ชุดคำอุปมาเปรียบเทียบจากการแถลงข่าว ”วิเคราะห์ทิศทางอนาคตการเมืองไทย ภายใต้การบริหารของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)” โดย “ศาสตราจารย์ธีรยุทธ บุญมี” ที่สื่อมวลชนหยิบยกมานำเสนอกันค่อนข้างเยอะ
คือ “ยุทธ์เรือโยง ป้อมเรือพ่วง” ที่อาจลากจูงกันไปอย่างทุลักทุเลมากขึ้น จนอาจจะเกยหาดหรือติดเกาะแก่งได้ ถ้าฝืนอยู่ในอำนาจเกินโรดแมป
ขณะที่การปฏิรูปประเทศในระดับโครงสร้างโดย “เรือแป๊ะกับแม่น้ำ 5 สาย” ก็ยังมีลักษณะพายวนอยู่ในอ่าง
สิ่งที่น่าคิดต่อ ก็คือ “เรือ” หรือ “รัฐนาวา” ในชุดคำอุปมาดังกล่าว นั้นเป็นเรือลำเล็ก/ยานพาหนะส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง/กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือเป็นเรือที่บรรทุกผู้โดยสารร่วมชะตากรรมเอาไว้มากมายหลายสิบล้านราย?
เพราะแม้บางส่วนในถ้อยแถลงของอาจารย์ธีรยุทธจะเสนอให้ คสช. จัดวางยุทธศาสตร์ที่เปิดโอกาสให้ภาคสังคม-ประชาชน เข้ามามีสิทธิอำนาจควบคู่กับความรับผิดชอบมากขึ้น เพื่อถ่วงดุลกับภาคการเมือง
อีกทั้งยังมองว่าการปฏิรูปจะสำเร็จได้ ต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม และต้องขยายอำนาจให้ประชาชนมาช่วยค้ำจุน
แต่อีกด้านหนึ่ง อาจารย์ธีรยุทธก็เห็นว่าในขณะที่ คสช. มีอำนาจพิเศษ ก็ควรใช้ให้ดีและเกิดประโยชน์สูงสุด เพราะต้องยอมรับว่าคนไทยมีลักษณะยอมรับอำนาจนิยม แต่ผู้มีอำนาจก็ต้องใช้อำนาจอย่างถูกต้อง
รวมถึงแสดงความกังวลว่าหลังรัฐบาล คสช. หมดอำนาจ ปัญหาที่มีแก้ไขหรือจัดระเบียบไปแล้ว 60-70 เปอร์เซ็นต์ จะย้อนกลับมาเหมือนเดิม
การแถลงข่าวครั้งล่าสุดของอาจารย์ธีรยุทธ ทำให้หวนนึกไปถึงคำบรรยายสาธารณะเมื่อราวห้าปีก่อนของ ศาสตราจารย์เกษียร เตชะพีระ ซึ่งมีเนื้อหาส่วนหนึ่งกล่าวถึงลักษณะความคิดว่าด้วย ”รัฐนาวา” ที่แตกต่างกันในสังคมการเมืองไทย
ความคิดแบบหนึ่ง คือการมองว่าประชาชนมีสถานะประหนึ่ง “ฝีพาย” ที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของ “นายท้ายเรือ” โดยเคร่งครัด และที่สำคัญกว่านั้น ”ฝีพาย” ไม่ควรวิพากษ์วิจารณ์หรือพูดจาโต้เถียงกับผู้บังคับบัญชาอย่าง นายท้ายเรือ
ความคิดอีกแบบ คือการมองว่าประชาชนที่ผ่านประสบการณ์และการเรียนรู้เรื่องการเมืองการปกครองมาชั่วระยะหนึ่ง นั้นย่อมมีศักยภาพในการเป็น “คนนำเรือ” หรือ ”ผู้ถือหางเสือเรือ” ด้วยตนเองได้
สำหรับอาจารย์เกษียร ”รัฐนาวา” สองแบบจึงสื่อให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางอำนาจสองชนิด ซึ่งแตกต่างกันโดยชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ข้อหนึ่งที่มิอาจปฏิเสธได้ คือ หากเปรียบประเทศชาติเป็น “รัฐนาวา” ประชาชนทั้งหมดย่อมต้องโดยสารอยู่บนเรือลำดังกล่าว
ถ้าเรือพายวน ประชาชนก็เสียเวลา
ถ้าเรือเกยหาด ติดเกาะแก่ง หรือจมลงสู่ก้นมหาสมุทร ประชาชนก็ต้องประสบหายนภัยตามไปพร้อมๆ กันด้วย อย่างมิอาจหลีกเลี่ยง และแน่นอน คนส่วนใหญ่คงกระโดดหนีไม่ทัน
คำถามเดิมๆ ที่ย้อนมา ก็คือ สุดท้ายแล้ว เราอยากให้ประชาชน ทำหน้าที่ แบบไหนบนเรือลำนี้?
คำตอบแต่ละแบบย่อมมีส่วนกำหนด จุดหมายปลายทาง ของเรือที่ผิดแผกกัน และอาจรับประกัน เสถียรภาพ/ความปลอดภัย ของ รัฐนาวา ในระดับที่แตกต่างกันด้วย

