
การท่องเที่ยวเป็นจุดแข็งของเศรษฐกิจไทย เพราะอย่างอื่นเคลื่อนไปข้างหน้าลำบาก เช่น การลงทุนลำบาก, การส่งออกลำบาก ฯลฯ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา ให้สัมภาษณ์มติชนเกี่ยวกับสถานการณ์ภาพรวมทางเศรษฐกิจประเทศไทย
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ บอกต่อไปอีกว่าในส่วนการท่องเที่ยว มันเร็ว รายได้ท่องเที่ยวไปถึงมือรากหญ้าได้เร็ว การท่องเที่ยวไม่ต้องรอคอยความเชื่อมั่น ไม่ต้องรอว่ารัฐบาลจะอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ เมื่อกลุ่มท่องเที่ยวเขามั่นใจ ระยะยาวเขาจะซื้อตั๋วมาเลย ขอให้มีอาหารอร่อย มีความปลอดภัย วาระแบบนี้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็ว
“เรามีจุดแข็งเรื่องภูมิประเทศ ธรรมชาติ เรื่องความเป็นคนไทย—-ในอนาคตจีดีพีไทยจากท่องเที่ยวจะขึ้นถึง 30-40% ถ้าทำให้วาระแห่งชาติเรื่องการท่องเที่ยวจริงๆ ว่าจะพัฒนานักท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้นอย่างไร หารายได้จากการท่องเที่ยวอย่างไร จะมีโปรดักส์อะไรที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว”
[มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 หน้า 5]
ทรัพยากรท่องเที่ยวในโลกมีอย่างน้อย 2 ประเภท คือ (1.) มรดกตกทอดทางธรรมชาติและวัฒนธรรม (2.) มนุษย์สร้าง คือ แมน-เมด เดสทิเนชั่น (Man-made Destinations) เช่น สวนสนุก, สวนน้ำ, เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพลกซ์ ฯลฯ
ทรัพยากรท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างในไทยมีน้อย ซึ่งต้องสนับสนุนให้มีมากขึ้น ส่วนทรัพยากรท่องเที่ยวที่เป็นมรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมมีอยู่แล้ว แต่เฉพาะมรดกทางวัฒนธรรมที่ “ขาย” อยู่แล้ว ควรพัฒนาให้ได้มูลค่ามากกว่านี้ ที่น่าจะทำได้
รัฐบาลผ่านมาทั้งรัฐบาลจากการยึดอำนาจและรัฐบาลจากการเลือกตั้ง มีทรัพยากรท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมสำคัญที่สุดอย่างเดียวกัน คือสถานที่ทางประวัติศาสตร์ แต่เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่ผูกแน่นกับประวัติศาสตร์ฉบับ “คลั่งเชื้อชาติไทย” ซึ่งถูกแต่งใหม่สนองการเมืองชาตินิยม “คลั่งเชื้อชาติไทย” ราว 85 ปีที่แล้ว หรือช่วง พ.ศ. 2482
แต่ข้อมูลใหม่หลักฐานใหม่ในโลกล่าสุดแพร่หลายทั่วโลกหลายปีมาแล้ว ดังนี้ (1.) เชื้อชาติไม่มีในโลก และ (2.) เชื้อชาติไทยก็ไม่มี
รัฐบาลจากการยึดอำนาจที่ผ่านมาไม่ใส่ใจ เพราะมอบหมายกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) พิมพ์หนังสือแต่งใหม่เผยแพร่ทั่วประเทศเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย (พ.ศ. 2558) ที่สืบทอดและรักษาโครงสร้าง “คลั่งเชื้อชาติไทย”
รัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้ง แม้ต้องประนีประนอมทางการเมืองกับรัฐบาลจากการยึดอำนาจ ก็ควรพูดจาอธิบายด้วยหลักฐานวิชาการสากลเพื่อผลดีทางเศรษฐกิจต่อไปข้างหน้าตลอดกาล ดังนี้ (1.) ยกเลิกเชื้อชาติ และ (2.) ประวัติศาสตร์ไทย หมายถึงประวัติศาสตร์ของประเทศไทยและคนไทย ที่มีกำเนิดและเติบโตจากประวัติศาสตร์ของประเทศสยามและชาวสยาม ซึ่งเป็นลูกผสมของของคนหลายชาติพันธุ์ที่มีบรรพชนร่วมกันหลายพันปีมาแล้ว
ถ้าเข้าใจตรงกันตามนี้ สถานที่ทางประวัติศาสตร์ทั่วประเทศล้วนเกี่ยวข้องบรรพชนคนไทยทุกวันนี้ ดังนั้น การกระตุ้นท่องเที่ยวไทยจะเคลื่อนไหวคึกคักขึ้นเพราะไม่ติดขัดกรอบความเป็นไทยแท้ เชื้อชาติไทย สายเลือดบริสุทธิ์ ที่ไม่มีจริง
กระทรวงวัฒนธรรมมีผู้รู้อยู่มาก แต่ส่วนมากติดกรอบเชื้อชาติที่ไม่มีจริง ถ้าหลุดออกจากกรอบเชื้อชาติ จะผลักดันประเทศชาติก้าวไปข้างหน้าอีกมาก โดยเฉพาะการท่องเที่ยวจะมีพลังสร้างรายได้ไม่น้อยถึงรากหญ้าทั่วประเทศ
รัฐบาลรับข้อมูลด้านเดียวจากระบบราชการ ย่อมได้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแบบลายครามที่ขาดพลัง จึงขาดข้อมูลด้านไม่ราชการ ย่อมไม่รู้จักประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแบบประชาชนที่มีพลังอย่างยิ่งต่อแรงบันดาลใจสร้างสรรค์เศรษฐกิจ
นครราชสีมามีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องโดยตรงกับชาวสยามที่เป็นต้นทางของคนไทย แต่ถูก “แช่แข็ง” โดยระบบราชการลายคราม
ดังนั้น เมืองราดของพ่อขุนผาเมือง อยู่เมืองเสมา (อ. สูงเนิน จ. นครราชสีมา) จึงถูกกระทรวงวัฒนธรรม “ดองเค็ม” ไม่ผุดไม่เกิด ทั้งๆ นักปราชญ์ในกรมศิลปากรเองบอกไว้นานแล้วว่าเมืองราดอยู่เมืองเสมา
เมืองราดของพ่อขุนผาเมือง คือเมืองเสมา อยู่ในหนังสือของกรมศิลปากรเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว ไม่ได้เริ่มจากคนนอกราชการ
