หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : ศาสนาและการเมือง ในประวัติศาสตร์ไทย เป็นเครื่องมือซึ่งกันและกันตั้งแต่แรกมีศาสนาผี

1.03.17 | 00:06 น.

พุทธแท้หรือไม่แท้ อยู่ที่ผู้เลื่อมใสใช้ศรัทธานำปัญญา หรือปัญญานำศรัทธา แต่ที่แน่ๆ คือ ศาสนาเป็นเครื่องมือทางการเมืองตั้งแต่แรกมีศาสนาในโลก เช่น ศาสนาผี

ในไทยใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือทางการเมืองของรัฐโบราณ ผู้ต้องการรู้เรื่องนี้อย่างลึกซึ้งต้องอ่านหนังสือศาสนาและการเมือง ในประวัติศาสตร์สุโขทัย-อยุธยา โดย พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ (นักปราชญ์ของกรมศิลปากร ขณะนี้มีคนเดียว) หนังสือเล่มนี้พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2545 เน้นอธิบายศาสนาเป็นเครื่องมือการเมืองของพญาลิไท รัฐสุโขทัย

 

รัฐอยุธยาปราบรัฐสุโขทัย

พญาลิไทแห่งรัฐสุโขทัยขยายอิทธิพลไปยังบ้านเมืองในลุ่มน้ำป่าสัก ย่อมส่งผลกระทบต่อรัฐอยุธยาที่คุ้มครองดินแดนแถบนั้น

Advertisement

สมเด็จพระรามาธิบดี (อู่ทอง) ให้ยกกองทัพขึ้นไปยึดเมืองสองแคว (พิษณุโลก) แล้วโปรดให้ขุนหลวงพ่องั่ว (รัฐสุพรรณภูมิ) ที่เป็นเครือญาติใกล้ชิดพญาลิไทให้เป็นผู้ควบคุมดูแลอยู่เมืองสองแคว

พญาลิไทต้องหยุดบทบาทนักรบ แล้วอยู่อย่างสงบที่เมืองสุโขทัย เพราะถูกรัฐอยุธยาสกัดขัดขวางไว้ แต่ก็ต้องหาหนทางแก้ไข

 

บทบาทนักบุญ บวชการเมือง

พญาลิไทเริ่มบทบาทนักบุญ โดยนิมนต์พระมหาสามีสังฆราชนักปราชญ์ทางพุทธศาสนา “มีศีลาจารและรู้พระปิฎกไตร” จากนครพัน (เมืองมอญ) ให้ไปจำพรรษาอยู่เมืองสุโขทัยเมื่อประมาณ พ.ศ. 1905 แล้วทรงผนวชกับพระมหาสามีสังฆราช (มีศิลาจารึกวัดป่ามะม่วงบอกไว้)

เหตุที่ต้องทรงผนวช ก็เพื่อใช้ความเป็นภิกษุภาวะต่อรองทางการเมือง โดยขอบิณฑบาตคืนเมืองสองแควจากอยุธยา

สมเด็จพระรามาธิบดีมอบคืนเมืองสองแคว แต่คืนอย่างมีเงื่อนไข คือให้พญาลิไทต้องไปประทับอยู่เมืองสองแคว ส่วนเมืองสุโขทัยและเมืองกำแพงเพชรต้องให้ผู้อื่นปกครอง

ด้วยอำนาจที่เหนือกว่าของรัฐอยุธยาและบทบาทของคนกลาง (คือขุนหลวงพ่องั่ว) ทำให้พญาลิไทต้องยินยอมตามเงื่อนไขของพระเจ้าอู่ทอง

เมื่อได้รับเมืองสองแควคืนและลาผนวชในปีเดียวกัน พญาลิไทก็ต้องไปประทับอยู่ที่เมืองสองแคว ตามเงื่อนไขของรัฐอยุธยา

อย่างนี้จะถือว่าพญาลิไท บวชเพราะเลื่อมใสพุทธแท้ หรือบวชการเมืองอย่างพุทธเทียม?