หน้าแรก คอลัมนิสต์ ข้อมูลสาธารณะ...

ข้อมูลสาธารณะกับการเมืองปิด : โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์

2.03.17 | 17:00 น.

ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 7 คนถูกกล่าวหาว่า ขาดประชุมและลงมติไม่ครบตามข้อบังคับที่กำหนดไว้มีโอกาสขาดสมาชิกภาพจะสรุปออกมาเป็นประการใดก็ตาม ประเด็นปัญหาทำนองนี้จะยังคงปรากฏต่อไปอีก เช่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ทั้งในยุคการเมืองปกติผ่านระบบการเลือกตั้งและการเมืองยุคอำนาจพิเศษซึ่งดูจะเกิดบ่อยกว่า

การเมืองปิดทำให้ไม่หวั่นเกรงต่อสายตาสาธารณะจึงเกิดกรณีทำนองนี้แทบทุกยุค เป็นคำตอบในตัวมันเองว่าการเมืองเปิดต่างหากคือทางออก

สาเหตุเป็นผลมาจากระบบการเมืองแบบพิเศษ จะเรียกว่าประชาธิปไตยในกำกับหรือเผด็จการก็ตาม ผู้มีอำนาจจำเป็นต้องแต่งตั้งบุคคลที่มีแนวคิดสอดคล้องกัน หรือว่าสั่งได้มาทำหน้าที่เป็นส่วนใหญ่ เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงของตัวเอง และความสำเร็จของงาน

ไม่นับการแต่งตั้งเพื่อปูนบำเหน็จความชอบ ตอบแทนบุญคุณเพื่อปลอบใจ เมื่อถึงเวลาต้องสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่หรือเกษียณอายุราชการ จะได้รับตำแหน่งชดเชยเพื่อให้มีงานทำ มีรายได้ต่อไป

หลักการแยกอำนาจบทบาทระหว่างฝ่ายนโยบายกับฝ่ายปฏิบัติ ฝ่ายการเมืองกับฝ่ายข้าราชการประจำ ข้าราชการไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ จึงถูกยกเลิกทุกครั้ง

Advertisement

การนั่งควบสอง สาม สี่ตำแหน่งในเวลาเดียวกัน จึงเป็นเรื่องปกติทุกสมัยของการใช้ระบบอำนาจนิยมในการบริหารจัดการประเทศแทบทุกแห่ง

การทำหน้าที่หลายอย่างในเวลาเดียวกันทำให้เกิดปัญหาการจัดสรรเวลา เป็นผลให้กฎหมายถูกยกเลิกภายหลัง เพราะพบว่าองค์ประชุมไม่ครบตามข้อบังคับ

การที่จำเป็นต้องมีกลุ่มคนพิเศษเพื่อค้ำจุนอำนาจ นี่เอง จึงเป็นเหตุทำให้ผลงานต่างๆ ถูกดูแคลนว่าเพราะใช้อำนาจเป็นฐาน ใช้คนที่ตัวเองแต่งตั้งมีจำนวนมืออยู่ในคอนโทรลมากมายโดยไม่มีฝ่ายค้าน ไม่ใช่ฝีมือจากการหักล้าง เอาชนะเหตุผลของฝ่ายเห็นต่าง ไม่สามารถบริหารจัดการภายใต้ความหลากหลายได้

การเปลี่ยนแปลงจากสภาปฏิรูปแห่งชาติมาเป็นสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ สาเหตุหนึ่งก็เพราะเหตุนี้ เพราะเห็นว่า สปช.พูดมาก เรื่องมาก มีแต่ความเห็นต่างๆ มากมายกลายเป็นการเมืองเสียมาก คุมไม่อยู่ งานเลยไม่ออกเท่าที่ควร จึงต้องเปลี่ยนกลุ่มบุคคลเสียใหม่น่าจะไปได้มากกว่า ก็เท่านั้นเอง

การแก้ปัญหานี้ นอกจากประเด็นความสำนึกรับผิดชอบ จริยธรรม คุณธรรมส่วนบุคคลแล้ว

ทางออกเชิงระบบก็คือใช้กฎหมายที่กำลังปรับปรุงแก้ไขใหม่เป็นเครื่องมือได้แก่ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ 2540 ที่ถูกปรับเป็น พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะเป็นตัวช่วย เป็นเครื่องกำกับทั้งในแง่กฎหมายและการควบคุมทางสังคม

ทำให้เกิดความเปิดเผย โปร่งใส เข้าถึงข้อมูลโดยเร็ว โดยง่าย เสียตั้งแต่ต้น จะลดปัญหาได้ระดับหนึ่ง

บัญญัติหลักการไว้ในกฎหมายใหม่ว่า ข้อมูลเกี่ยวกับการประชุม ผลการประชุม การเข้าประชุม การขาดประชุม การลาประชุม การอภิปราย การลงมติ เป็นข่าวสารข้อมูลสาธารณะ และเขียนกฎหมายลูกให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว
การเปิดเผยเป็นเงื่อนไขหลักต้องปฏิบัติ การคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลเป็นข้อยกเว้น ไม่อนุญาตให้เปิดเผยได้ในกี่กรณีตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องบัญญัติ (ฮา)
เส้นแบ่งระหว่างการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวกับความเป็นสาธารณะจึงเบาบางมาก หาความพอดีที่เป็นจุดลงตัวยาก ประโยชน์ส่วนรวมจึงต้องมาก่อน
คำจำกัดความข้อมูลสาธารณะ บุคคลสาธารณะต้องชัดเจนเช่นกัน ไม่เปิดช่องให้เกิดการตีความซับซ้อนซ่อนเงื่อน หลบเลี่ยงต่างๆ นานา

โดยเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งที่รับประทานเงินเดือนจากภาษีอากรของประชาชน ไม่ว่าจะมาจากภาคส่วนใด ภาครัฐหรือเอกชน นักการเมือง ข้าราชการประจำล้วนเป็นบุคคลสาธารณะ

ดารานักแสดง ผู้ประกอบอาชีพอิสระ นักคิด นักเขียน ที่มีอิทธิพลทางความคิดต่อสังคม โหราจารย์ พระสงฆ์ ผู้นำชุมชนระดับต่างๆ เข้าข่ายเป็นบุคคลสาธารณะด้วย

ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ของส่วนร่วม ต้องยอมรับว่าตัวเองเป็นบุคคลสาธารณะ ระดับความรับผิดชอบ การถูกตรวจสอบ ติดตามวิพากษ์วิจารณ์ย่อมเข้มข้นยิ่งกว่าคนอื่นทั่วไป เป็นรายจ่ายที่ต้องจ่าย ขีดความอดทนจึงต้องสูงกว่าตามไปด้วย

เมื่อคิดว่าตัวเองบริสุทธิ์ใจ หรือบกพร่องโดยสุจริต ทำผิดไปโดยไม่มีเจตนา ก็คิดมุมกลับเสีย น่าดีใจที่ตัวเองเป็นหินลองทอง เป็นเครื่องทดสอบและสร้างความเข้มแข็งให้กับพลังการตรวจสอบของสังคม

คิดเสียอย่างนี้ก็เบาใจได้ ส่วนการจะมีปฏิกิริยาหรือแสดงความรับผิดชอบอย่างไร ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของปุถุชนแต่ละรายไป

 

สมหมาย ปาริจฉัตต์