“นวราตรี” มาจากคำว่า “นว” แปลว่า เก้า (9) กับคำว่า “ราตรี” แปลว่า กลางคืน ดังนั้น นวราตรีก็แปลว่า “เก้าคืน” ซึ่งหมายถึง การจัดงานบูชาพระแม่อุมาทั้งเก้าปาง ในเวลาเก้าคืนติดต่อกัน มีการจัดเป็นพิธีกรรมที่มโหฬารมากทุกปีตามปฏิทินฮินดู นวราตรีปีนี้ (พ.ศ.2567) ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม ถึงวันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม สาเหตุที่มีพิธีกรรมใหญ่โตในเทศกาลนวราตรีเนื่องจากชาวฮินดูซึ่งโดยมากเป็นชาวอินเดียโดยทั่วไปนับถือสามมหาเทพเป็นหลัก คือ พระพรหม พระวิษณุ (พระนารายณ์) และพระศิวะ (พระอิศวร) แต่เชื่อว่าคนธรรมดาจะเข้าถึงเพื่ออ้อนวอนขอพรจากพระมหาเทพทั้งสามนั้นมันแสนยาก จึงควรเข้าทางหลังบ้านคือทางชายาของมหาเทพทั้งสามนั่นเอง
เหตุนี้ทำให้เกิดความเชื่อเป็นนิกายศักติขึ้นพวกที่นับถือพระศิวะก็ยกพระอุมาขึ้นเป็นศักติ พวกนับถือพระวิษณุก็ยกพระลักษมีเป็นศักติ พวกนับถือพระพรหมก็ยกพระสรัสวดีขึ้นเป็นศักติ แต่โดยปกติ คำว่า “ศักติ” เล็งเอาเฉพาะพระอุมา ชายาพระศิวะเท่านั้น
พระอุมาเทวีถือเป็นเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ ความรัก การอุทิศตน ตลอดจนพลังอำนาจศักดิ์สิทธิ์ ถือกันว่าพระนางเป็นด้านอ่อนโยน แต่พระอุมาเทวียังแสดงพระองค์เป็นหลายด้าน เรียกว่า “ปาง” แต่ละปางเป็นที่รู้จักด้วยหลายชื่อหลายเรื่องราว โดยปางที่สำคัญที่สุดมี 2 ปาง คือ ปางพระแม่ทุรคา (ทุรกา) และ ปางพระแม่กาลี (เจ้าแม่กาลี) สำหรับพระลักษมี เทวีแห่งความมั่งคั่งรุ่งเรือง และพระสรัสวดี เทวีแห่งความรู้ ประกอบกันเป็นองค์สามของเทวีฮินดู เรียกว่าตรีเทวี
เทศกาลนวราตรีก็คือการเฉลิมฉลองศักติของตรีเทวีทั้งสามโดยเน้นพระอุมาเป็นหลักนั่นเอง กล่าวคือ เทศกาลสำคัญแห่งการบูชาพระอุมาเทวี ในประเทศอินเดียจะมีการประกอบพิธีบูชาพระอุมาเทวีในอวตารต่างๆ อย่างยิ่งใหญ่ วันละ 1 ปาง เรียงตามลำดับคือ มหากาลี, ทุรคา หรือมหิษาสุรมรรทินี, จามุณฑา, กาลี, นันทา, รักธาฮันตี, สัคคมพารี, ทุรคา และลัคภรมารี เพื่อระลึกถึงการประหารอสูรที่สำคัญต่างๆ ระหว่างนี้ผู้บูชาจะต้องถือพรต กินอาหารมังสวิรัติ บางท้องที่ต้องถือศีลอด ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศต่างๆ ในโลกที่มีชาวอินเดียผู้นับถือศาสนาฮินดูก็เฉลิมฉลองเทศกาลนวราตรีนี้เป็นงานใหญ่โตประจำปีเลยทีเดียว (ยกเว้นประเทศไทยที่ไม่ได้นับถือศาสนาฮินดูก็ไปร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลนวราตรีกันใหญ่โต ดูแล้วออกจะเป็นสตรีไทยเชื้อสายจีนเป็นส่วนใหญ่)
ครับ! การเลือกตั้งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว นางคามาลา แฮร์ริส แห่งมลรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นผู้สมัครในตำแหน่งรองประธานาธิบดีของพรรคเดโมแครต เป็นผู้ที่มีบิดาเป็นผู้อพยพจากเกาะจาเมกามาอยู่ที่สหรัฐอเมริกากับมารดาผู้เป็นชาวทมิฬอินเดียผู้อพยพมาจากเมืองมัทราส (เจนไน) มาตั้งหลักแหล่งที่สหรัฐอเมริกาเช่นกัน สำหรับมารดาของนางคามาลา แฮร์ริส มีความผูกพันกับครอบครัวที่อินเดียเป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากการตั้งชื่อลูกสาวทั้ง 2 คนเป็นภาษาทมิฬ คือคามารา หรือกมลา ซึ่งแปลว่าดอกบัว หรือพระนางลักษมีชายาของพระนารายณ์ที่เกิดในดอกบัว และลูกสาวคนสุดท้อง ชื่อมายา ซึ่งเป็นชื่อพระมารดาของเจ้าชายสิทธัตถะ (ทางฮินดูเขาถือว่าพระพุทธเจ้าเป็นปางหนึ่งของพระนารายณ์)

ปรากฏว่าหลานสาวของคามาลา แฮร์ริส ผู้เป็นลูกของน้องสาวชื่อ มีนา แฮร์ริส โพสต์รูปของคามาลา แฮร์ริส เป็นปางหนึ่งของพระอุมาคือพระทุรคาขี่สิงโตที่มีหน้าเป็น โจ ไบเดน กำลังปราบมหิษาสูร ซึ่งเป็นรูปของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งถือว่าเป็นปางที่สำคัญที่สุดปางหนึ่งที่นำมาเฉลิมฉลองในเทศกาลนวราตรี ก็กระแสไวรัลในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก
ปรากฏว่าชาวอินเดียในสหรัฐอเมริกาต่างไม่พอใจออกมาประท้วงกันยกใหญ่ พวกที่นับถือฮินดูก็ไม่พอใจที่มีการเอาหน้าของคามาลา แฮร์ริส มาเป็นหน้าของพระทุรคา ซึ่งถือว่าเป็นการไม่เคารพและทำให้พระแม่ทุรคาเสื่อมเสียต้องให้นางมีนา แฮร์ริส ขอขมาอย่างเป็นทางการ ส่วนชาวอินเดียในสหรัฐอเมริกาที่นับถือศาสนาอื่นโดยเฉพาะพวกมุสลิมก็ไม่พอใจที่รัฐบาลอินเดียที่นำโดย นายนเรนทรา โมดี ที่ส่งเสริมศาสนาฮินดูแล้วกดขี่ศาสนาอิสลามก็เห็นว่าจะทำให้คามาลา แฮร์ริส ดูจะเป็นแบบนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี จึงสรุปว่าได้ว่านางมีนา แฮร์ริส ต้องลบรูปนี้เสียและต้องขอโทษต่อชาวอินเดียฮินดูด้วย
ครับ! การเลือกตั้งประธานาธิบดีใน พ.ศ.2567 นี้ดูรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ออกจะไม่ค่อยโฆษณาความมีเชื้อสายอินเดียเหมือนเมื่อ 4 ปีก่อนแต่กลับเน้นความเป็นคนผิวสีตามเชื้อสายของบิดามากกว่า ดังนั้นในเทศกาลนวราตรีปีนี้ครอบครัวของรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส คงจะไม่แสดงเรื่องอะไรเกี่ยวกับเทศกาลนวราตรีอย่างแน่นอน

