หน้าแรก คอลัมนิสต์ สะพานแห่งกาลเ...

สะพานแห่งกาลเวลา : บทเพลงแห่งท้องทะเล

9.09.24 | 09:28 น.
สะพานแห่งกาลเวลา : บทเพลงแห่งท้องทะเล
CC BY-SA 3.0

บริเวณนอกชายฝั่งด้านตะวันออกของเกาะซิซิลี เกาะใต้สุดของประเทศอิตาลี เป็นที่ตั้งของหมู่เกาะขนาดเล็กจำนวนหนึ่ง เรียกว่าหมู่เกาะเอกาดี ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชุมชนชาวประมงที่ใช้ชีวิตทั้งชีวิต ผูกพันแนบแน่นอยู่กับท้องทะเลของพวกเขา

ในราวฤดูใบไม้ผลิของทุกปี ชาวเกาะเอกาดีจะประกอบพิธีกรรมลึกลับขึ้นมาครั้งหนึ่ง พิธีกรรมเก่าแก่ ที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมาตั้งแต่โบราณกาลนี้ มีขึ้นเป็นประจำทุกปี ตราบจนกระทั่งต้องยุติไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

พิธีกรรมดังกล่าวนี้ เริ่มต้นด้วยการที่ผู้นำของชุมชน ซึ่งเรียกกันว่า “ราอิส” (rais) ลงเรือ นำหมู่เรือประมงทั้งหมดของชุมชนออกสู่ท้องทะเลแล้วก็เริ่มต้นส่งสัญญาณนำการขับขานบทเพลงโบราณ ที่ชาวประมงทุกคนบนเรือทุกลำ จะร้องประสานเสียงตาม ถือเป็นการเริ่มต้นของกระบวนการลงอวนจับปลาทูน่า ครั้งใหญ่ประจำปีของชุมชนแห่งท้องทะเลแห่งนี้

ชาวเกาะเอกาดี เรียกพิธีกรรมที่เป็นกิจวัตรประจำทุกปีนี้ว่า “แมทแทนซา” (mattanza) ซึ่งมีความหมายตามตัวอักษรว่า “การเข่นฆ่า”

ที่น่าสนใจก็คือว่า มหกรรมการจับปลาทูน่าขนานใหญ่ของชาวประมงแห่งเอกาดี นี้ในแต่ละปีจะกินเวลาเพียงแค่ 2-3 วัน ได้ปลาจำนวนหนึ่งมาทั้งเพื่อบริโภคภายในชุมชน และจำหน่าย แล้วก็ยุติลง

Advertisement

พวกเขาจะปล่อยช่วงเวลาที่เหลือของตลอดทั้งปี เปิดโอกาสให้ปลาทูน่า ได้วางไข่ เติบโต และฟื้นฟูจำนวนประชากรปลา รอให้เทศกาลแห่งการเข่นฆ่า กลับคืนมาอีกครั้งในปีต่อไป

ว่ากันว่า บทเพลงที่ถูกนำมาขับขานประสานเสียงกันในพิธีกรรมดังกล่าวนี้ และถูกถ่ายทอดสืบต่อกันมาภายในชุมชน รุ่นต่อรุ่นมาตั้งแต่ยุคโบราณ ก็มีเนื้อหาที่บรรยายถึงความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันระหว่างชาวเอกากีกับท้องทะเล

มีปลาอยู่ในท้องทะเล พวกเขาถึงสามารถยังชีวิตอยู่ได้ ปราศจากปลาการดำรงอยู่ของพวกเขาก็กลายเป็นปัญหาขึ้นมา

พิธีกรรม “แมทแทนซา” นี้ มีขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายในฤดูใบไม้ผลิของปี 2019 ที่ผ่านมา

เหตุผลที่ต้องยุติลงเป็นเพราะ จำนวนทูน่าลดน้อยลงจนแทบไม่เหลือหลออีกต่อไปแล้ว

การค้าปลาทูน่าเบ่งบานขยายตัวออกไปทั่วโลกในราวศตวรรษที่ 20 ส่งผลให้บรรดาชาวประมงทันสมัยรุ่นใหม่ ใช้ทุกวิถีทางเพื่อจับปลาทูน่าให้ได้มากที่สุด ไม่เลือกเวลาและสถานที่อีกต่อไป

เมื่อถึงทศวรรษ 2000 ทูน่าในเมดิเตอเรเนียนก็เริ่มหายไป ผลการศึกษาวิจัยของ เวิลด์ ไวลด์ ไลฟ์ ฟันด์ ชิ้นหนึ่งระบุว่า ในช่วงระหว่างปี 1996 จนถึงปี 2006 ปริมาณประชากรปลาทูน่า ลดลงมากถึง 85 เปอร์เซ็นต์

ทูน่ากลายเป็นปลาที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้อย่างรวดเร็วยิ่ง

วิกฤตทูน่า นำไปสู่การร่วมกันวางข้อกำหนดกฎเกณฑ์ในการทำประมงทูน่าออกมาควบคุมในระดับนานาชาติ อาทิ การกำหนดโควต้าการจับ และการกำหนดขนาดของปลาที่อนุญาตให้จับได้ เป็นต้น

ผลก็คือ จำนวนประชากรปลาทูน่าในธรรมชาติกลับมาฟื้นฟูได้อีกครั้งหนึ่ง

รายงานการศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งในเวลาต่อมา ระบุว่า จำนวนประชากรปลาบลูฟิน ทูน่า เพิ่มขึ้นจนถึงระดับ 50 เปอร์เซ็นต์ของที่เคยมีในปี 1950 แล้ว

ในที่สุด เมื่อปี 2021 สหภาพเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติระหว่างประเทศ ก็ประกาศปลด ทูน่า ออกจากบัญชีสัตว์ที่เสี่ยงจะสูญพันธุ์ไปในที่สุด

คำถามที่น่าสนใจก็คือ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว พิธีกรรมเก่าแก่อย่าง แมทแทนซา สามารถหวนกลับคืนมาอีกครั้งได้หรือไม่

ผู้เชี่ยวชาญให้คำตอบว่า แม้จำนวนประชากรปลาจะกลับคืนมา แต่พิธีกรรมลึกลับแห่งเอกาดี ก็ยากที่จะหวนคืน

อุตสาหกรรมประมงสมัยใหม่ ที่ต้นทุนต่ำกว่า มีประสิทธิภาพมากกว่า ได้ทำลายมันลงไปอย่างราบคาบแล้ว

เหลือไว้เพียงบทเพลงแห่งท้องทะเล เพื่อเตือนให้เราได้รำลึกว่า ทะเลมีคุณค่าต่อชีวิตอย่างไร เท่านั้นเอง