อดีตประธานาธิบดีเพียงคนเดียวที่ได้รับเลือกตั้ง 2 สมัยไม่ติดกันผู้ที่ทรัมป์ปรารถนาที่จะเอาตาม
การทุจริตคอร์รัปชั่นทั้งในแวดวงนิติบัญญัติและแวดวงบริหารของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาภายหลังสงครามกลางเมืองได้แพร่ระบาดอยู่ภายใต้การการปกครองของนักการเมืองกลุ่มบ้านใหญ่ของพรรครีพับลิกันแห่งกรุงนิวยอร์กติดต่อกันเป็นเวลาถึง 16 ปี ภายใต้ประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันถึง 4 คน คือ ประธานาธิบดีคนที่ 18 ถึงประธานาธิบดีคนที่ 21 ดังนั้น เมื่อมีบุคคลผู้มีอุดมการณ์ต่อต้านคอร์รัปชั่นที่แข็งขันแห่งพรรคเดโมแครตผู้ได้พิสูจน์ตนเองจากการเป็นนักการเมืองท้องถิ่นในมลรัฐนิวยอร์กและไต่เต้าขึ้นเป็นนายกเทศมนตรีเมืองบัฟฟาโลและผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก 2 สมัยที่มีผลงานต่อสู้กับกลุ่มนักการเมืองบ้านใหญ่แห่งกรุงนิวยอร์กมาแล้วอย่างโชกโชน ชื่อ นายสตีเฟน โกรเวอร์ คลีฟแลนด์ จึงได้สมัครเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตเพื่อชิงชัยในตำแหน่งประธานาธิบดีใน พ.ศ.2427 เขาจึงได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนที่ 22 อย่างล้นหลาม
ในประวัติศาสตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีอายุร่วม 248 ปี มีประธานาธิบดี 45 คน โดยมีประธานาธิบดีจากพรรคการเมืองต่างๆ ดังนี้
1.ประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน 19 คน
2.ประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต 15 คน
3.ประธานาธิบดีจากพรรคเดโมเครติก-รีพับลิกัน 4 คน
4.ประธานาธิบดีจากพรรควิค 4 คน
5.ประธานาธิบดีจากพรรคเฟเดอรัลลิสต์ 1 คน (จอห์น แอดัมส์)
6.ประธานาธิบดีจากพรรคเนชั่นแนล ยูเนี่ยน 1 คน (แอนดรูว์ จอห์นสัน)
7.ประธานาธิบดีที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองใดเลย 1 คน (จอร์จ วอชิงตัน)
ในประวัติศาสตร์มีประธานาธิบดีเพียงคนเดียวที่ได้รับเลือกตั้งถึง 2 สมัย แต่ไม่ติดต่อกันโดยมีการเว้นวรรคไป 4 ปี ชื่อ นายสตีเฟน โกรเวอร์ คลีฟแลนด์ เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาคนที่ 22 และ 24 และเป็นประธานาธิบดีคนเดียวที่ดำรงตำแหน่งใน 2 วาระไม่ติดต่อกัน (พ.ศ.2428-2432 และ พ.ศ.2438-2440) โดยชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีรวม 2 ครั้ง คือในปี พ.ศ.2428 และ พ.ศ.2438 แต่พ่ายแพ้การเลือกตั้งจากคะแนนเสียงของคณะผู้เลือกตั้งในปี พ.ศ.2431 แต่ชนะคะแนนเสียงจากประชาชนทั่วประเทศ โดยนายสตีเฟน โกรเวอร์ คลีฟแลนด์ เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตเพียงคนเดียวที่ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีในยุคที่รีพับลิกันครอบครองการเมืองอย่างยาวนานระหว่าง พ.ศ.2403 ถึง พ.ศ.2455 คือในช่วงหลังสงครามกลางเมืองที่พรรคเดโมแครตส่วนใหญ่อยู่ทางภาคใต้เป็นผู้แพ้สงครามกลางเมืองต่อพรรครีพับลิกันซึ่งส่วนใหญ่อยู่ทางภาคเหนือของสหรัฐอเมริกานั่นเอง
สตีเฟน โกรเวอร์ คลีฟแลนด์ เกิดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2380 เป็นบุตรคนที่ 5 จากจำนวนพี่น้องทั้งหมด 9 คน ของนักบวชโปรเตสแตนต์ที่มีฐานะไม่ค่อยดีเท่าไรนักเมื่อบิดาเสียชีวิตลง สตีเฟน โกรเวอร์ คลีฟแลนด์ ต้องออกจากโรงเรียนมาทำงานหาเลี้ยงครอบครัวแต่เขาก็สามารถดูหนังสือสอบผ่านได้ตั๋วทนายความของมลรัฐนิวยอร์กและสร้างความมั่งคั่งจากการเป็นทนายความได้จึงหันมาเล่นการเมืองจนกระทั่งได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองบัฟฟาโล มลรัฐนิวยอร์ก ซึ่งเขาได้สร้างชื่อเสียงในการปราบคอร์รัปชั่นจนได้รับเลือกเป็นผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก และจากชื่อเสียงในความซื่อสัตย์นี่เองที่ทำให้เขาได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาใน พ.ศ.2428 และเขาเป็นประธานาธิบดีคนแรกและคนเดียวที่แต่งงานในทำเนียบขาว ขณะที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในขณะที่เขามีอายุ 49 ปี ในขณะที่เจ้าสาวมีอายุ 21 ปี ปรากฏว่าเขามีบุตร 5 คน กับภริยาแต่งและมีบุตรชายนอกสมรสอีกคนหนึ่ง
เนื่องจากเขาไม่ชอบชื่อแรกของเขาจึงใช้ชื่อกลางของเขา ดังนั้น สตีเฟน โกรเวอร์ คลีฟแลนด์ จึงเป็นที่รู้จักในนามโกรเวอร์ คลีฟแลนด์ (กรณีแบบนี้มีเยอะครับ ผู้เขียนเองก็รู้จักคนประเภทนี้หลายคนทีเดียว) ในฐานะที่เป็นประธานาธิบดีโกรเวอร์ คลีฟแลนด์ บริหารงานโดยความซื่อสัตย์สุจริตและมีอุดมการทางเศรษฐกิจยึดมั่นกับระบบเสรีนิยม โกรเวอร์ คลีฟแลนด์ ต่อต้านลัทธิประชานิยม (populism) อย่างแข็งขันทำให้เขาต้องพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในสมัยที่ 2 โดยแพ้คู่แข่งจากพรรครีพับลิกันจากคณะผู้เลือกตั้งด้วยคะแนน 233-168 คะแนน แต่คลีฟแลนด์ชนะคะแนนเสียงจากประชาชนทั่วประเทศ 48.6-47.8% เนื่องจากมีพรรคป๊อปพิวลิสม์ที่เป็นพรรคที่สามที่แย่งคะแนนไปบ้าง
คลีฟแลนด์ประกาศว่า อีก 4 ปีเขาจะกลับมาแก้มืออีกครั้งและเขาก็สามารถทำได้โดยชนะคู่แข่งจากพรรครีพับลิกันคนเดิมคือประธานาธิบดีเบนจามิน แฮริสัน โดยเด็ดขาด จึงเป็นประวัติศาสตร์ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ มีท่าทีจะพยายามทำให้สำเร็จเป็นคนที่สองต่อไปนั่นเอง
ครับ! เพียงแต่ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ มิได้มีคุณสมบัติเหมือนกับประธานาธิบดีโกรเวอร์ คลีฟแลนด์ เลยแม้แต่ประการเดียว
โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

