หน้าแรก คอลัมนิสต์ รัฐนาวา โดย ป...

รัฐนาวา โดย ปราบต์ บุนปาน

6.03.17 | 15:15 น.
ศาสตราจารย์ธีรยุทธ บุญมี

ชุดคำอุปมาเปรียบเทียบจากการแถลงข่าว ”วิเคราะห์ทิศทางอนาคตการเมืองไทย ภายใต้การบริหารของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)Ž” โดย “ศาสตราจารย์ธีรยุทธ บุญมี”Ž ที่สื่อมวลชนหยิบยกมานำเสนอกันค่อนข้างเยอะ

คือ “ยุทธ์เรือโยง ป้อมเรือพ่วง”Ž ที่อาจลากจูงกันไปอย่างทุลักทุเลมากขึ้น จนอาจจะเกยหาดหรือติดเกาะแก่งได้ ถ้าฝืนอยู่ในอำนาจเกินโรดแมป

ขณะที่การปฏิรูปประเทศในระดับโครงสร้างโดย “เรือแป๊ะกับแม่น้ำ 5 สาย”Ž ก็ยังมีลักษณะพายวนอยู่ในอ่าง

สิ่งที่น่าคิดต่อ ก็คือ “เรือ”Ž หรือ “รัฐนาวา”Ž ในชุดคำอุปมาดังกล่าว นั้นเป็นเรือลำเล็ก/ยานพาหนะส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง/กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือเป็นเรือที่บรรทุกผู้โดยสารร่วมชะตากรรมเอาไว้มากมายหลายสิบล้านราย?

เพราะแม้บางส่วนในถ้อยแถลงของอาจารย์ธีรยุทธจะเสนอให้ คสช. จัดวางยุทธศาสตร์ที่เปิดโอกาสให้ภาคสังคม-ประชาชน เข้ามามีสิทธิอำนาจควบคู่กับความรับผิดชอบมากขึ้น เพื่อถ่วงดุลกับภาคการเมือง

Advertisement

อีกทั้งยังมองว่าการปฏิรูปจะสำเร็จได้ ต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม และต้องขยายอำนาจให้ประชาชนมาช่วยค้ำจุน

แต่อีกด้านหนึ่ง อาจารย์ธีรยุทธก็เห็นว่าในขณะที่ คสช. มีอำนาจพิเศษ ก็ควรใช้ให้ดีและเกิดประโยชน์สูงสุด เพราะต้องยอมรับว่าคนไทยมีลักษณะยอมรับอำนาจนิยม แต่ผู้มีอำนาจก็ต้องใช้อำนาจอย่างถูกต้อง

รวมถึงแสดงความกังวลว่าหลังรัฐบาล คสช. หมดอำนาจ ปัญหาที่มีแก้ไขหรือจัดระเบียบไปแล้ว 60-70 เปอร์เซ็นต์ จะย้อนกลับมาเหมือนเดิม

การแถลงข่าวครั้งล่าสุดของอาจารย์ธีรยุทธ ทำให้หวนนึกไปถึงคำบรรยายสาธารณะเมื่อราวห้าปีก่อนของ ศาสตราจารย์เกษียร เตชะพีระ ซึ่งมีเนื้อหาส่วนหนึ่งกล่าวถึงลักษณะความคิดว่าด้วย ”รัฐนาวา”Ž ที่แตกต่างกันในสังคมการเมืองไทย

ความคิดแบบหนึ่ง คือการมองว่าประชาชนมีสถานะประหนึ่ง “ฝีพาย”Ž ที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของ “นายท้ายเรือ”Ž โดยเคร่งครัด และที่สำคัญกว่านั้น ”ฝีพาย”Ž ไม่ควรวิพากษ์วิจารณ์หรือพูดจาโต้เถียงกับผู้บังคับบัญชาอย่าง นายท้ายเรือŽ

ความคิดอีกแบบ คือการมองว่าประชาชนที่ผ่านประสบการณ์และการเรียนรู้เรื่องการเมืองการปกครองมาชั่วระยะหนึ่ง นั้นย่อมมีศักยภาพในการเป็น “คนนำเรือ”Ž หรือ ”ผู้ถือหางเสือเรือŽ” ด้วยตนเองได้

สำหรับอาจารย์เกษียร ”รัฐนาวา”Ž สองแบบจึงสื่อให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางอำนาจสองชนิด ซึ่งแตกต่างกันโดยชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ข้อหนึ่งที่มิอาจปฏิเสธได้ คือ หากเปรียบประเทศชาติเป็น “รัฐนาวา”Ž ประชาชนทั้งหมดย่อมต้องโดยสารอยู่บนเรือลำดังกล่าว

ถ้าเรือพายวน ประชาชนก็เสียเวลา

ถ้าเรือเกยหาด ติดเกาะแก่ง หรือจมลงสู่ก้นมหาสมุทร ประชาชนก็ต้องประสบหายนภัยตามไปพร้อมๆ กันด้วย อย่างมิอาจหลีกเลี่ยง และแน่นอน คนส่วนใหญ่คงกระโดดหนีไม่ทัน

คำถามเดิมๆ ที่ย้อนมา ก็คือ สุดท้ายแล้ว เราอยากให้ประชาชน ทำหน้าที่Ž แบบไหนบนเรือลำนี้?

คำตอบแต่ละแบบย่อมมีส่วนกำหนด จุดหมายปลายทางŽ ของเรือที่ผิดแผกกัน และอาจรับประกัน เสถียรภาพ/ความปลอดภัยŽ ของ รัฐนาวาŽ ในระดับที่แตกต่างกันด้วย