ้นในหลายๆ ภูมิภาคของโลก ไม่ว่าจะเป็น ยุโรป, อเมริกา, เอเชียตะวันออก ทั้งนี้เป็นเพราะอัตราการเกิดในภูมิภาคเหล่านั้นลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว

ในประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคเหล่านี้ อัตราการเกิดค่อยๆ ลดระดับต่ำลงมาโดยตลอดในช่วง 70 ปีที่ผ่านมา และยังคงอยู่ในระดับต่ำเช่นนั้นเรื่อยมาจนถึงขณะนี้ ในเวลาเดียวกัน ช่วงชีวิตของประชากรก็ยืดยาวขึ้นเรื่อยๆ

นั่นหมายความว่า ภายในระยะเวลาต่อไปอีก 25 ปีข้างหน้า จำนวนผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 80 ปี ในประเทศเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวของจำนวนที่มีอยู่ในขณะนี้

ในเอเชียก็เช่นเดียวกัน เช่นในจีน ประเทศที่เมื่อไม่นานมานี้ได้ชื่อว่า มีประชากรมากที่สุดในโลก จำนวนประชากรก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดกันว่า อัตราการลดลงจะเร่งเร็วมากขึ้นและมากขึ้นตามลำดับอีกด้วย

ทุกวันนี้ จีนมีประชากร 1,400 ล้านคน นักวิชาการระบุว่า ภายในสิ้นศตวรรษนี้ จำนวนประชากรจะลดลงจากระดับที่มีอยู่ถึง 2 ใน 3 เลยทีเดียว

ตอนที่ประชากรจีนลดลงเหลือเพียงไม่ถึงครึ่งของจำนวนในปัจจุบันนั้น คาดกันว่า ประชากรของญี่ปุ่น ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 11 ของโลก จะหลงเหลือจำนวนผู้คนในประเทศรวมกันแล้วราวครึ่งหนึ่งของที่มีอยู่ในเวลานี้

บางคนอาจกังขาว่า นี่คงเป็นปัญหาเฉพาะของประเทศที่มั่งคั่งเท่านั้นกระมัง คำตอบคือไม่ใช่ครับ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ จำนวนประชากรของประเทศบราซิล ที่ถูกจัดว่าเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางก็เริ่มต้นกระบวนการลดจำนวนลงอย่างชัดเจน อัตราการเติบโตของประชากรที่นั่น ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์แล้ว

ข้อสรุปของนักวิชาการด้านประชากรศาสตร์ก็คือ เมื่อบรรลุถึงปีคริสต์ศักราช 2100 ทั่วทั้งโลกใบนี้ จะมีเพียง 6 ประเทศเท่านั้น ที่มีอัตราการเกิดสูงกว่าอัตราการตายของประชากร

อัตราการเกิดที่สูงกว่าอัตราการตายนั้น ในทางวิชาการเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า อัตราการเจริญพันธุ์อยู่สูงกว่าระดับการทดแทน

พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ในประเทศเหล่านั้น ผู้หญิง 1 คน ต้องมีลูกเกินกว่า 2 คนขึ้นไป (2.1 คน) เพื่อให้สามารถทดแทนจำนวนประชากรของผู้เป็นพ่อและแม่ แล้วยังมีส่วนเกินที่ทำให้ประชากรเพิ่มขึ้นต่อไปได้

หากอัตราการเจริญพันธุ์เท่ากับ 2 หรือต่ำกว่า ก็เท่ากับว่าจำนวนประชากรจะเริ่มลดลงไปเรื่อยๆ นั่นเอง

นักวิชาการเขาสรุปเอาไว้ให้เห็นได้ชัด เข้าใจได้กระจ่างง่ายๆ ว่า เมื่อถึงปี 2100 มีเพียงแค่ประเทศอย่าง ซามัว, โซมาเลีย, ตองกา, ไนเจอร์, ชาด และทาจิกิสถาน เท่านั้นที่มีอัตราเจริญพันธุ์สูงกว่าระดับทดแทนจำนวนประชากร

ในส่วนของชาติที่เหลืออีก 97 เปอร์เซ็นต์นั้น นักวิชาการเชื่อว่าอัตราการเจริญพันธุ์จะอยู่ต่ำกว่า 2 หรือต่ำกว่าระดับอัตราการทดแทนจำนวนประชากรทั้งหมด

เมื่อมีคนตายมากกว่ามีคนมาเกิด จำนวนผู้คนโดยรวมก็ต้องลดลงเป็นธรรมดา

น่าคิดมากนะครับว่า ถึงตอนนั้นสถานการณ์โลกจะเป็นอย่างไร จะทำสงครามแย่งดินแดนกันเอาเป็นเอาตายเหมือนตอนนี้อยู่อีกหรือเปล่า