เข้ารหัสลับ โดย ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

AFP

ประเด็นน่าสนใจช่วงนี้แม้เกิดขึ้นไกลในอเมริกา แต่ก็คล้ายเป็นเรื่องใกล้ตัวเหล่าผู้ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน คือการแสดงจุดยืนของบริษัทแอปเปิล เจ้าของกิจการไอโฟน ไม่ยอมเปิดทางให้หน่วยสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา หรือเอฟบีไอ เข้ารหัสลับของเครื่องไอโฟนผู้ก่อการร้าย

ต่อให้เป็นโทรศัพท์ของผู้ร้าย แต่การเข้ารหัสลับโดยบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของถือว่าขัดต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยของลูกค้าของบริษัท ดังนั้น ต่อให้เอฟบีไอไปขอคำสั่งศาลมาแล้ว แอปเปิลก็ยังจะอุทธรณ์คำสั่งนี้ต่อ

กรณีนี้บรรดาผู้บริหารธุรกิจการสื่อสารขนาดใหญ่ ไม่ว่า กูเกิล เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ต่างก็เข้าข้าง ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอปเปิล ว่าทำถูกแล้วที่ต้องปกป้องหลักการของบริษัทและรักษาสิทธิความเป็นส่วนตัวของพลเรือน

มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก บอสหนุ่มแห่งเฟซบุ๊กยังกล่าวว่า เห็นใจ ทิม คุก จริงๆ ที่มาเจอสถานการณ์แบบนี้ เพราะถ้าเป็นเฟซบุ๊กถึงจะยินดีร่วมมือในเรื่องต่อต้านการก่อการร้าย แต่ถ้าจะบั่นทอนความมั่นคงทางดิจิตอลของบริษัทเทคโนโลยีลงแล้ว คงจะไม่เข้าที

กรณีนี้จึงเป็นเหมือนการต่อสู้ระหว่างการรักษาสิทธิความเป็นส่วนตัวกับความมั่นคง

น่าคิดว่าถ้าเรื่องแบบนี้มาเกิดขึ้นในประเทศไทยจะเป็นอย่างไร เพราะคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้ก่อการร้ายดังกล่าวไม่ธรรมดาเสียด้วย

เป็นสามีภรรยาที่บุกยิงคนตายไปถึง 14 ศพ ในวันที่ 2 ธันวาคม 2558 โดยฝ่ายภรรยานั้นเขียนข้อความในเพจเฟซบุ๊ก สดุดีกองกำลังรัฐอิสลาม หรือไอเอส กลุ่มก่อการร้ายที่เขย่าขวัญสั่นประสาทชาวโลกมากที่สุดในยามนี้

ถ้าเป็นเรื่องในไทย เดาได้ก่อนเลยว่า นายทิม คุก เสี่ยงอย่างยิ่งว่าจะถูกตำหนิว่าไม่รักชาติ ไม่เห็นแก่ความมั่นคงของประเทศ กะอีแค่โทรศัพท์ของฆาตกรแค่นี้ก็เข้ารหัสเปิดให้ไม่ได้

นอกจากนี้อาจตำหนินายทิมเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ดราม่าสร้างภาพทางธุรกิจ หรืออาจเลยเถิดไปว่า นี่ไงลัทธิทุนนิยมสามานย์จริงๆ

ดังนั้นจึงโชคดีมากเมื่อเรื่องนี้เกิดในอเมริกา ที่ซึ่งการถกเถียงความคิดเห็นที่แตกต่างและการต่อสู้ที่ใช้เหตุผลนั้นเป็นเรื่องธรรมดา

พูดกันตรงไปตรงมาให้สังคมรับรู้และร่วมแสดงความเห็น ดีกว่าแอบไปทำอะไรกันงุบงิบๆ โดยที่ชาวบ้านไม่รู้เห็นด้วย ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องกระทบต่อประชาชนโดยรวม

งานนี้ทั้งแอปเปิลและเอฟบีไอ-กระทรวงยุติธรรม จึงต่างสื่อสารโน้มน้าวให้คนในสังคมเห็นตามเหตุผลที่ฝ่ายตนนำเสนอ

ทิม คุก ส่งอีเมล์ถึงพนักงานเพื่ออธิบายถึงจุดยืนของแอปเปิลว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเข้ารหัสลับโทรศัพท์เครื่องเดียว หรือการสืบสวนแค่คดีเดียว แต่เป็นเรื่องความปลอดภัยในข้อมูลของลูกค้าหลายร้อยล้านคน การสร้างแนวทางอันตรายแบบนี้อาจจะเป็นภัยต่อเสรีภาพพลเมืองเลยทีเดียว

ส่วน เจมส์ คอมีย์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอ เขียนบทความว่า การสอบสวนที่ทำไปภายใต้กฎหมายก็เพื่อญาติเหยื่อที่สูญเสีย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสร้างแนวทางขึ้นมาใหม่ แต่เป็นเรื่องของเหยื่อและความยุติธรรม

เมื่อคนในสังคมชั่งใจแล้วคงจะได้คำตอบในไม่ช้าว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร

บทความก่อนหน้านี้ชาวบ้านพระทองคำผวา! แผ่นดินทรุดตัวร่วม 2 ไร่ เป็นหลุมหลายจุด คาดมาจากทำนาเกลือ
บทความถัดไปThe Hel(l)met Show EP.80 : อเมริกาปักธงอาเซียน..กันท่าจีนแผ่นดินใหญ่