หน้าแรก คอลัมนิสต์ อ่าน สถานการณ...

อ่าน สถานการณ์ ‘บูชาข้าว’ ตลาดกลาง แนวโน้ม ‘ยาว’

7.03.17 | 12:55 น.

เห็นภาพผู้คนที่หลั่งไหลกันเข้าร่วมงาน “บูชาข้าว” บริเวณตลาดกลาง คลองหลวง เช้าวันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม แล้วตอบได้เลยว่า

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็น “เรื่องยาว”

ไม่ว่าจะเรียกว่า “กัลยาณมิตร” ไม่ว่าจะเรียกว่า “คณะศิษยานุศิษย์” ต่างมาด้วยความศรัทธาเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม

ยากเป็นอย่างยิ่งจะสกัดกั้น

จากจำนวน “เรือนร้อย” ในการนับของ “ดีเอสไอ” น่าจะทะยานผ่าน “เรือนพัน” ไปเหยียบที่ “เรือนหมื่น”

Advertisement

และทำท่าว่าจะกลายเป็น “หลายหมื่น”

ถามว่าการออก “หมายเรียก” บรรดา “พระภิกษุ” ซึ่งประเมินว่าเป็นแกนนำมีผลสะเทือนหรือไม่ ถามว่าการเชิญตัว “พลเรือน” ที่มีบทบาทตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ เข้า “บก.ตชด.ภ.1” มีผลสะเทือนหรือไม่

ตอบได้ว่า มี

กระนั้น หากถามต่อว่าพวกเขา “กลัว” หรือไม่ ทำให้การเดินทางมายังตลาดกลาง คลองหลวงยุติลงหรือไม่

ตอบได้เลยว่า ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น

 

เด่นชัดอย่างยิ่งว่า ประกาศและคำสั่งอันมาจากเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีที่ดีเอสไอและทหารนำมาติดไว้ในพื้นที่คลองหลวงอาจสกัดได้

แต่น่าจะสกัดได้เฉพาะ พระภิกษุและสามเณร

นั่นหมายถึง พระภิกษุ สามเณร ซึ่งมิได้สังกัดวัดพระธรรมกาย หากมาจากวัดอื่น แต่ถามว่าจะสามารถสกัด “ฆราวาส” ได้หรือไม่

ยังน่าสงสัย

เพราะว่ากิจกรรม “บูชาข้าว” ที่ปฏิบัติร่วมกันในตอนเช้าของวันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม พวกเขามิได้ถือว่าเป็นการชุมนุม หากเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติธรรม

ทำกันเป็นปกติต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี

เพียงแต่ในกาลก่อนเป็นการกระทำในพื้นที่ของวัดพระธรรมกาย แต่ในวันที่ 5 มีนาคมกระทำกันนอกวัดพระธรรมกาย

เป็นเรื่องในทาง “ศาสนา” มิได้เป็นเรื่องในทาง “การเมือง”

 

ความพยายามของ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับความพยายามของ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ในการดึง “พศ.” กับ “มส.” มาแสดงบทบาท

เห็นได้จากผู้ตรวจการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีบทบาทร่วมกับเจ้าคณะอำเภอเจ้าคณะตำบล และรวมถึงพระวินยาธิการ

แต่ถามว่าได้ผลหรือไม่

หากได้ผลคงสามารถยุติการชุมนุมในพื้นที่ตลาดกลาง คลองหลวง ได้ตั้งแต่เริ่มขึ้นในตอนบ่ายของวันที่ 23 กุมภาพันธ์ คงไม่ยืดเยื้อมาถึงเดือนมีนาคม

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น “พศ.” และ “มส.” จะแสดงบทบาทได้มากแค่ไหนตราบใดที่พื้นที่โดยรอบวัดพระธรรมกายเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจ ทหารในเครื่องแบบ

“ด่าน” จำนวนมากมายต่างหากคือ “ด้านหลัก”

และเมื่อสภาพได้ผ่านเลยไปไกลกระทั่งมีการออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 5/2560 พร้อมกับอำนาจของ “มาตรา 44” แล้ว การขยับขับเคลื่อนของ “พศ.” และ “มส.” ก็เสมอเป็นเพียงใบเฟิร์นประดับแจกันเท่านั้น

เหล่านี้ล้วนอยู่ในสายตาของ “คณะศิษยานุศิษย์”

 

นับแต่มีการใช้ “มาตรา 44” ต่อกรณีธรรมกายเมื่อคืนวันที่ 15 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา

มีการตายภายใต้สถานการณ์นี้แล้ว 2 ศพ ทั้งนี้ได้รับผลสะเทือน และที่อึดอัดคับข้องใจออกมากระทำอัตวินิบาตกรรมต่อ “มาตรา 44” โดยตรง

ไม่มีใครคาดหมายได้ว่าจะมี “อะไร” เกิดขึ้นอีกในสัปดาห์ที่ 3 นี้