ความเชื่อมั่นต่อปฏิบัติการ “ดีเอสไอ” ซึ่งรุกต่อวัดพระธรรมกายในเดือนกุมภาพันธ์ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับ 2 ปฏิบัติการในอดีต
ไม่ว่าเมื่อเดือนมิถุนายน ไม่ว่าเมื่อเดือนธันวาคม 2559
เชื่อมั่นเพราะว่าการสนธิกำลังในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 มิได้มีแต่ “ดีเอสไอ” ตรงกันข้าม ยังมี “ตำรวจ” และที่สำคัญยังมี “ทหาร”
แม้ปฏิบัติการของ “ทหาร” จะถือว่าอยู่ “รอบนอก”
แต่ก็มีจุดต่างเป็นอย่างมากจากแผนปฏิบัติการก่อนๆ เพราะว่ามิได้เสมอเป็นเพียง “ผู้สังเกตการณ์” หากแต่เข้ามา “ร่วม” อย่างเต็มกำลัง
เด่นชัดก็คือ กรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์
ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นความมั่นใจอันเห็นได้จากคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 5/2560 ที่ออกมากลางดึกของคืนวันที่ 15 กุมภาพันธ์
เพราะเท่ากับมี “มาตรา 44” มาเป็น “อาวุธ”
ความหมายของ “มาตรา 44” หมายความว่า “เบอร์ 1” ของ คสช.และของรัฐบาลยืนเป็นหลักพิงให้อย่างเต็มพิกัด
แล้วผลเป็นอย่างไร
ผลที่เห็นได้จากวันที่ 16 และจากวันที่ 17 กุมภาพันธ์ คือ กำลังที่นำโดย “ดีเอสไอ” สามารถเหยียบเข้าไปในวัดพระธรรมกายได้
ทะลวงเข้าไปยัง “อาคารดาวดึงส์” ในพื้นที่ 196 ไร่
ทะลวงเข้าไปยัง “อาคาร 100 ปี” ทะลวงเข้าไปยังทางเดินใต้ดินแหล่งประดิษฐ์สร้างน้ำพุอันโอ่อ่าอลังการ
สามารถ “ซีล” อาคารหลายหลังภายในพื้นที่กว่า 2,000 ไร่
แต่สิ่งหนึ่งซึ่งไม่อาจถือได้ว่าสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้คือ การไม่สามารถจับตัว พระเทพญาณมหามุนี มาได้
ผลก็อย่างเดียวกับเมื่อเดือนมิถุนายน และเมื่อเดือนธันวาคม 2559
ผลก็นำไปสู่การกำหนดแผน “ใหม่” จะเข้าค้นพื้นที่ของวัดพระธรรมกายใหม่ในตอนเช้าของวันที่ 23 กุมภาพันธ์
ครานี้ทางด้าน “ธรรมกาย” ไม่ยอม
จากอาการที่ “ธรรมกาย” ไม่ยอมให้ส่งกำลังเข้าไปตรวจค้นภายในวัดอีกนั่นแหละกลับกลายเป็นความมั่นใจ
มั่นใจว่าพระเทพญาณมหามุนีน่าจะอยู่ในวัด
น่าเสียดายที่ความมั่นใจของ “ดีเอสไอ” ครั้งใหม่กลับมิได้สร้างความมั่นใจให้กับกระแสในทางสังคมเหมือนที่เริ่ม “ปฏิบัติการ”
เพราะความล้มเหลวในวันที่ 16-17 กุมภาพันธ์เป็นเหตุ
ยิ่งกว่านั้น ยังเลเพลาดพาดไปสู่บทสรุปอันเป็นสาเหตุแห่งความล้มเหลวรวมแล้วในปฏิบัติการ 3 ครั้งว่ามาจากจุดอ่อนและความบกพร่องเดียวกัน
นั่นก็คือ จุดอ่อนในด้าน “การข่าว”
กลายเป็นว่าการขอ “หมายค้น” ไม่ว่าจะเป็นเมื่อเดือนมิถุนายน ไม่ว่าจะเป็นเมื่อเดือนธันวาคม 2559 ล้วนอยู่บนฐานการข่าวอันไม่แน่นอน
มาถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ก็ยังซ้ำรอยเดิม
การยืนยันจะเข้า “ตรวจค้น” อีกครั้งนับแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา ก็ไม่มีอะไรทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าจะมี “ข้อมูลใหม่”
“จุดอ่อน” นี้มิได้หมายเพียง “ดีเอสไอ”
ตรงกันข้าม หากครอบคลุมไปถึง “การข่าว” ของตำรวจและของทหารอีกด้วย
จากวันที่ 15-28 กุมภาพันธ์ จึงเท่ากับเป็นการคลำไปในความไม่แน่นอนทางด้าน “การข่าว”
แม้จะมีการประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 12/2560 ออกมาก็ยังสะท้อนให้เห็นอาการเบียดขบในเรื่องการประสานและในเรื่องการข่าวอยู่นั่นเอง
“การข่าว” จึงเป็น “จุดอ่อน” ที่ยังแก้ไม่ตก
แม้ว่าจะมี “มาตรา 44” ก็ยังไม่อาจแปรให้เป็น “จุดแข็ง” ได้

