ระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ……ทั้งของสภาการปฏิรูปประเทศกับองค์กรสื่อมวลชน ที่ยังต่อรองการจะมีร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ เนื้อหาส่วนใหญ่มุ่งไปที่การลิดรอนสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน ซึ่งหมายความถึงการลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน มีความเห็นจากนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนที่ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอดท่านหนึ่งที่แสดงผ่าน “ไลน์” เป็นความเห็นที่ทั้งสองฝ่ายควรนำไปไตร่ตรองให้รอบคอบและพิจารณาว่าเป็นไปตามนั้นหรือไม่
นักวิชาการท่านนี้คือ รองศาสตราจารย์พิสิษฐ์ ชวาลาธวัช อดีตอาจารย์คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอีกหลายสถาบัน ให้ความเห็นดังต่อไปนี้
เห็นข่าวการรุกและการมองสื่อเป็นศัตรูกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ให้สงสัยกันว่าระหว่างคนร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวอยู่ในขณะนี้ มองจากความคิดของตัวเองหรือมองจากสังคมที่นับวันจะตื่นตัวเรื่องสิทธิเสรีภาพมากขึ้นตามลำดับ กับบทบาทของสื่อมวลชนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเรื่องการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และเสนอข่าวที่เอนเอียง
ใครกันแน่ที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ที่มีมาแต่กำเนิด เป็นสิทธิโดยธรรมชาติที่ไม่อาจมีผู้ใดหรืออำนาจใดมาพรากจากมนุษย์ผู้นั้นไปได้ ไม่ว่าเขาจะมีฐานะหรือตำแหน่งอ่อนด้อยแค่ไหนก็ตาม
พึงคิดคำนึงเถิดว่า ยามใดประชาชนขาดซึ่งเสรีภาพทางความคิดและข่าวสาร ยามนั้นจะมีบุคคลคณะหนึ่งเข้ามาขโมยสิ่งที่เป็นสมบัติของประชาชนที่มีอยู่ตั้งแต่เกิด และมอบให้รัฐบาลนำไปใช้ขัดขวางสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามแต่ใจ และอาจรุนแรงถึงขั้นใช้เพื่อกดขี่ข่มเหงรังแกความคิดดีๆ ของวิญญูชนทั้งหลายเพื่อสาธารณะให้เกิดแรงกดดันกระแสต่อต้าน
ที่สุด สิ่งที่ตามมา อะไรเกิดขึ้นในสังคมแห่งนั้น คณะบุคคลลนั้น ไม่รู้จักพิษภัยของการขโมยสิทธิเสรีภาพประชาชนที่มีตั้งแต่กำเนิดกระนั้นหรือ?
ใครเล่าจะคาดหมายหรือคาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ และไม่น่าเป็นเหตุการณ์ที่น่าอภิรมย์เท่าใดนัก ก่อนทุกอย่างจะวิบัติไปอย่างน่าหดหู่ใจอย่างยิ่ง โปรดทบทวนประวัติศาสตร์ไทยยุคเผด็จการครองเมืองให้ดี อย่าให้เหตุการณ์ร้ายๆ หวนกลับมาอีกครั้ง
ประชาชนไม่มีอาวุธ มีแต่สติปัญญา ใช่ว่าจะเป็นศัตรูกับรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยก็หาไม่ อยู่ที่รัฐบาลแต่ละยุคนั้นเข้าใจคำว่าสิทธิเสรีภาพ ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ของทุกคนในชาติ ไม่ว่าผู้นั้นจะมีตำแหน่งอะไร ใหญ่โตค้ำฟ้าแค่ไหนก็ตาม
โปรดช่วยกันคิด โปรดช่วยกันเตือน โปรดช่วยกันให้สติแก่คณะร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วยเถิด
อาจารย์พิสิษฐ์เสนอความคิดและข้อเขียนนี้มิได้สนับสนุนหรือคัดค้านผู้ใดผู้หนึ่ง หากแต่เป็นข้อคิดที่เห็นกับสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ซึ่งมีสิทธิเสรีภาพพร้อมกับการเกิด มีชีวิตอยู่ กระทั่งถึงเชิงตะกอน
ความมีสิทธิเสรีภาพของมนุษย์มิได้หมายความว่าจะใช้สิทธิเสรีภาพนั้นตามอำเภอใจ หากแต่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังมิให้ไปล่วงละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น หรือแม้แต่ของตัวเองที่อาจไปกระทบสิทธิเสรีภาพผู้อื่น บนพื้นฐานเบื้องต้นแม้ต่อชื่อเสียงของผู้ตาย
นับแต่เริ่มมีการจำกัดสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ทั้งผู้ประกอบการเป็นสื่อมวลชนและประชาชนเองต่างเล็งเห็นความไม่ชอบมาพากลของ “ผู้ปกครอง” พยายามจะใช้อำนาจที่มีอยู่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ด้วยกันที่คิดเอาเองว่าอยู่ภายใต้การปกครองของตน เพราะการได้มาซึ่งอำนาจนั้นมาจาก “ปากกระบอกปืน”
อำนาจที่มาจากความไม่ยินยอมพร้อมใจของเจ้าของอำนาจ ย่อมไม่จีรังยั่งยืน ขณะที่ “อำนาจ” เป็นสิ่งหอมหวนชวนให้เคลิ้บเคลิ้ม และอยากได้ไว้กับตัวเองนานๆ
เช่นเดียวกัน ในทางการเมืองการปกครอง ผู้ที่ต้องการอำนาจแม้มาจากการยินยอมของเจ้าของอำนาจผ่านการมอบหมายด้วยการเลือกตั้งผู้นั้นเข้ามา ถึงเวลาหนึ่งยังใช้เล่ห์ยึดอำนาจนั้นไว้เช่นกัน-อย่าวางใจคน
เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

