เลือกตั้งสหรัฐ – ผู้เขียนมีข้อปฏิบัติในการเขียนและให้สัมภาษณ์ในเรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกามานานหลายสิบปีแล้ว คือมักจะฟันธงไปเลยว่าใครจะแพ้ใครจะชนะ เพราะทางเลือกก็มีแค่ 2 ทางเลือกเท่านั้นเอง การฟันธงนั้นก็ใช้หลักเหตุผลตามทฤษฎีของวิชาสังคมวิทยาการเมืองของ T. H. Marshall และ Seymour Martin Lipset ซึ่งให้ความสำคัญในทางเศรษฐกิจ ความซื่อสัตย์ในความประพฤติโดยเฉพาะความซื่อสัตย์ต่อคู่ชีวิต และค่านิยมทางศาสนา ซึ่งพิจารณาแล้ว นายโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ควรจะแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีต่อ นางคามาลา แฮร์ริส แบบขาดลอย ซึ่งเมื่อได้เขียนและได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว ลูกชาย ดร.วินัย วงศ์สุรวัฒน์ก็มากระตุกว่า แต่ตลาดการพนันของสหรัฐอเมริกานั้นได้ให้นายโดนัลด์ ทรัมป์จะเป็นผู้ชนะแบบเอกฉันท์เลยทีเดียว โดยดูจากอัตราเงินเดิมพันที่ให้นายโดนัลด์ ทรัมป์เป็นต่อนางคามาลา แฮร์ริสมาโดยตลอด
ด้วยความที่ผู้เขียนไม่ชอบการพนันเป็นทุนอยู่เดิมแล้วนั้นก็ยังไม่เฉลียวใจ แม้ว่า ดร.วินัยจะให้ข้อคิดว่าการพนันนั้นต้องวางเงินเดิมพันแบบ “PUT YOUR MONEY WHERE YOUR MOUTH IS.” ไม่ใช่การดีแต่พูดเพราะมีการได้เสียเงินเดิมพันด้วย ดังนั้นนักพนันอาชีพย่อมหาข้อมูลที่ลึกและชัดแจ้งกว่าคนทั่วไปรวมทั้งนักวิชาการด้วย แต่ผู้เขียนก็ยังคงยืนยันว่านางคามาลา แฮร์ริสจะยังมีชัยในการเลือกตั้งจนถึงเวลาเที่ยงครึ่งของวันพุธที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมานี้ แต่พอผลการเลือกตั้งออกมาชัดแจ้งแล้วก็ปรากฏว่าผู้เขียนหน้าแตกแบบต้องเย็บนับเข็มไม่ถ้วนเลยทีเดียว จึงต้องเชิญตัว ดร.วินัยมาคุยให้ฟัง
เนื่องจาก ดร.วินัยเป็นอาจารย์สอนเศรษฐศาสตร์ในวิทยาลัยการบริหารธุรกิจจึงได้เริ่มต้นว่า เนื่องจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐไอโอวาได้สนับสนุนให้มีการตั้งตลาดการพนันในการเลือกตั้งขั้นต้นใน ค.ศ.1988 เป็นต้นมา โดยมีชื่อว่า lowa Electronic Markets โดยที่ตลาดนี้มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการพนัน หากเป็นการศึกษาเพื่อเอาข้อมูลที่ได้จากตลาดนี้มาใช้พยากรณ์ผลการเลือกตั้ง ซึ่งต่อมาก็เกิดตลาดพยากรณ์ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีแพร่หลายเข้าไปในตลาดการพนันที่ถูกต้องตามกฎหมายในมลรัฐต่างๆ และในการเลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริกันครั้งที่ผ่านมา ผู้คนได้จับตามองการพยากรณ์ที่เป็นผลมาจากการพนันของผู้คนจำนวนมากเช่นเดียวกับการพยากรณ์ของโพลมีชื่อทั้งหลายไม่แพ้กันเลย และเมื่อผลโพลแทบทั้งหมดก็ว่าการชิงชัยในตำแหน่งประธานาธิบดีระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์กับนางคามาลา แฮร์ริสนั้นสูสีกันมากที่สุด จนไม่สามารถฟันธงลงไปได้ว่าใครมีแนวโน้มที่จะมีชัยในการเลือกตั้งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา แต่ตลาดพยากรณ์ที่เป็นการพนันที่ถูกต้องตามกฎหมายล้วนแล้วแต่ให้นายโดนัลด์ ทรัมป์เป็นผู้ชนะแทบทั้งสิ้น ซึ่งแสดงว่าตลาดพยากรณ์ที่เป็นการพนันนั้นสามารถทำนายผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีได้จะแจ้งกว่าโพลทั้งหลายและเป็นสาเหตุให้ผู้เขียนหน้าแตกแบบเย็บไม่ติดไปด้วย
อย่างไรก็ตาม การที่เราพร่ำสอนลูกหลานให้ห่างไกลการพนันนั้น ก็เป็นเรื่องดี มีเหตุผล เพราะมีตัวอย่างคนสิ้นเนื้อประดาตัวจากผีพนันเข้าสิงให้เห็นมากมายแต่เรามักลืมไปว่าเงินทุกบาทที่นักพนันรายย่อยเสียไปนั้น มันก็เป็นรายได้เข้ากระเป๋าใครบางคนเสมอ ดังนั้นเมื่อมีคนหมดตัวจากการพนัน ก็ย่อมมีคนที่ร่ำรวยจากการพนันด้วย
คนที่ร่ำรวยจากการพนัน มักเป็นคนได้เปรียบคนอื่นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เช่น อาจเป็นเจ้ามือที่ออกแบบกติกาให้ตัวเองได้เปรียบคนอื่น หรือเป็นนักพนันที่มีข้อมูลวงในที่คนอื่นไม่มี การพนันขันต่อกันนั้น จึงสะท้อนชุดข้อมูล การวิเคราะห์ และความเชื่อของนักพนันหลากหลาย
ในที่สุดแล้ว นักพนันที่ได้เปรียบมักเป็นผู้ชนะ และชุดข้อมูล การวิเคราะห์ และความเชื่อของคนเหล่านี้ก็จะถูกสะท้อนออกมาในอัตราต่อรองที่เราเห็นในตลาดพนัน
ดังนั้น ถ้าอัตราต่อรองในบ่อนให้ทรัมป์มีโอกาสชนะ 60% นั่นก็สะท้อนว่า ข้อมูลของนักพนันส่วนใหญ่ (smart money) บ่งชี้ว่าทรัมป์น่าจะชนะ ถ้าเราไป “แทงสวน” ว่าแฮร์ริสชนะ เราก็มีโอกาสเสียมากกว่าได้ เหมือนพวกนักพนันรายย่อย ที่มักหมดตัวจากการพนันนั่นเอง
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าอยากจะฟันธงว่าใครจะแพ้ ใครจะชนะ อย่าไปแทงสวนตลาดการพนันเลย เพราะจะหน้าแตกจนเย็บไม่ติดอย่างผู้เขียนนี้แล

