หน้าแรก คอลัมนิสต์ อาลัยต่วย’ตูน...

อาลัยต่วย’ตูน

11.09.24 | 12:21 น.

อาลัยต่วย’ตูน

เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมานี้ ทางค่ายหนังสือต่วย’ตูนได้ ประกาศยุติการจัดทำ นิตยสาร ต่วย’ตูน พอกเก็ตแมกาซีน และนิตยสาร ต่วย’ตูน พิเศษ โดยมีฉบับเดือนกันยายน 2567 เป็นฉบับสุดท้าย สาเหตุเนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองมายาวนาน ต้องปิดตำนานกว่า 50 ปี ซึ่งต่วย’ตูน พอกเก็ตแมกาซีนได้ย่างเข้าสู่ปีที่ 54 และต่วย’ตูน พิเศษ ก็มีอายุได้ 50 ปีพอดี ซึ่งนับว่ายาวนานสำหรับหนังสือนิตยสารของยุคคลาสสิก “กลุ่มโอเลี้ยง 5 แก้ว” ของทศวรรษ 2510 ที่ออกหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊กเล่มละ 5 บาท (สมัยนั้นโอเลี้ยงคือกาแฟดำเย็นราคาแก้วละ 1 บาท) สำหรับปัจจุบันนี้นิตยสาร ต่วย’ตูน พอกเก็ตแมกาซีนราคาเล่มละ 150 บาท

“ต่วย’ตูน” ก่อตั้งโดย นายวาทิน ปิ่นเฉลียว ผู้จบการศึกษามาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผู้เป็นที่รู้จักในนามว่า “ต่วย” ซึ่ง คุณอรุณ วัชรสวัสดิ์ นักวาดการ์ตูนการเมืองชื่อดังในปัจจุบันได้กล่าวถึงผลงานการ์ตูนของต่วยว่าเป็นงานที่เป็นสากลมาก เปรียบไปเหมือนเกาเหลาคือ เส้นน้อย ไม่มีสี ไม่มีคำพูด ไม่มีการเมือง เป็นการ์ตูนที่บริสุทธิ์ ดูแล้วไม่ได้ถึงกับหัวเราะก๊าก แต่หัวเราะแบบลึกๆ สงบๆ เป็นการ์ตูนที่เขียนยากมาก

สำหรับตระกูลปิ่นเฉลียวของ “ต่วย” นั้นนับว่าเป็นตระกูลนักเขียนที่มีพี่น้องเป็นนักเขียนที่เขียนหนังสือคนละสไตล์กันถึง 3 คน ตั้งแต่ ปกรณ์ ปิ่นเฉลียว เป็นพี่ชายคนโต เป็นตำรวจภูธรประจำอยู่หลายจังหวัดเกษียณอายุที่สันติบาลในตำแหน่งพันตำรวจเอก โดยมีผลงานเรื่องสั้นหลายร้อยเรื่องสไตล์แบบหักมุมตอนจบจนได้รับฉายาว่าเป็น โอ.เฮนรีเมืองไทย และได้รับรางวัลช่อการะเกดเกียรติยศ เมื่อ พ.ศ.2539 รุ่นเดียวกับ มนัส สัตยารักษ์ และ วสิษฐ เดชกุญชร ส่วนน้องสาวคือ จินตนา ปิ่นเฉลียว หรือจินตนา ภักดีชายแดน นักเขียนนวนิยายแนวระทึกขวัญ เจ้าของนามปากกา จินตวีร์ วิวัธน์ ซึ่งมีผลงานขึ้นชื่อหลายเรื่อง เช่น อมฤตาลัย มณีสวาท ศีรษะมาร สางสยอง สาบนรสิงห์ เป็นต้น

เมื่อ พ.ศ.2509 วาทิน ปิ่นเฉลียว และ ประเสริฐ พิจารณ์โสภณ นักเขียนจากนิตยสารชาวกรุง (หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้ทำนิตยสารชาวกรุงขึ้นเลียนแบบนิตยสารพันช์ (Punch) ของอังกฤษที่มีเรื่องการเสียดสีและตลกขบขันเป็นหลัก) ร่วมกันตั้งสำนักพิมพ์ชื่อ “สำนักพิมพ์ประเสริฐ-วาทิน” และรวบรวมการ์ตูนที่วาทินวาดในนิตยสารชาวกรุง รวมเล่มเป็นพ็อคเก็ตบุ๊กในชื่อ “รวมการ์ตูนของต่วย” พิมพ์ออกมาขายเป็นชุดๆ ต่อมาจึงพิมพ์เรื่องสั้นโดยขอต้นฉบับจากบรรดานักเขียนอาวุโส และเพื่อนๆ พี่ๆ ที่เป็นนักเขียนในสมัยนั้น เช่น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช รัตนะ ยาวะประภาษ นพพร บุญยฤทธิ์ วสิษฐ เดชกุญชร รวมกับการ์ตูนของวาทิน ออกเป็นนิตยสารรายสะดวก ใช้ชื่อว่า “รวมการ์ตูนต่วยและเรื่องขำขันจากชาวกรุง”

Advertisement

จนกระทั่งผู้จัดจำหน่ายหนังสือตามแผงในขณะนั้นติงว่าชื่อหนังสือยาวเกินไป จำยาก จึงเปลี่ยนเป็น “ต่วย’ตูน” หมายถึงว่า การ์ตูนของนายต่วย และเริ่มต้นนับฉบับที่ 1 โดยพิมพ์จำหน่ายเป็นรายเดือนตั้งแต่ เดือนกันยายน พ.ศ.2514 นิตยสารต่วย’ตูนมีเนื้อหามีความหลากหลายสูง ซึ่งต้องผ่านเกณฑ์ “สาระ+หรรษา” ให้ความรู้สึกเหมือนมีเพื่อนมาเล่าให้ฟัง ใช้ภาษาง่าย หยอกล้อผ่านตัวหนังสือระหว่างผู้เขียนและผู้อ่าน สำหรับปณิธานในการทำหนังสือของ วาทิน ปิ่นเฉลียว หรือ “ต่วย” ผู้ก่อตั้งนิตยสารต่วย’ตูน คือ

“หนังสือผมจะไม่ให้มีอยู่สองอย่าง คือเรื่องเซ็กซ์กับเรื่องการเมือง เพราะว่าเข้าที่ไหนมันก็เจ๊งที่นั่น” ซึ่งจากแนวคิดนี้เองจึงเป็นที่มาของคำขวัญประจำของต่วย’ตูน คือ “การเมืองไม่ยุ่ง การมุ้งไม่เกี่ยว เอาฮาลูกเดียว”

ใน พ.ศ.2517 ได้ออกนิตยสารอีกฉบับหนึ่งคือ “ต่วย’ตูนพิเศษ” ที่เน้นไปทางสาระความรู้ สารคดี ประวัติศาสตร์ เรื่องแปลกๆ เรื่องลึกลับและเรื่องผี

สำหรับงานเขียนในต่วย’ตูน มีหลากหลายประเภท ประกอบด้วยนักเขียนจากหลายวิชาชีพ ทั้งแพทย์ ครู วิศวกร ทหารทั้ง 3 เหล่าทัพ ตำรวจ นักการเมือง ข้าราชการพลเรือนหลายระดับตั้งแต่ผู้ราชการจังหวัดลงมา ถึงพัศดีและเพชฌฆาต ชาวบ้านก็มีลิเก ผู้เล่นวงพิณพาทย์ คนเล่นบิลเลียด คนทอดแห ชีวิตนักเรียนนอกฯลฯ

คุณูปการสำคัญที่สุดของต่วย’ตูนคือ การได้สร้างสำนักพิมพ์ นิตยสาร ให้เป็นแหล่งชุมนุมนักเขียน การทำตัวให้นักเขียนรุ่นหลังได้รู้ว่านักเขียนเป็นอย่างไร คุณวาทิน ปิ่นเฉลียว เป็นบรรณาธิการที่โอบอ้อมอารี จะเห็นว่าปกนิตยสารต่วย’ตูนส่วนใหญ่เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ พ.ศ.2514 มีเนื้อหาหลากหลายทั้งเกร็ดประวัติศาสตร์ เรื่องน่ารู้ เรื่องลึกลับ เรื่องแปลก และเรื่องผี เปิดโอกาสให้คนรักงานเขียนส่งบทความมาลงในเล่มได้ด้วย ถือเป็นแรงบันดาลใจและความฝันของหลายๆ คนรวมทั้งผู้เขียนด้วย

ใน พ.ศ.2517 เป็นต้นมาสำหรับส่วนตัวผู้เขียนเองได้เริ่มเขียนบทความไปลงตามหน้าหนังสือพิมพ์ต่างๆ ที่ปัจจุบันปิดกิจการไปหมดแล้ว อาทิ “ประชาธิปไตย” “ประชาชาติ” “สยามรัฐ” เป็นระยะๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง ดร.โกสินทร์ วงศ์สุรวัฒน์ แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เป็นพี่ชายของผู้เขียนเอง ได้มาคุยกับผู้เขียนที่บ้านว่าการเขียนหนังสือที่จะได้รับการยอมรับโดยทั่วไปนั้นพิสูจน์ได้จากว่าเคยได้ตีพิมพ์ลงใน ต่วย’ตูน หรือยัง?

เพราะการเขียนเรื่องลงในหนังสือต่วย’ตูนนั้นต้องมีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจ อ่านง่ายและที่สำคัญคือต้องขบขันด้วย พูดง่ายๆ คือต้องเขียนด้วยอารมณ์ขันให้มีสาระและอ่านง่ายนั่นเอง

ผู้เขียนจึงเริ่มเขียนบทความส่งไปที่ต่วย’ตูนเมื่อ พ.ศ.2533 ในเรื่อง “ซิกมันด์ ฟรอยด์, แรมโบ้ และหนังโป๊” ปรากฏว่าได้รับการตีพิมพ์ในต่วย’ตูน พอกเก็ตแมกาซีน ซึ่งก็เลยได้รับการรับรองจาก ดร.โกสินทร์ว่า

“ผู้เขียนเป็นนักเขียนที่มีชื่อและมีนามสกุลด้วย”

วาทิน ปิ่นเฉลียว หรือต่วย บรรณาธิการบริหารของ ต่วย’ตูน นิตยสารพ็อคเก็ตบุ๊กรายปักษ์ถึงแก่กรรมใน พ.ศ.2558 สิริรวมอายุ 85 ปี ซึ่งบรรดาลูกๆ และมิตรสหายต่างก็พยายามประคับประคองนิตยสารทั้ง 2 ฉบับ ให้คงอยู่เป็นเพื่อนนักอ่านตลอดระยะเวลา 9 ปี ของการจากไปวาทิน ปิ่นเฉลียว หรือต่วย แต่ด้วยภาวะทางเศรษฐกิจ รวมถึงปัจจัยอีกหลายประการ ส่งผลกระทบต่อสำนักพิมพ์มาอย่างต่อเนื่องยาวนานจึงต้องปิดตัวลง

ต้องกราบขออภัยอย่างยิ่ง ที่ไม่สามารถถ่ายทอดสาระและหรรษา สร้างความสุขให้ทุกท่านได้อีกต่อไป

ครับ ! สุดอาลัยจากการจากไปของต่วย’ตูน

โกวิท วงศ์สุรวัฒน์