หน้าแรก คอลัมนิสต์ จิตที่วางไว้ผ...

จิตที่วางไว้ผิดย่อมนำความวิบัติมาสู่ โดย ประสิทธิ์ พฤกษาจารสิริ

10.03.17 | 14:30 น.

คัมภีร์มหาโคปาลสูตรได้กล่าวถึงพระธรรมบทที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสแก่ภิกษุสงฆ์ทั้งหลายว่า บรรพชิตผู้ประกอบด้วยองค์ 11 เป็นผู้ไม่อาจเจริญงอกงามในพระธรรมวินัยได้ เปรียบดั่งนายโคบาลผู้ประกอบด้วยองค์ 11 ย่อมไม่อาจรักษาฝูงโคของตนได้

นายโคบาลผู้ประกอบด้วยองค์ 11 มีดังนี้ 1) ไม่รู้จักรูป 2) ไม่รู้จักลักษณะ 3) ไม่คอยเขี่ยไข่ขัง 4) ไม่ปิดบังแผล 5) ไม่สุมควันไฟ 6) ไม่รู้จักท่า 7) ไม่รู้จักดื่ม 8) ไม่รู้จักทาง 9) ไม่ฉลาดในที่โคจร 10) รีดนมไม่ได้เหลือไว้ 11) ไม่บูชาโคผู้เป็นพ่อฝูง

นอกจากบรรพชิตและนายโคบาลแล้ว ผู้ปกครองประเทศที่ประกอบด้วยองค์ 11 จะเป็นเช่นเดียวกับนายโคบาลคือเป็นผู้ตั้งจิตไว้ผิด ย่อมมืดมนหลงทาง ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ของตนได้สำเร็จ จึงปกครองบ้านเมืองด้วยความโง่เขลา ไม่อาจทำประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าได้

ทั้งนายโคบาล บรรพชิตและผู้ปกครองประเทศที่ประกอบด้วยองค์ 11 จึงไม่อาจรักษาฝูงโค ไม่อาจเข้าถึงมรรคผลนิพพาน และเป็นต้นเหตุทำให้บ้านเมืองเสื่อมทรามถดถอย ผู้คนขัดแย้งเกลียดชังกัน จนไม่อาจหาความสงบสันติสุขได้ ทั้งนี้ เพราะจิตของบุคคลเหล่านั้นไหลตกต่ำไม่ตั้งอยู่ในที่อันควร ปล่อยให้ความโลภ โกรธ หลงและความอาฆาตพยาบาทเข้าครอบงำจิตใจ จิตที่มีอกุศลมูลเช่นนี้ไม่อาจปกครองบ้านเมืองให้เจริญได้

ผู้ประกอบด้วยองค์ 11 มีดังนี้

Advertisement

1 ไม่รู้จักรูป
นายโคบาลไม่รู้จักรูปคือ ไม่รู้ว่าฝูงโคของตนมีมากน้อยเท่าไร ไม่รู้ว่าโคของตนมีสีขาวเท่าไร มีสีแดงเท่าไร สีน้ำตาลเท่าไร เมื่อฝูงโคพลัดหลงจึงไม่รู้ว่าโคของตนสูญหาย
บรรพชิตไม่รู้จักรูปคือ ไม่รู้จักแยกรูปแยกนาม เมื่อไม่รู้จักรูปนามจึงไม่อาจเจริญสติเจริญกรรมฐานได้ ไม่อาจสำเร็จมรรคผลนิพพานได้
ผู้ปกครองไม่รู้จักรูปคือ ไม่รู้ว่าขณะนี้บ้านเมืองถูกปกครองด้วยเผด็จการ ไม่รู้ว่าระบอบเผด็จการเป็นที่น่ารังเกียจและทำให้มิตรประเทศทั้งหลายไม่คบค้าสมาคมด้วย เป็นเหตุทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ บ้านเมืองไม่เจริญ

2 ไม่รู้จักลักษณะ
นายโคบาลไม่รู้จักลักษณะโคของตนว่าโคตัวใดมีลักษณะเช่นไร เมื่อจดจำลักษณะไม่ได้ เมื่อโคพลัดหลง จึงไม่อาจติดตามกลับคืนได้
บรรพชิตไม่รู้จักลักษณะเป็นผู้ไม่ฉลาดคือ ไม่รู้จักจดจำกิริยาท่าทางว่าคนพาลเป็นอย่างไร บัณฑิตเป็นอย่างไร ภิกษุเช่นนี้จึงไม่รู้จักกุศลและอกุศลว่าเป็นอย่างไร ภิกษุจึงไม่อาจเจริญในพระธรรมวินัยได้
ผู้ปกครองไม่รู้จักลักษณะคือ ไม่รู้จักแยกแยะนักการเมืองว่าคนไหนเป็นคนดี คนไหนเลว คนไหนทำตัวเป็นอันธพาลเกเร ทำบ้านเมืองให้ปั่นป่วนวุ่นวายเพื่อล้มล้างระบอบประชาธิปไตย เพียงแค่ดูลักษณะคน ยังดูไม่ออก จึงไม่มีทางบริหารบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าได้

3 ไม่เขี่ยไข่ขัง
นายโคบาลรู้ว่าโคเป็นแผล แมลงวันชอบเข้าไปไข่ในแผล หากไม่เขี่ยไข่ทิ้ง ไข่จะกลายเป็นหนอนชอนไชเข้าไปในร่างกายของโค ทำให้โคถึงแก่ความตายได้
บรรพชิตไม่รู้จักเขี่ยไข่ขังคือ เมื่อรู้ว่าราคะตัณหาและความกำหนัดกำเริบ ภิกษุต้องรู้จักทำอกุศลนั้นให้ดับไป หากปล่อยให้จิตถูกครอบงำด้วยอาสวะกิเลส ย่อมตัดหนทางในการเข้าสู่มรรคผลนิพพาน
นักปกครองไม่รู้จักเขี่ยไข่ขังคือ ไม่รู้ว่าความลุ่มหลงในอำนาจวาสนาได้ถูกเพาะเลี้ยงขึ้นในจิตใจของตนแล้ว หากไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ ความทะยานอยากและการผูกอาฆาตพยาบาทเพื่อรักษาอำนาจของตนไว้และเพื่อขจัดศัตรูทางการเมืองของตนจะยิ่งทวีความรุนแรงและขาดความชอบธรรมยิ่งขึ้น

4 ไม่ปิดบังแผล
นายโคบาลไม่ปิดบังแผลคือ เมื่อโคเป็นแผล นายโคบาลไม่รู้จักทำยาปิดแผลไว้ โคย่อมไม่เป็นสุข เพราะถูกแมลงวันตอมบ้าง ไข่ไว้บ้าง ในที่สุดโคอาจถึงแก่ความตาย
บรรพชิตไม่รู้จักปิดบังแผลคือ ไม่รู้จักปิดทวารทั้ง 6 มีดวงตาเป็นต้น มีรูปและอารมณ์มาปรากฏ เป็นเหตุทำให้จิตส่ายแส่ ภิกษุนั้นไม่อาจเจริญงอกงามในพระธรรมวินัยได้
นักปกครองไม่รู้จักปิดบังแผลคือ ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ไม่รู้ว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ สิ่งใดเป็นที่เคารพสักการะ เป็นความเชื่อความศรัทธาของชาวพุทธที่มีต่อพระพุทธศาสนา แต่กลับแสดงออกด้วยความมุทะลุ ด้วยอาการหักหาญเอาตามคำสั่งของตนแต่ผู้เดียวที่ออกตามอำเภอใจเพื่อหวังผลทางการเมือง ชาติบ้านเมืองและกฎหมายจะมีประโยชน์อันใด หากพระพุทธศาสนาถูกกระทำย่ำยี ศรัทธาของชาวพุทธที่มีต่อพระสงฆ์องค์เจ้ากลับได้รับการสบประมาท

5 ไม่รู้จักสุมควันไฟ
นายโคบาลไม่สุมควันไฟให้ฝูงโคเพื่อไล่ยุงและแมลงที่รุมกัดกินเลือดโค ทำให้โคไม่สบาย ได้ชื่อว่าไม่รู้จักรักษาฝูงโคของตน
บรรพชิตไม่รู้จักสุมควันไฟคือ ไม่รู้จักแสดงธรรมที่ตนได้เรียนรู้แก่คนทั้งหลาย คนเหล่านั้นจึงไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ ไม่รู้จักทำบุญตักบาตร เมื่อชาวบ้านไม่รู้จักอุปัฏฐาก ภิกษุย่อมได้รับความลำบากเพราะขาดปัจจัย 4 ภิกษุไม่อาจเล่าเรียนและเจริญธรรมได้
ผู้ปกครองไม่รู้จักสุมไฟคือ ไม่รู้จักเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้คนในการเชิดชูการปกครองระบอบประชาธิปไตย ไม่รู้จักเป็นแบบอย่างแก่เยาวชนในการปฏิบัติธรรม สวดมนต์ ไหว้พระ เจริญสมาธิภาวนา เพราะการเรียนรู้อนัตตาต้องปฏิบัติผ่านสมาธิภาวนาเท่านั้น การภาวนาจึงทำให้ศรัทธาของชาวพุทธที่มีต่อพระพุทธศาสนามั่นคงยิ่งขึ้น บ้านเมืองที่มีผู้นำที่เห็นการบังคับใช้กฎหมายต่อบุคคลเพียงคนเดียวสำคัญยิ่งกว่าการดำรงอยู่ของพระพุทธศาสนา มีผู้นำที่แสดงอาการโหดเหี้ยมและรุนแรงต่อชาวพุทธ จะยิ่งทำให้ผู้คนในบ้านเมืองกลับกลายเป็นผู้คนที่มีจิตใจแข็งกร้าวกระด้างกระเดื่อง ทำให้ประเทศชาติมีแต่ความยุ่งเหยิงและวุ่นวายไม่เป็นที่สิ้นสุด

6 ไม่รู้จักท่า
นายโคบาลไม่รู้จักท่าคือ ไม่รู้ว่าท่าน้ำที่จะพาโคลงไปกินอยู่ที่ใด ปล่อยให้โคอดอยากหิวกระหาย ดังนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้ไม่อาจดูแลรักษาฝูงโคของตนไว้ได้
บรรพชิตไม่รู้จักท่าคือ ไม่รู้จักเข้าไปหาและขอความรู้จากพระเถระ ยอมปล่อยให้ตนโง่เขลา ภิกษุนั้นจึงไม่อาจเจริญงอกงามในพระธรรมวินัย
ผู้ปกครองไม่รู้จักท่าคือ ไม่รู้ว่าประเทศชาติต้องการการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่กลับล้มล้างการปกครองที่ชอบธรรมเสีย บริหารบ้านเมืองด้วยอคติ มีผลประโยชน์ทางการเมืองแอบแฝง เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายขาดความปรองดอง บ้านเมืองไม่เจริญก้าวหน้า

7 ไม่รู้จักให้โคดื่ม
นายโคบาลปล่อยโคให้อยู่แต่ในป่าตลอดวันจนโคหิวกระหาย เมื่อต้อนโคลงไปกินน้ำในแม่น้ำ ฝูงโคเบียดเสียดกันแย่งกันลงไปกิน บางตัวได้กินน้ำ บางตัวไม่ได้กิน เมื่อนายโคบาลต้อนโคกลับเข้าป่า โคที่ไม่ได้กินน้ำไม่อาจกินหญ้าได้ ฝูงโคจึงไม่แข็งแรง
บรรพชิตไม่รู้จักดื่มคือ ไม่รู้จักพระธรรมคำสอนที่องค์พระศาสดาได้ประกาศไว้แล้ว เมื่อบรรพชิตไม่รู้ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ จึงไม่อาจทำความเจริญในพระธรรมวินัยได้
ผู้ปกครองไม่รู้จักดื่มคือ ไม่รู้ว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญของชาติบ้านเมืองที่ต้องได้รับการเกื้อหนุนแก้ไขเป็นลำดับแรก ไม่รู้ว่าปัญหาเศรษฐกิจการค้าหรือการแย่งชิงอำนาจอย่างไหนควรทำ และอย่างไหนไม่ควรทำ ความศรัทธาของชาวพุทธที่มีต่อพระพุทธศาสนาหรือการบังคับใช้กฎหมายตามอำเภอใจอย่างไหนสำคัญกว่า การเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนหรือการใช้กฎหมายสองมาตรฐาน แบบไหนจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ หากไม่รู้ว่าสิ่งไหนสำคัญกว่า บ้านเมืองจะยุ่งเหยิงย่อยยับเหมือนฝูงโคนั้น

8 ไม่รู้จักทาง
นายโคบาลผู้ไม่ฉลาดย่อมไม่รู้จักทางคือ ไม่รู้ว่าทางไหนปลอดภัย ทางไหนมีภัย หากต้อนฝูงโคไปในที่มีภัย อาจถูกเสือกัด ถูกโจรลักพาไป ฝูงโคย่อมพินาศ
บรรพชิตไม่รู้จักทางคือ ไม่รู้อริยมรรคมีองค์ 8 โดยเฉพาะสัมมาสติ สัมมาสมาธิ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงไม่อาจเข้าสู่โลกุตรธรรมได้
นักปกครองไม่รู้จักทางคือ นักปกครองที่เดินหลงทางเข้าป่า เพราะนิยมแต่อำนาจเผด็จการ บริหารบ้านเมืองโดยไม่ยึดโยงกับประชาชน จึงมีแต่นำพาบ้านเมืองเดินไปผิดทิศผิดทาง เป็นที่น่าตลกขบขันและน่ารังเกียจแก่นานาอารยประเทศ

9 ไม่ฉลาดในสถานที่ที่จะพาโคไปเที่ยวหากิน
นายโคบาลต้อนโคไปหากินในสถานที่หนึ่งแล้ว วันต่อมาจึงไม่ควรต้อนโคกลับไปที่เดิมอีก ควรรอจนกว่าหญ้าจะขึ้นเขียวเสียก่อน
บรรพชิตไม่ฉลาดในสถานที่โคจรคือ ไม่รู้จักกำหนดสติขณะเจริญสมาธิ ไม่รู้จักทางเดินของจิตขณะเจริญกรรมฐาน เมื่อรู้แต่รูป แต่ไม่รู้นาม จึงยากที่จะหลุดพ้นจากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ภิกษุนั้นไม่อาจเข้าสู่โลกุตรธรรมได้
ผู้ปกครองไม่ฉลาดในสถานที่คือ ไม่รู้ว่าชาวบ้านยากจน ไม่รู้ว่าเศรษฐกิจถดถอย ไม่รู้ว่าระบอบเผด็จการทำให้การแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองไม่อาจทำสำเร็จได้ ไม่รู้ว่าการค้าระหว่างประเทศที่ลดน้อยถอยลงเพราะอำนาจเผด็จการนั้นมีความสำคัญยิ่งกว่างบประมาณที่อัดฉีดลงไป

10 รีดนมไม่ได้เหลือไว้
นายโคบาลรีดนมเสียหมด ไม่เหลือไว้ให้ลูกโคกินบ้าง ลูกโคไม่ได้กินนม ไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้ เมื่อลูกโคตาย แม่โคก็เศร้าโศกไม่กินหญ้ากินน้ำ แม่โคจึงถึงแก่ความตายไปด้วย
บรรพชิตไม่ฉลาดรีดเสียหมดคือ ไม่รู้จักประมาณในการรับปัจจัย 4 เขาถวายเท่าใดก็รับไว้หมด ไม่เหลือไว้ให้เขาเกิดศรัทธาว่าภิกษุนี้เป็นผู้มีสันโดษมักน้อย
นักปกครองรีดเสียหมดคือ ใช้ระบอบการปกครองเผด็จการแบบสุดโต่ง ไม่เปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้แสดงความคิดเห็น กำราบผู้คนให้อยู่นิ่งเงียบ บ้านเมืองถูกแช่แข็ง ขาดความรู้ ขาดการพัฒนา ประเทศชาติจึงยากจน

11 ไม่บูชาโคที่เป็นพ่อฝูง
นายโคบาลไม่ให้อาหารไม่เลี้ยงดูโคที่เป็นหัวหน้าฝูงให้ดียิ่งกว่าโคตัวอื่น เท่ากับไม่ให้ความสำคัญแก่โคที่เป็นผู้นำฝูงที่สามารถนำฝูงโคเดินไปสู่ที่ปลอดภัยได้ ฝูงโคย่อมลำบากและอยู่ในอันตราย
บรรพชิตไม่รู้จักบูชาภิกษุที่เป็นเถระ ย่อมไม่ได้รับการสงเคราะห์ช่วยเหลือและแนะนำสั่งสอน บรรพชิตนั้นไม่อาจก้าวหน้าในอรรถในธรรม
นักปกครองมองไม่เห็นความสำคัญของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ ผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย แต่กลับไปรับใช้คนกลุ่มน้อย เข้ายึดอำนาจปกครองประเทศเพียงเพื่อประโยชน์ของชนชั้นบางกลุ่ม การทำรัฐประหารจึงชัดแจ้งว่าขัดต่อผลประโยชน์ของประชาชนและของประเทศชาติด้วยประการทั้งปวง
จิตที่ตั้งไว้ผิด จิตที่ถูกพยาบาทวิตก วิหิงสาวิตก และความหลงผิดเข้าครอบงำ จิตที่ไม่เที่ยงตรงและเป็นอิสระ แม้จะปกครองบ้านเมืองอีกยาวนานเท่าไร ก็ไม่อาจทำให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองได้

ประสิทธิ์ พฤกษาจารสิริ