หน้าแรก คอลัมนิสต์ พยัคฆ์ซ่อน มั...

พยัคฆ์ซ่อน มังกรซุ่ม : เพลงรัก เพลงรบ เสียงปี่ สะกด ‘วิญญาณ’ รันทด ท้อสิ้นพลัง

26.09.24 | 09:06 น.
เพลงรัก เพลงรบ เสียงปี่

หากศึกษารายละเอียดของ “เพลงปี่” จากสำนวนเรียบเรียงอันปรากฏในยุทธนิยายเรื่อง “ไซ่ฮั่น” ฉบับวังหลังก็จะได้รสชาติอย่างหนึ่ง
ขณะที่สำนวนแปล วิวัฒน์ ประชาเรืองวิทย์ ก็จะไปอีกรสชาติ
เวลาได้เข้าสู่รัตติกาล เซี่ยงอ๋องกับพระนางสนมอวี่จี๋ร่วมกันดื่มอีกหลายจอกโคมแดง สุราเขียวก้นดำมวยก้นหอยมรกต
ในยามปกติ ต่อสภาวะอันภิรมย์เช่นนี้ความอิ่มเอิบใจจะขนาดไหน
เฉพาะค่ำคืนนี้กลับกลายเป็นละครที่น่าสมเพช ยิ่งดื่มก็ยิ่งโศกเศร้า ยิ่งโศกเศร้าก็ยิ่งเหนื่อยเพลีย
ฉับพลันตาหลับเลือนราง
ยังเป็นพระสนมอวีจี๋รู้ดี เชิญเซี่ยงอ๋องขึ้นเตียงนอนให้หลับสบายเพื่อพักรักษาจิตใจ
เซี่ยงอ๋องเพิ่งลงนอนบนเตียง พระสนมอวีจี๋นั่งเฝ้าอยู่ข้างเคียง

ดวงใจที่ดีงามประดุจลูกกวางน้อยเที่ยวซนรู้สึกช่างไม่สบายใจ ข้างหูก็ได้ฟังลมพัดที่กำสรวล
เสียงเป่าเขาโค สะอึกสะอื้น
บัดเดี๋ยวดั่งเสียงม้าห้อรถวิ่งเร็ว ครู่เดียวดั่งผีสางร่ำไห้ เทวดาคร่ำครวญ คลื่นเสียงนานา
เพิ่มความกลัดกลุ้มให้ผู้คน
กลับวนเวียนมีเสียงเพลงชั่วขณะหนึ่ง ส่งเสียงเข้ามา
เสียงหนึ่งสูง เสียงหนึ่งต่ำ เสียงหนึ่งยาว เสียงหนึ่งสั้น คลับคล้ายคลับคลาดั่งนกกระเรียนร้อง ณ บึงใหญ่
มหากำสรวลรันทดใจทั่วทุกไพร

พระสนมอวีจี๋เป็นผู้เข้าใจรู้จักคนดี หักห้ามมิให้กังวลโศกาดูรอยู่ในใจ ยามนี้ดวงตาแห้งเหือด ไร้แสงแวววาว
หวนมองดูเซี่ยงอ๋อง
คงนอนหลับ เสียงกรนดั่งฟ้าผ่า มิได้ยิน มิได้รู้ พระสนมอวีจี๋ร้อนรน มีปากยากจะกล่าว
เศร้าสลดแทบขาดใจ
แท้ที่จริงเสียงเพลงมาจากที่ใด
ก็คือ จางจื่อฝาง (เหลียง) ในค่ายทหารฮั่นแต่งเพลงฌ้อออกมาบทหนึ่ง บัญชาให้ไพร่พลไปที่ค่ายทหารฌ้อร้องประสานเสียง 4 ด้าน
ไม่มีคำไหนไม่รันทด ไม่มีอักษรใดไม่โศกเศร้า
ปลุกเร้าใจพวกทหารฌ้อให้รำลึกถึงหมู่บ้านของตน

ก็ทยอยกันแตกกระจายไป ถึงเป็นแม่ทัพจงหลี่เม่ยกับจี้ปู้และคนทั้งหลายได้ติดตามเซี่ยงอ๋องอยู่หลายปี
ฉับพลันก็แปรเปลี่ยน หันหน้าให้แล้วหนีไป
แม้แต่เซี่ยงป๋อท่านอาของเซี่ยงอ๋องก็ไปอาศัยอยู่กับจางเหลียงอย่างเงียบเชียบ ขอให้คุ้มครองตลอดชีวิต
เหลือเซี่ยงอ๋องผู้เดียวกับทหารม้าคนสนิท 800 คนเฝ้ารักษาประตูค่ายมิได้ทรยศตีจาก
กำลังคิดเข้ารายงานต่อเซี่ยงอ๋อง
เผอิญเซี่ยงอ๋องได้สร่างเมาฉับพลันตื่นขึ้นทันทีก็ได้ยินเสียงเพลงฌ้อ อดมิได้ต้องตื่นตกใจแล้วออกจากกระโจม
ฟังอย่างละเอียดลออ
เสียงเพลงนั้นถ่ายทอดจากค่ายทหารอื่น ยิ่งเพิ่มความแปลกใจ
“ฮั่นได้พื้นที่ทั้งหมดแล้วหรือไร”

พลางเซี่ยงอ๋องหวนกลับเข้ากระโจม ทันทีที่เห็นพระสนมอวีจี๋ยืนอยู่ด้านหนึ่งและได้กลายเป็นคนเจ้าน้ำตาไปแล้ว
น้ำตาก็ไหลเป็นทาง
ทอดตามองดูอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ ป้านสุราเบื้องหน้า จึงบัญชาให้อุ่นสุราให้ร้อน ส่งเสียงเชิญชวนพระสนมให้มาร่วมโต๊ะ
เมื่อดื่มไปได้หลายจอกก็กลายเป็นบทเพลงออกมา
“พละกำลังโยกถอนคีรีเอย ธาตุลมปรารถนาสะท้อนพิภพ ยามนี้มิได้เป็นมงคลเอย (จุย) ม้าต่างไม่ตายเอง จะทำอย่างไรดีอวี(จี๋)เอย
อวี(จี๋)เอย ทำอย่างไรดี”

Advertisement

ไม่เพียงแต่ วิวัฒน์ เรืองประชาวิทย์ จะร่ายเรียงออกมาอย่างได้อารมณ์ หากแต่ บันเทิง นราภิรมย์
ก็มีอารมณ์ “ร่วม”
ไม่เพียงมีอารมณ์ร่วมกับเซี่ยงอ๋อง หากแต่ยังมีอารมณ์ร่วมถึงขนาดถอดออกมาเป็น “เพลงศึกไกเซี่ย”

“พลังขุนเขาเอย
เหนือใครในหล้า
โชคร้ายเอย
ยอดอาชา
ไม่ขึ้นพาหนี
ม้าไม่ทันเอย
ทำอย่างไรจะรอดชีวี
ทำอย่างไรดี
อีว์เอย
จอมชายาข้า”

ยุทธนิยายเรื่อง “ไซฮั่น” สำนวนแปล วิวัฒน์ เรืองประชาวิทย์ อรรถาธิบายรายละเอียดของสถานการณ์อันฌ้อปาอ๋องประสบ
เซี่ยงอ๋องตลอดชีวิตที่รักและโปรดปรานมาก
ลำดับ 1 คือ ม้าจุย ลำดับ 2 คือ ความงามของพระสนมอวีจี๋
ครั้งนี้ถูกโอบล้อม ณ พื้นที่ไกเซี่ย ก็รู้ว่าต้องตาย ณ บัดนี้เอง เฉพาะภายในใจมิอาจหักห้ามใจ
ตัดทิ้ง “นางงาม” กับ “ม้าวิเศษ”
ดังนั้น เพลงจึงโศกเศร้า ทั้งองอาจ ผึ่งผาย ทั้งระคนความสะอึกสะอื้นทอดถอนหายใจยาว
พระสนมอวีจี๋ฟังอยู่ด้านข้างรู้ความหมายในเพลงทันที
“ทหารฮั่นรายล้อมพื้นที่ 4 ทิศด้วยเสียงเพลงฌ้อ ต้าอ๋องพลังธาตุสิ้น กระหม่อมผู้ต่ำต้อยติดตามต้าอ๋อง จะอยู่ไปไย ถึงตายก็ขอติดตามต้าอ๋อง
ใคร่ขอต้าอ๋อง หนทางเบื้องหน้าโปรดรักษาตัวเป็นสำคัญ”
ฉับพลันก็กระชากกระบี่ข้างตัวเซี่ยงอ๋อง พาดขวางลำคอ สายโลหิตพุ่งกระเซ็นออกมา

ยุทธนิยายเรื่อง “ไซฮั่น” สำนวนแปลวังหลัง บรรยาย “ภาพ” นี้ออกมาว่า
พระเจ้าฌ้อปาอ๋องแต่งตัวขึ้นม้าแล้วส่งกระบี่ให้นางหงอกี๋ นางหงอกี๋รับกระบี่แล้วร้องไห้
“พระองค์เลี้ยงข้าพเจ้ามาพระคุณหาที่สุดมิได้
ข้าพเจ้ายังหาได้ทำสิ่งใดสนองคุณไม่ ครั้งนี้ข้าพเจ้าขอตายเสียอย่าให้พระองค์กระทำศึกเป็นกังวลอยู่เลย”
นางหงอกี๋ว่าดังนั้นก็เอากระบี่เชือดคอตายอยู่ตรงนั้น
พระเจ้าฌ้อปาอ๋องโดดลงจากหลังม้าวิ่งเข้าไปมิทัน นางหงอกี๋ก็ขาดใจตาย