
Thailand Winter Festivals 2024 กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ถ้ามีประสิทธิภาพระดับสากล ต้องมีข้อมูลทางวิชาการสนับสนุน พร้อมกิจกรรมอธิบายความหมายของประเพณีพิธีกรรมแล้วแบ่งปันเผยแพร่สู่สาธารณะอย่างกว้างขวางผ่านสื่อโซเชียล (โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องลอยกระทง)
แต่ไม่ใช่เป็นเจ้ากี้เจ้าการจัดเฟสติวัลนั้นๆ ถ้ารัฐบาลให้ วธ. ทำอย่างนั้นก็เจ๊ง (ไม่มีเจ๊า)
รัฐบาลไทยให้ข้าราชการ วธ. ทำการตลาดสินค้าพื้นเมือง ตามที่ต้องการผลักดัน วธ. เป็นกระทรวงทาง “สังคมกึ่งเศรษฐกิจ” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และพัฒนาให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยการใช้อัตลักษณ์พื้นถิ่นทุนทางวัฒนธรรม มรดกภูมิปัญญามาสร้างมูลค่าเพิ่ม และนำมาพัฒนาให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
เรื่องนี้น่าจะเข้าใจคลาดเคลื่อนมากๆ เพราะข้าราชการ วธ. ถูกเทรนเป็นเจ้าขุนมูลนายทางวัฒนธรรม ไม่ได้ถูกเทรนให้มีประสบการณ์ทางการขายหรือการตลาด (เหมือนกระทรวงพาณิชย์ หรือกระทรวงการคลัง?)
หลักฐานประวัติศาสตร์ทั้งไกลและใกล้ ยืนยันว่าข้าราชการเจ้าขุนมูลนายทางวัฒนธรรมบริหารจัดการเกี่ยวกับการขายการตลาดสมัยใหม่ผิดพลาด ทั้งๆ เป็นการค้า “ผูกขาด” ด้วยระบบสัมปทานอย่างน้อยตั้งแต่สมัย ร.5 ลงมา
สมัยปัจจุบันงานของข้าราชการเจ้าขุนมูลนายทางวัฒนธรรมดูจาก “ถนนวัฒนธรรม” ทั่วประเทศ ซึ่งเหลือแต่ซาก บางแห่งซากก็ไม่เหลือ แม้พยายามทำ “ตลาดทางวัฒนธรรม” ก็เป็นผักชีโรยหน้ามากกว่าได้ผลทางเศรษฐกิจจริงๆ แต่เป็นสิ่งที่ “นาย” ชอบ เพราะ “หาเสียง” ได้
วัฒนธรรมเป็นทรัพยากรทางเศรษฐกิจอยู่แล้วโดยอัตโนมัติ เพียงแต่บริหารจัดการสำเร็จ-ล้มเหลวมากน้อยอย่างไร? ขนาดไหน? ซึ่งสังคมตะวันตกผู้เป็นต้นแบบได้วางรากฐานเรื่องนี้ผ่านการจัดแสดงและกิจกรรมความรู้ในมิวเซียมซึ่งมีจำนวนมากและหลากหลาย
มิวเซียม ทางสากลมีความหมายดังนี้ (1.) แหล่งเรียนรู้ตามอัธยาศัยตลอดชีวิต
(2.) สถานที่เก็บรวบรวมหลักฐานประวัติศาสตร์ สังคม-วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ-การเมือง (3.) พื้นที่มีพลังสร้างสรรค์ด้านต่างๆ จากข้อมูลที่จัดแสดง และจากกิจกรรมสม่ำเสมอ (4.) จุดนัดพบการท่องเที่ยว
มิวเซียมที่บอกมานี้มีมากในทุกประเทศที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทั้งทางตะวันตก และมีในบางประเทศทางตะวันออก ได้แก่ ญี่ปุ่น, เกาหลี, ไต้หวัน, สิงคโปร์ (น่าสังเกตว่าเป็นกลุ่มนับถือพุทธมหายาน หรือเอียงไปทางมหายาน) ซึ่งล้วนมีเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และใช้มิวเซียมเป็นรากฐานกระตุ้นพลังสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจเสมอมาและต่อไปไม่สิ้นสุด
ในไทยยังไม่มี “มิวเซียม” อย่างนี้ ( “มิวเซียมสยาม” ตั้งต้นเป็นลำไม้ไผ่ แต่เหลาลงไปเป็นอย่างอื่น) ดังนั้นในทางที่ถูกที่ควรแล้ว รัฐบาลควรบริหารจัดการ วธ. ดังนี้
1.ผลักดัน วธ. ทำหน้าที่ทางวัฒนธรรมตามความหมายสากล (เพราะขณะนี้อยู่ห่างไกล)
2.วัฒนธรรมตามความหมายสากลเป็นเรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์กับธรรมชาติ และมนุษย์กับอำนาจเหนือธรรมชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับคนทุกระดับและทุกชาติพันธุ์ ทั้งสังคมและเศรษฐกิจ-การเมือง
3.ความเป็นคนมาก่อนความเป็นไทย ความเป็นคนในไทย (ทั้งไทยและไม่ไทย) เกี่ยวข้องวิถีชีวิตประจำวันตั้งแต่ทำไร่ไถนา, ข้าวปลาอาหาร, เสื้อผ้าอาภรณ์, บ้านเรือนที่อยู่อาศัย, กิน-ขี้-ปี้-นอน ฯลฯ
เหล่านี้คือข้อมูลพื้นฐานที่เป็นพลังสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจ, การเมือง ใช้กระตุ้นสังคมผ่านการศึกษาทั้งในระบบโรงเรียน และตามอัธยาศัย ตลอดชีวิตผ่านการจัดแสดงและกิจกรรม (อีเวนต์) ในมิวเซียม ซึ่งต้องสั่งสมยาวนาน
มิวเซียมกับพิพิธภัณฑ์ในที่นี้ไม่เหมือนกัน
“พิพิธภัณฑ์” ของกระทรวงวัฒนธรรม ไม่ตอบสนองความต้องการของสังคมโดยรวม แต่ตอบสนองชนชั้นนำไทยที่เลื่อมใสเจ้าอาณานิคม (ซึ่งมีหยิบมือเดียว)
ดังนั้นคำว่า “พิพิธภัณฑ์” สื่อถึงการจัดแสดงศิลปวัตถุทางศาสนา ที่ไม่สนองความเป็นไปแท้จริงของสังคมร่วมสมัย ได้แก่ เศียรพระ, องค์พระ, แขนพระ, ขาพระ, พระพุทธบาท, และศิวลึงค์ ของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
พิพิธภัณฑ์ คำนี้มีที่มาอย่างสรุปสั้นที่สุด ดังนี้ (1.) เริ่มแรกถอดจากคำภาษาอังกฤษว่า EXHIBITION และ (2.) ต่อมาถูกใช้ในความหมายเดียวกับ MUSEUM
คำว่าพิพิธภัณฑ์ปัจจุบัน หมายถึง สถานที่เก็บรวบรวมของเก่าประเภทศิลปวัตถุ, โบราณวัตถุ และจัดแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ศิลปะ ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในความดูแลของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งมีกระจายทั่วประเทศ (แต่ไม่ทุกจังหวัด) จัดแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ “ศิลปะในประเทศไทย” เท่านั้น ซึ่งเน้นศิลปกรรมทางศาสนา ทั้งศาสนาพุทธ และศาสนาพราหมณ์-ฮินดู (ไม่เน้นศาสนาอื่น และไม่มีศาสนาผี)
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของกระทรวงวัฒนธรรม ไม่จัดแสดงประวัติศาสตร์ไทย ทั้งทางสังคมกับเศรษฐกิจ-การเมือง จึงไม่มีประวัติศาสตร์หรือความเป็นมาของเรื่องราวที่ผลักดันพลังสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจ เช่น
คนไทย-ชาวสยาม เป็นใคร? มาจากไหน? ข้าวปลาอาหารในไทยเป็นยังไง? เสื้อผ้าอาภรณ์มียังไง? บ้านเรือนที่อยู่อาศัยมายังไง? กิน-ขี้-ปี้-นอน แบบไหน? ร้องรำทำเพลง หรือนาฏศิลป์และดนตรีไทยเดิมมาจากไหน? เพลงไทยสากล ต้นกำเนิดเพลงลูกทุ่งมายังไง? หนังตะลุง, หนังใหญ่ คืออะไร? ภาพยนตร์ไทยมีกำเนิดเมื่อไร? หมอลำซิ่งโกอินเตอร์ได้ยังไง? ฯลฯ
ถ้าพิพิธภัณฑ์ไทยจัดแสดงตามแนวทางสากลโลก สังคมไทยจะไม่ขาดแคลนความคิดสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจและสังคม แล้วไม่ต้องเคี่ยวเข็ญเจ้าขุนมูลนาย วธ. ไปตำน้ำพริกละลายแม่น้ำทำตลาดทางวัฒนธรรมด้วยการขายผักชีโรยหน้า
