หน้าแรก คอลัมนิสต์ ชะตากรรม พ.ร....

ชะตากรรม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ (1)

12.09.24 | 09:38 น.
ชะตากรรม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ (1)

คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้การนำของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีทั้งคนเดิมและคนใหม่

เป็นที่น่ายินดี กระทรวงหนึ่งซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด คือ กระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรียังคงเป็นคนเดิม พรรคเดิม คือ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ พรรคภูมิใจไทย

อย่างน้อยที่สุดเป็นสัญญาณหรือหลักประกันระดับหนึ่งว่า นโยบายที่ดำเนินมาน่าจะมีความต่อเนื่องไม่สะดุดหยุดลง กลายเป็นปัญหาเช่นที่ผ่านมา

ก่อนการแถลงนโยบายมีความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคแกนนำ น่าสนใจบทสรุปที่ออกมา

นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรค และ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ยื่น 6 นโยบายของพรรคถึง นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้บรรจุเป็นนโยบายรัฐบาล

Advertisement

หนึ่งในนั้น ข้อ 3 เป็นนโยบายด้านการศึกษาเขียนว่า “จัดการศึกษาเท่าเทียมทุกระดับชั้น โดยใช้เทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาสนับสนุน ส่งเสริมการเรียนการสอน การสอบวัดผล การพัฒนาคุณภาพ ยกระดับมาตรฐานการศึกษาและลดค่าใช้จ่ายทางการศึกษาให้แก่ประชาชนและลดภาระของรัฐ”

นโยบายรัฐบาลด้านการศึกษาที่แถลงต่อที่ประชุมรัฐสภาวันที่ 12 กันยายนนี้ เขียนว่า รัฐบาลจะส่งเสริมการเกิดและเติบโตอย่างมีคุณภาพของเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม เด็กไทยทุกคนจะต้องเข้าถึงศูนย์ดูแลเด็กปฐมวัยที่มีมาตรฐาน เมื่อเติบโตก็ได้เรียนหนังสือที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล ส่งเสริมการปลดล็อกศักยภาพด้านศิลปะ วัฒนธรรมและความสามารถทางกีฬา และพัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นทั้งในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาสนับสนุน ตอบโจทย์ศักยภาพของผู้เรียน

ลดภาระและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ส่งเสริมให้เกิดการเรียนสองภาษาโดยใช้ AI เป็นตัวช่วย เน้นการสอนทักษะที่ใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตจริงเพื่อการสร้างรายได้ (Learn to Earn) ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับ รวมทั้งการเฟ้นหาและช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา พร้อมทั้งส่งเสริมการปฏิรูประบบอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการแรงงานในอนาคตและรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life Long Learning)

อ่านโดยละเอียดแล้วพอวินิจฉัยกันได้นะครับ ข้อเสนอได้รับการพิจารณา บรรจุอยู่ในนโยบายของรัฐบาล ตรงไหน อย่างไร

น่าเสียดายที่เรื่องหนึ่ง ทั้งไม่ได้รับการเสนอและเขียนผูกมัดชัดเจนไว้ในนโยบายรัฐบาล คือ การเร่งรัดผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ออกมาใช้บังคับโดยเร็ว

ทั้งๆ ที่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่สมัยที่แล้ว นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พูดหนักแน่นว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการให้การผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ประกาศใช้ภายในรัฐบาลนี้ (รัฐบาลที่แล้ว) ให้ได้

ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่ผ่านมา เส้นทางของกฎหมายการศึกษาแห่งชาติเป็นอย่างไร และจะไปต่อแบบไหน จบลงเมื่อไหร่ ไม่มีใครตอบได้

แต่กลับมีสัญญาณที่น่ากังวลเกิดขึ้นหลังจากสภาการศึกษานำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ค้างการพิจารณาของรัฐสภาในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาทบทวน แก้ไข ทำประชาพิจารณ์สอบถามความคิดเห็นผู้ที่เกี่ยวข้องเสร็จ ยกร่างเสนอต่อคณะรัฐมนตรีวันที่ 31 พฤษภาคม 2567
ต่อมา วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 ได้รับหนังสือตอบจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

เรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

โดยที่เรื่องนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเรื่องนี้แล้วเสร็จในปี 2564 และกระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งหนึ่งในปี 2566 ซึ่งจากสรุปผลการรับฟังความคิดเห็น ยังมีประเด็นความเห็นและข้อเสนอแนะบางประการเกี่ยวกับหลักการและสาระสำคัญรายหมวดของร่างพระราชบัญญัติฯ เช่น (1) สาระสำคัญในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 55 ยังมิได้ปรากฏในร่างพระราชบัญญัติฯ ได้แก่ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ
(2) การกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการจัดการศึกษาของผู้เรียนในแต่ละวัยควรกำหนดให้มีความยืดหยุ่น
(3) บทบาทและหน้าที่ของหน่วยงานที่จะพัฒนาผู้เรียนแต่ละช่วงวัยควรกำหนดหน่วยงานหลักให้มีความชัดเจน
(4) การส่งเสริมหน่วยงานที่ร่วมจัดการศึกษาในพื้นที่ทั้งภาครัฐ เอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีมาตรฐานเท่าเทียมกัน ทั้งในเรื่องสิทธิประโยชน์ การเงินและงบประมาณ และการบริหารงานบุคคล
(5) การยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทำให้ไม่อาจควบคุมและกำกับดูแลให้ได้ครูที่มีจิตวิญญาณความเป็นครู มีความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพและประพฤติปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณวิชาชีพครูได้
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับโครงสร้างและภารกิจกลไกการบริหาร และการกำหนดตำแหน่งและอัตรากำลังของกระทรวงศึกษาธิการในภาพรวมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งควรเน้นให้มีการบูรณาการการทำงานและใช้ทรัพยากรร่วมกันและลดความซ้ำซ้อนของภารกิจ
รองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติในเรื่องนี้เกิดความรอบคอบเหมาะสมและมีความชัดเจนยิ่งขึ้นจึงมีคำสั่งให้ส่งคืนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้กระทรวงศึกษาธิการไปพิจารณาทบทวนต่อไป
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและขอได้โปรดดำเนินการตามคำสั่งรองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ต่อไป

ขอแสดงความนับถือ
นางสาวสาวิตรี ชำนาญกิจ รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

ก่อนหน้านี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอความเห็นครั้งแรกปี 2564 กระทรวงศึกษาธิการ รัฐบาลและรัฐสภาไทย ไม่สามารถเข็นออกมาได้สำเร็จ

มาครั้งนี้เป็นครั้งที่สองมีประเด็นเพิ่มจากเดิมมากขึ้นไปอีก ชะตากรรมของกฎหมายสำคัญนี้จะเป็นอย่างไร

ขณะที่ภูมิทัศน์การศึกษาทั้งในประเทศและทางสากลเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ระบบราชการ ระบบการเมืองไทย ด้อยประสิทธิภาพ ตอบสนองไม่ทัน อนาคตการศึกษา อนาคตเด็กและเยาวชนจะฝากไว้กับใคร