พ.ศ.2545 อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ชื่อ ดร.ทักษิณ ชินวัตร คือ ผู้กล้าคิด กล้าริเริ่ม และกล้าเสนอให้ชาติต่างๆ ในเอเชีย มีเวทีมาพูดคุย ปรึกษา แลกเปลี่ยนข้อมูล โดยใช้ชื่อว่าชื่อ ACD : Asia Cooperation Dialogue หรือกรอบความร่วมมือเอเชีย
แนวคิดของ อดีต นายกฯทักษิณ คือ ต้องการให้ ACD เป็นเวทีส่งเสริมความเข้าใจ ความไว้เนื้อเชื่อใจ ในความเป็นเอเชีย ตลอดจนความร่วมมือในวงกว้าง โดยใช้ประโยชน์จากจุดแข็งและศักยภาพที่หลากหลายของประเทศสมาชิกเป็นหลัก
ชาติต่างๆ ในเอเชีย เห็นพ้องในแนวคิดของไทย
น่าภาคภูมิใจนะครับที่ไทยเป็น “ผู้ริเริ่ม” ก่อตั้ง ACD ได้รับความไว้วางใจจากประเทศสมาชิกให้รับหน้าที่ ACD Coordinator
ในฐานะที่ไทยเป็นผู้ริเริ่ม จึงได้รับมอบหมายจากสมาชิก ให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 1 และ 2 เมื่อปี พ.ศ.2545 และ 2546 ตามลำดับ การประชุมระดับรัฐมนตรีความร่วมมือเอเชีย ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 18-19 มิถุนายน 2545 ณ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ต่อมาประเทศสมาชิกที่เป็นประธาน ACD ในแต่ละปี ได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ
ACD ในช่วงแรกมีสมาชิก 18 ประเทศ ต่อมาขยายเป็น 31 ประเทศ คือ บาห์เรน บังกลาเทศ ภูฏาน บรูไนฯ กัมพูชา จีน อินเดีย อินโดนีเซีย อิหร่าน ญี่ปุ่น คาซัคสถาน เกาหลีใต้ คูเวต คีร์กีซสถาน ลาว มาเลเซีย มองโกเลีย พม่า โอมาน ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ กาตาร์ รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย สิงคโปร์ ศรีลังกา ทาจิกิสถาน ไทย เวียดนาม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอุซเบกิสถาน ก่อตั้ง เป็น 31 ประเทศจากทุกอนุภูมิภาคของทวีปเอเชีย
การจัดการประชุม ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง หมุนเวียน
ตัวอย่างเช่น…การประชุมระดับรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 10 ที่ประเทศคูเวต (10-11 ต.ค.2554) ได้หารือในประเด็น “Towards a better future for Asian Cooperation” ประเทศสมาชิกได้ให้ความเห็นชอบต่อเอกสาร Kuwait Declaration ซึ่งมีสาระสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในเอเชียในหลายสาขา อาทิ เศรษฐกิจ การค้า การคลัง วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ การศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม การรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ฯลฯ
(ก่อนที่รัฐบาล ดร.ทักษิณ จะริเริ่มให้มี ACD สิงคโปร์และฝรั่งเศสได้ริเริ่มการประชุมเอเชีย-ยุโรป (Asia-Europe Meeting-ASEM) ขึ้น เพื่อเป็นเวทีสำหรับผู้นำประเทศเอเชียและประเทศยุโรปพบปะหารือเกี่ยวกับประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจเพื่อกระชับความสัมพันธ์ ขยายความร่วมมือ และเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างกัน ASEM เป็นเวทีสำหรับการหารือ (dialogue) มากกว่าการเจรจา เพื่อให้มีผลบังคับใช้เป็นรูปธรรม โดยครอบคลุม 3 เสาหลัก ได้แก่ การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรม)
ACD จะพูดคุยกันเฉพาะชาติในเอเชีย การพบปะพูดคุยกันระหว่างผู้นำประเทศเป็นเรื่องที่ดีเสมอ
ผ่านมาแล้ว 22 ปี
3 ตุลาคม 2567 ณ กรุงโดฮา รัฐกาตาร์ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกฯไทย ได้หารือทวิภาคีกับผู้นำระหว่างประเทศในห้วงการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือเอเชีย ครั้งที่ 3 ในขณะที่มีสถานการณ์สู้รบในบางประเทศของทวีปเอเชีย ซึ่งถือว่าเป็นห้วงเวลาสำคัญ
บทบาทที่ถือเป็นไฮไลต์ของนายกฯแพทองธารคือตรงนี้ครับ
ช่วงเช้า นายกฯแพทองธาร หารือทวิภาคีกับ นายมัสอูด เปเซชกียาน (Masoud Pezeshkian) ปธน.แห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ซึ่งในปี 2568 จะเป็นวาระฉลองครบรอบ 70 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-อิหร่าน เห็นชอบจะจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองวาระที่สำคัญนี้ ด้านวัฒนธรรมและด้านกีฬา พร้อมกล่าวเชิญประธานาธิบดีอิหร่านเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
ปธน.อิหร่าน กล่าวกับนายกฯของไทยว่า อิหร่านพร้อมให้ความร่วมมือกับไทยในด้านที่มีศักยภาพร่วมกัน และได้หยิบยกกรณีสถานการณ์ในกาซา-เลบานอน และขอให้ไทยให้การสนับสนุนสันติภาพให้เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ซึ่งนายกฯ ยืนยันว่าไทยพร้อมสนับสนุนสันติภาพร่วมกันในตะวันออกกลาง โดยเชื่อมั่นว่าเวที ACD นี้ จะเป็นอีกโอกาสสำคัญที่ได้รวบรวมผู้นำทุกฝ่ายที่จะสามารถสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในโลกได้
ผู้นำรัฐบาลไทย ได้กล่าวขอบคุณ ปธน.แห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ในการช่วยเหลือเจรจา ปล่อยตัวประกันคนไทย ในช่วงเวลาที่ผ่านมาและขอให้สนับสนุนการเจรจาช่วยเหลือปล่อยตัวประกันคนไทยจำนวน 6 คนเพิ่มเติมด้วย
การแสดงท่าทีของนายกฯไทยในฉากทัศน์ที่ได้พูดคุยกับผู้นำอิหร่าน ถือว่าเป็นบทบาทสร้างสรรค์ที่โดดเด่น สร้างความเข้าใจ และแสดงความห่วงใย รับผิดชอบต่อชีวิตของตัวประกันคนไทยที่กองโจรฮามาสจับไปเป็นตัวประกันตั้งแต่ 7 ต.ค.66
ต่อมา…ช่วงสาย นายกฯแพทองธารได้หารือทวิภาคีกับนายกฯและ รมว.กต. รัฐกาตาร์ ที่โดย นายกฯกาตาร์แสดงความยินดีกับนายกฯสุภาพสตรีที่อายุน้อยที่สุดที่เดินทางมาเยือนกาตาร์ เชื่อมั่นในความเป็นผู้นำของนายกฯไทย ซึ่งกาตาร์พร้อมขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจเพื่อพัฒนาศักยภาพร่วมกัน และพร้อมที่จะร่วมมือด้านหุ้นส่วนทางเทคโนโลยี การศึกษา เพื่อพัฒนาทั้งสองประเทศให้ดียิ่งขึ้น
ฝ่ายกาตาร์เห็นความสำคัญของการพัฒนา AI Application โดยมองว่าจะมีบทบาทเป็น game changer ในอนาคตอันใกล้ พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวถึงจุดเด่นของไทย ซึ่งมีความพร้อมในการเป็น Food stocks ให้กับกาตาร์ โดยฝ่ายกาตาร์ตอบรับด้วยความยินดี …
นายกฯแพทองธารได้กล่าวขอบคุณฝ่ายกาตาร์ที่มีส่วนในการไกล่เกลี่ยให้การปล่อยตัวประกันไทย และขอให้กาตาร์ช่วยเจรจาเพื่อการปล่อยตัวเพิ่มเติม
และในเวลาต่อมา นายกรัฐมนตรีของไทย ได้เข้าเฝ้าฯ เชค ตะมีม บินฮะมัด อาล ษานี (His Highness Sheikh Tamim bin Hamad Al-Thani) เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์
เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์อุทกภัยในประเทศไทย โดยได้กล่าวว่า ไทยและกาตาร์มีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยม (excellent relationship) ระหว่างกัน ชาวกาตาร์เดินทางเยือนไทยจำนวนมาก เนื่องจากไทยมีจุดเด่นด้านท่องเที่ยวเพื่อการรักษาพยาบาล (Health Tourism)
นายกฯไทยยืนยันว่า ไทยพร้อมที่จะริเริ่มความร่วมมือใหม่ๆ กับกาตาร์ ด้านซอฟต์พาวเวอร์ ความร่วมมือด้านบุคลากร เพื่อ up-skill re-skill บุคลากรไทยเพื่อรองรับความสามารถในการแข่งขันต่างๆ
นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ได้หารือทวิภาคีกับ นายเอมอมาลี เราะห์มาน (H.E. Mr. Emomali Rahmon) ปธน.แห่งสาธารณรัฐทาจิกิสถาน โดยผู้นำของทาจิกิสถานชื่นชมนายกฯไทยพร้อมอวยพรให้ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจ ซึ่งไทยและทาจิกิสถานจะเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและจริงใจต่อกัน
ผู้นำทาจิกิสถาน ชื่นชอบประเทศไทยเป็นการส่วนตัว เคยเดินทางมาท่องเที่ยวทะเลที่ภาคใต้ของไทย เพราะเป็นประเทศที่สวยงาม มีอาหาร ผลไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารทะเล เนื่องจากทาจิกิสถานไม่มีทางออกทะเล รวมทั้งผู้คนที่น่าประทับใจ ทำให้เป็นหนึ่งในประเทศที่ชื่นชอบที่สุด ในโอกาสนี้นายกฯได้เชิญให้ผู้นำทาจิกิสถานเดินทางเยือนไทยในเร็ววันนี้
นายกฯแพทองธาร ได้เข้าเฝ้าฯ เชค เศาะบาฮ์ อัลคอลิด อัลฮะมัด อัลมุบาร็อก อัศเศาะบาฮ์ (His Highness Sheikh Sabah Khaled Al-Hamad Al-Sabah) มกุฎราชกุมารและรองเจ้าผู้ครองรัฐคูเวต
มกุฎราชกุมารฯ ฝากความปรารถนาดีไปถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งคูเวตมีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันแล้ว 61 ปี ยังมีโอกาสและช่องทางที่จะขยายความร่วมมือได้มากขึ้น อีกทั้งนักท่องเที่ยวคูเวตชื่นชอบประเทศไทย และมีความสนใจในการเดินทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในไทย คูเวตมีความต้องการแรงงานฝีมือจากไทยเพื่อมาช่วยพัฒนาประเทศ
นายกฯแพทองธาร ยืนยันความร่วมมือด้านสาธารณสุขและไทยพร้อมที่จะเป็น Food Stocks ให้ประเทศคูเวต เพื่อช่วยให้คูเวตต่อสู้กับความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหาร
คูเวตได้กล่าวขอบคุณประเทศไทย ที่ทำให้ประเทศในเอเชีย 35 ประเทศ มาพูดคุยกัน ภายใต้ความร่วมมือ ACD
พ.ศ.2545 เวที ACD ที่เริ่มต้นจากไทย เป็นเวทีอันทรงคุณค่าต่อชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวเอเชีย ทำให้ผู้นำประเทศต่างๆ มาพบ พูดคุย หารือกัน มาจนถึงทุกวันนี้ และจะดำเนินต่อไป
ขอชื่นชมบทบาทผู้นำหญิงของไทย ที่ปรากฏโดดเด่นในจอเรดาร์โลกครับ
พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก

