หน้าแรก คอลัมนิสต์ สะพานแห่งกาลเ...

สะพานแห่งกาลเวลา : กำเนิดล้อและเพลา

28.10.24 | 12:30 น.
(ภาพ-Columbia University)

กวิทยาศาสตร์ทั่วโลกยอมรับกันว่า นวัตกรรม หรือสิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของโลกก็คือ ล้อ และเพลา บางคนถึงกับระบุว่า ล้อและเพลานั้นถือเป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงโลกเลยก็ว่าได้

ยิ่งใหญ่ขนาดที่สามารถคงอยู่ควบคู่กับสังคมโลกมาทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่โบราณกาลเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เราก็ยังนำเอาหลักการและเทคโนโลยีว่าด้วยล้อและเพลามาใช้กันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพียงแค่มองออกไปบนท้องถนน เราก็จะเห็นได้โดยพลัน ในรถยนต์ รถไฟ ฯลฯ

คำถามก็คือ แล้วใครเล่าคือผู้ให้กำเนิดล้อและเพลา ให้กำเนิดอย่างไร เมื่อใด และมีพัฒนาการมาอย่างไรกันแน่

คำตอบของคำถามเหล่านี้ไม่มีที่ชัดเจน มีแต่ที่เป็นสมมุติฐานตั้งเป็นทฤษฎีเอาไว้ ที่โด่งดังมากและคงอยู่มายาวนานก็คือทฤษฎีที่ว่า ล้อ เกิดขึ้นครั้งแรกในดินแดนเมโสโปเตเมีย โดยอาจเป็นผลงานของชนชาวสุเมเรียน เมื่อประมาณ 4,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช แล้วก็ไม่ได้เป็น “ล้อ” อย่างที่เราเข้าใจกัน แต่อยู่ในรูปของ “แท่นหมุน” สำหรับปั้นหม้อ ปั้นเครื่องปั้นดินเผาในยุคนั้น

เราคงจะเชื่อกันอย่างนั้นต่อไปอีกนานไม่น้อยถ้าหากไม่มีงานวิจัยของ ริชาร์ด บุลเลียต ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยโคลัมเบียและพวก ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่ผ่านวารสาร Royal Society Open Science. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

Advertisement

งานศึกษาวิจัยดังกล่าวระบุว่า คนงานเหมืองทองแดงโบราณแห่งเทือกเขาคาพาเธียนต่างหากที่เป็นผู้คิดค้นล้อและเพลาขึ้น เพราะความจำเป็นต้องใช้มันสำหรับขนย้ายแร่ดิบจากเหมืองที่ทั้งแคบและลึกเข้าไปในภูเขาออกมาสู่โลกภายนอก

ตามรายงานผลการวิจัย ชาวเหมืองแห่งคาพาเธียนเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการนำเอาท่อนไม้ที่มีลักษณะกลมสักหน่อย ริดกิ่งก้านสาขาออกให้หมด มารองไว้ใต้หีบ หรือกล่องใส่แร่ดิบ เพื่อให้มันขยับได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้นกว่าเดิม

จากนั้นก็จะเริ่มวิวัฒนาการเล็กๆ อีกขั้น กล่าวคือ มีการเซาะร่องบริเวณแกนไม้เพื่อป้องกันไม่ให้กล่อง หรือหีบใส่แร่ดิบที่ขุดได้หลุดออกจากฐาน สร้างความโกลาหล หรือไม่ก็เกิดความเสียหายขึ้นตามมา

หลังจากนั้นบริเวณส่วนปลายของแกนทั้งสองด้านถูกขยายให้ใหญ่ขึ้น กลมขึ้น เพราะช่วยให้ขยับได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมและได้ระยะทางมากขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่ส่วนปลายแกนทั้งสองจะวิวัฒนาการมากลายเป็นล้อ ส่วนแกนกลายเป็นเพลา เต็มรูปแบบในที่สุด

บุลเลียตประมาณว่า พัฒนาการของเทคโนโลยีล้อและเพลาดังกล่าวนี้ น่าจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 500 ปี

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ประวัติศาสตร์ของล้อและเพลาที่ว่านี้แตกต่างจากความเชื่อที่เป็นที่นิยมกันทั่วไปว่าเทคโนโลยีอย่างใดอย่างหนึ่งมักเกิดขึ้นจากความคิด หรือจินตนาการของใครคนใดสักคนที่จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นมันขึ้นมาในที่สุด

แต่เทคโนโลยีบางอย่าง หรือบางทีอาจจะหลายอย่างด้วยซ้ำที่ไม่มีจุดกำเนิดที่ชัดเจน ไม่มีคนคิดค้นเริ่มต้นที่แน่ชัด แต่เป็นองค์ความรู้โดยรวมของชุมชน ของเผ่า ของเมือง ที่ค่อยๆ พัฒนาการไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นเทคโนโลยีที่ถึงขีดสุด

กรณีของล้อและเพลาก็คือหนึ่งในเทคโนโลยีเหล่านี้ ซึ่งมีเพียงแค่การใช้วิทยาการการออกแบบ และกลไกด้านคอมพิวเตอร์เข้าร่วมในการศึกษาวิจัยอย่างถี่ถ้วน จึงสามารถสร้างความเชื่อมโยงระหว่างโครงสร้างและหน้าที่ในเชิงวิศวกรรมจากยุคโบราณ จำกัดข้อดีและข้อเสียของระบบให้แคบลง

เมื่อนำมาผสมผสานกับวิธีการศึกษาวิจัยเชิงโบราณคดีแบบดั้งเดิมเราก็สามารถสร้างภาพให้เห็นได้ชัดเจนว่าเทคโนโลยีหนึ่งๆ นั้นบังเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติได้อย่างไร แม้กระทั่งเมื่อไม่มีหลักฐานอะไรบ่งชี้ถึงการรังสรรค์มันขึ้นมาโดยตรงก็ตามที

การคิดค้นล้อและเพลา เป็นเพียงหนึ่งในความลึกลับของประวัติศาสตร์ที่ถูกเปิดเผยออกมาด้วยวิธีการศึกษาวิจัยแบบนี้ วิธีการทำนองเดียวกันอาจช่วยให้เราสามารถเข้าใจประวัติศาสตร์ได้กระจ่างชัดมากขึ้น

โดยที่ยังคงมีความลึกลับในประวัติศาสตร์อีกหลายต่อหลายเรื่องรอคอยเราอยู่ในอนาคต

ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์