หน้าแรก คอลัมนิสต์ ภาพเก่าเล่าตำ...

ภาพเก่าเล่าตำนาน :ตำนาน…ชาวจีนนักสู้อพยพไปยุโรป

16.09.24 | 12:48 น.

ภาพเก่าเล่าตำนาน :ตำนาน…ชาวจีนนักสู้อพยพไปยุโรป

เ ลือดนักสู้..กล้าคิด กล้าเสี่ยง กล้าเผชิญโชคชะตา ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ อดทน เป็นปรัชญาที่ส่งต่อกันมา

ลักษณะเด่นประการหนึ่ง ของชาวจีนที่ไปปักหลักทำงานทั่วโลก คือ พวกเขาตั้งใจจะมอบให้กับการศึกษาแก่คนรุ่นต่อไป “งานทุกอย่างย่อมด้อยกว่า การอ่านเท่านั้นที่เหนือกว่า” เป็นความเชื่อเก่าแก่ของชาวจีน ไม่ว่าพวกเขาจะรวยหรือจน ครอบครัวชาวจีนไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ก็เต็มใจที่จะเสียสละเพื่อให้แน่ใจว่าลูกๆ ของพวกเขาจะได้รับการศึกษาที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ผู้เขียน..ชื่นชอบ ฝังใจกับเรื่อง “การอพยพย้ายถิ่นฐานของมนุษย์ในอดีต” จะว่าไปแล้วก็น่าศึกษา ติดตาม น่าตื่นเต้น ว่าในเวลานั้น เกิดอะไรขึ้นทำไมต้องอพยพกันไปเป็นหมื่น เป็นแสน ทั้งๆ ที่คนเหล่านั้นมืดบอด แทบไม่ทราบว่า “หนทางข้างหน้า”เป็นเช่นไร

กว่า 250 ปีที่แล้ว “ชาวยุโรป” นับล้านลงเรือเสี่ยงชีวิตข้ามหาสมุทรแอตแลนติก ไปตั้งรกรากในดินแดนที่ค้นพบใหม่ กว้างใหญ่ไพศาล ต่อมา คือ อเมริกา ทั้งหมดคือ ความสมัครใจ ที่จะขอหนีไปจากความขัดแย้งทางศาสนา ความยากจน แสนสาหัสในแผ่นดินยุโรป

Advertisement

ไม่นับรวม “ชาวแอฟริกัน” ผิวสีนับล้านที่ถูกจับมัด ล่ามโซ่ ใส่ใต้ท้องเรือ พ่อค้าทาสผิวขาวนำมนุษย์ตัวเป็นๆ มาประมูลขายเป็นทาสในยุโรปและอเมริกา เพราะคนเหล่านี้ “ถูกบังคับ”

ผู้คนจากอินเดีย ก็เป็นอีก 1 ชนเผ่า ที่กระจาย ย้ายถิ่นฐาน ไปอยู่หลายแห่งในสังคมโลก ที่จะยังไม่ขอกล่าวถึง

“ชนเผ่า” หรือ “กลุ่มชาติพันธุ์” ที่สร้างแรงเขย่าให้กับสังคมโลกอย่างเด็ดเดี่ยว กล้าหาญ ขอเผชิญชะตากรรม ขอเสี่ยงโชค ขอเอาหยาดเหงื่อ แรงงาน เข้าแลกในทุกพื้นที่ของโลก คือ ชาวจีน ครับ

สังคมไทยกำลังอื้ออึง พึมพำ คุยกันในทุกโอกาส คือ ชาวจีน ทุนจีน สินค้าจีน ที่ไหลบ่าเข้ามาในไทยประดุจเขื่อนแตก

ชาวจีนโพ้นทะเล คือ ผู้ที่มีเชื้อสายจีนหรือเกิดที่ประเทศอื่นและอาศัยอยู่นอกประเทศจีน มีประมาณ 60 ล้านคน หากรวมลูกหลานของพวกเขาด้วย ตามข้อมูลขององค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM)

ประวัติศาสตร์การอพยพของชาวจีนนั้นมีมากว่า 2,000 ปี โดยเริ่มต้นจากการเปิด “เส้นทางสายไหมทางทะเล” โดยผู้อพยพส่วนใหญ่มุ่งหมายล่องเรือมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15
เกิดไชน่าทาวน์หลายแห่ง ซึ่งแต่ละแห่งรองรับชาวจีนโพ้นทะเลหลายพันคนในเวียดนาม ลาว กัมพูชา ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย

ตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 ชาวจีนไปค้าขาย ตั้งหลักในต่างประเทศมาต่อเนื่อง สมัยราชวงศ์หมิง เมื่อ เจิ้งเหอ (ค.ศ.1371-1435) ได้รับบัญชาจากฮ่องเต้เป็นทูตของราชวงศ์หมิง นำผู้คนจำนวนมากเป็นชาวกวางตุ้งและฮกเกี้ยน พร้อมด้วยขบวนเรือนับร้อยลำ ไปสำรวจและค้าขายในทะเลจีนใต้และมหาสมุทรอินเดีย

มีบันทึก มีการศึกษาประวัติศาสตร์จากนักวิชาการโลกตะวันตกแล้วว่า..เป็นเรื่องจริง เจิ้งเหอ คือ นักเดินเรือผู้ยิ่งใหญ่ระดับโลก

ขอตัดฉากไป..เรื่องการอพยพของชาวจีนเข้าไปในยุโรป

ข้อมูลการอพยพของชาวจีนที่ไปทำมาหากินในยุโรปนั้นมีไม่มากนัก มีแต่บันทึกของแต่ละประเทศ

คน คือ ทรัพยากร ที่มีค่าที่สุด

ผู้อพยพชาวจีนกลุ่มแรกไปถึงยุโรป คือ คนงานชาวจีนที่เดินทางมาถึงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2459

สงครามฝิ่นทั้ง 2 ครั้งในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 อังกฤษและฝรั่งเศส ที่ทำสงครามรบชนะจีน ได้บังคับให้รัฐบาลราชวงศ์ชิงอนุญาตให้แรงงานชาวจีนอพยพจำนวนมากไปยังประเทศตะวันตกและอาณานิคมของพวกเขาเพื่อทดแทน “ทาสผิวดำ”

ตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 19 จนถึงต้นทศวรรษ 1940 คลื่นการอพยพครั้งที่ 2 ได้เริ่มขึ้นในประเทศจีนแรงงานไร้ฝีมือหรือที่เรียกว่า “คนงานชาวจีน” เป็นส่วนสำคัญของคลื่นนี้ เป็นจุดเริ่มของการกระจายตัวของชาวจีนไปทั่วโลก ตั้งแต่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปจนถึงอเมริกา แอฟริกา ยุโรป และออสเตรเลีย

แรงงานชาวจีน มีส่วนสนับสนุนสังคมที่ไปตั้งถิ่นฐานใหม่อย่างสำคัญ ไม่ว่าจะไปตั้งถิ่นฐานที่ไหน ในยุโรปและอเมริกา ชาวจีนเป็นแรงงานสร้างถนนและถมดินรกร้าง การก่อสร้าง สร้างท่าเรือ สร้างทางรถไฟ และเปิดร้านอาหารและร้านขายของชำในยุโรปในศตวรรษที่ 20

(ไม่ต้องอ้อมค้อมไปไกล แผ่นดินสยาม คือ ดินแดนที่ชาวจีนมาขับเคลื่อน ตั้งแต่เป็นแรงงานขุดคลอง เป็นกรรมกรแบกหาม ค้าขาย ขายอาหาร ตั้งโรงสี โรงหวย โรงเรียน โรงพยาบาล ตั้งธนาคาร)

ด้วยสายเลือดนักสู้งานหนักและประหยัด ชาวจีนผู้ย้ายถิ่นฐาน จึงมักจะไปสร้างฐานะในสังคมด้วยการออมเงินและลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างชีวิตได้อย่างน่ายกย่อง เมื่อเกิดวิกฤตขึ้น พวกเขาจะสามารถดูแลตัวเองได้เสมอ ก่อนที่จะขอความช่วยเหลือจากครอบครัวและเพื่อนฝูงชาวจีนด้วยกัน

ศตวรรษที่ 20 ชาวจีนที่อพยพเข้าไปเป็นกลุ่ม ที่เห็นได้ชัดในประเทศต่างๆ ในยุโรปตะวันตก เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี และเนเธอร์แลนด์ ในเวลาไม่นานนักก็สามารถตั้งตัวได้ แถมกลายเป็นกลุ่มผู้คุมเศรษฐกิจในชุมชนอย่างที่ทุกคนยอมยกให้

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จำนวนผู้อพยพชาวจีนที่เข้ามาในฝรั่งเศสมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานชาวจีนที่ถูกจ้างมาบูรณะฟื้นฟูบ้านเมืองที่พังพินาศเพราะสงคราม

เกาะอังกฤษ มีชุมชนชาวจีนที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปตะวันตก คลื่นผู้อพยพกลุ่มแรกเกิดขึ้นระหว่างปี 1842 (สิ้นสุดสงครามฝิ่นครั้งที่ 1) และช่วงปี 1948 (หลังสงครามโลกครั้งที่ 2) ชาวจีนส่วนใหญ่มาจากเมืองที่เป็น “ท่าเรือ” ที่อังกฤษได้สัมปทานจากจีน เช่นกวางโจว เทียนจินและเซี่ยงไฮ้

ชุมชนชาวจีนในอังกฤษ เริ่มก่อตัวขึ้นบริเวณท่าเรือของอังกฤษในเมืองลิเวอร์พูล ลอนดอน คาร์ดิฟฟ์และกลาสโกว์ ในพื้นที่ลิเวอร์พูล หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ประมาณกันว่ามีเด็กยูเรเซียน 900 คน เกิดมาจากพ่อชาวจีนและแม่ผิวขาว

ชาวจีนในอังกฤษ มักอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ทุกเมืองของอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลอนดอน เอดินบะระ กลาสโกว์ แมนเชสเตอร์ เบอร์มิงแฮม ลิเวอร์พูล ลีดส์ เชฟฟิลด์และเคมบริดจ์ เมื่อเปรียบเทียบกับชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ส่วนใหญ่ในสหราชอาณาจักร “ชาวจีน” ถือเป็นกลุ่มที่มีการกระจายตัวทางภูมิศาสตร์มากที่สุด เมืองทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ เบอร์มิงแฮม กลาสโกว์ ลิเวอร์พูล ลอนดอน แมนเชสเตอร์และนิวคาสเซิล อะพอนไทน์ มีไชน่าทาวน์เกิดขึ้น

เรือเดินทะเล คือ พาหนะที่นำไปสู่การอพยพย้ายถิ่นฐาน

บริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ (มาค้าขายกับสยามด้วย) เป็น “ขาใหญ่” นำเข้าสินค้าจีนยอดนิยม เช่น ชา เซรามิก และผ้าไหม จ้างลูกเรือชาวจีนทำงาน ลูกเรือชาวจีนต้องใช้เวลาพักคอยบริเวณท่าเรือของอังกฤษในขณะที่รอเรือกลับจีน บางครั้งนานเป็นเดือนทำให้เกิดไชน่าทาวน์แห่งแรกๆ ขึ้นในลิเวอร์พูลและลอนดอน

เรื่องของความรัก ความใคร่ เป็นเรื่องยากจะหลีกเลี่ยง

ชาวจีนที่ทำงานบนเรือสินค้า เดินทางไป-มา เป็น “ผู้ชาย” ทั้งนั้น

การเป็นคู่ครองระหว่าง “ชายจีนกับหญิงผิวขาว” กลายเป็นเรื่องธรรมดาในอังกฤษ ทำเอากลุ่มคนเหยียดเชื้อชาติไม่พอใจ ช่วงศตวรรษที่ 19 ชุมชนริมท่าเรือในอังกฤษ ภรรยาของชายชาวจีนมักได้รับฉายาว่า “กวางเจาคิตตี้” และ “เอ็มม่าจีน” เพื่อล้อเลียนความสัมพันธ์ต่างเชื้อชาติ

“ชายจีน” ที่ได้หญิงอังกฤษเป็นภรรยา ถูกดูหมิ่นและถูกมองว่าเป็น “ภัยเหลือง” ซึ่งเป็นภาพจำเหยียดเชื้อชาติผู้คนจากเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ชาวจีนในอังกฤษเป็นกลุ่มที่มีรายได้ดี มีอันดับที่ดีในด้านเศรษฐกิจและสังคม ชาวจีนนิยมส่งลูกไปเรียนหนังสือในอังกฤษ

ช่วงทศวรรษ 1980 เมื่ออังกฤษมีแผน “ส่งคืนเกาะฮ่องกง” ให้จีนใหญ่ เกิดคลื่นลูกที่ 3 ของผู้อพยพชาวจีนจากทั่วโลก ผู้อพยพส่วนใหญ่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ รวมถึงไต้หวันและฮ่องกง โดยจุดหมายปลายทางหลักในขณะนั้นคือ สหรัฐอเมริกา

คนไทยจำนวนมาก รู้จัก ลอนดอน รู้จัก โซโห

มีบันทึกว่า…ในช่วงปี ค.ศ.1780 (รัชสมัยแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ) กะลาสีเรือชาวจีนได้มาเยือนลอนดอน นับว่าเป็นชาวจีนกลุ่มแรกที่มาถึงลอนดอน และทยอยเข้ามาต่อเนื่อง ชาวจีนเกาะกลุ่มกันอาศัยอยู่ในย่านโซโหในช่วงที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในขณะที่ลอนดอนถูกบอมบ์เละกระจุยจากกองทัพอากาศนาซีเยอรมัน

หลังจากสงคราม ฟื้นฟูลอนดอน เกิดความนิยมในอาหารจีน การหลั่งไหลเข้ามาของผู้อพยพจากฮ่องกงส่งผลให้มีร้านอาหารจีนเปิดมากขึ้นในลอนดอน

ในลอนดอนมีคนจีน 120,250 คน คิดเป็นร้อยละ 1.5 ของประชากรในเมือง และคนเชื้อสายจีนร้อยละ 33 ในสหราชอาณาจักรอาศัยอยู่ในลอนดอน ทำมาค้าขายกันเป็นล่ำเป็นสัน

23 ต.ค.2562 ตำรวจอังกฤษ ยืนยันว่าพบศพแช่แข็ง 39 ศพ ในตู้คอนเทนเนอร์หลังรถบรรทุกในมณฑลเอสเซ็กซ์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงลอนดอน ทั้งหมดเป็นผู้ลักลอบเข้าเมืองชาวจีน ซึ่ง 8 ศพเป็นเพศหญิง และอีก 31 ศพเป็นเพศชาย มีขบวนการค้ามนุษย์ลักลอบนำเข้ามา…

ก่อนหน้านี้ ก็มีอีกมหาศาลที่เสียชีวิตและรอดชีวิต

พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก