นโยบายสหรัฐต่อจีนขัดแย้งภายใน
คนข้างกาย ‘ทรัมป์’ มุ้งเดียวกันฝันคนละเรื่อง
การจัดตั้งรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มปรากฏเป็นรูปร่าง ดูประหนึ่งนโยบายต่อจีนแตกเป็น 2 ทาง มีความขัดแย้งกัน โดยเกิดจากคนข้างกาย 2 นาย คือ “Marco Rubio” ว่าที่รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ เป็นนักการเมืองสายเหยี่ยวในการต่อต้านประเทศจีน ผู้ซึ่งเคยสนับสนุนให้ฮ่องกงเป็นเอกราช และทำการแซงก์ชั่นจีน ในขณะที่ “Elon Musk” สนับสนุนปักกิ่งคือ “ใกล้ชิดจีน” โดยถือว่าความสัมพันธ์จีน-สหรัฐสามารถดำเนินไปในลักษณะประนีประนอม หากมิใช่รูปแบบ “Zero-Sum Game” แต่ทั้งคู่มีนิสัยที่แข็งกร้าว และถือเป็นมือซ้ายมือขวาของทรัมป์ ประเด็นมีอยู่ว่า คนหนึ่งต่อต้านจีน คนหนึ่งใกล้ชิดจีน คือความขัดแย้งกันอย่างชัดเจน จึงพอจะอนุมานได้ว่า กรณีน่าจะกระทบถึงการเมืองสหรัฐในอนาคต
“มาร์โก รูบิโอ” เป็นนักการเมืองอเมริกันเชื้อสายคิวบา สองปีที่ผันผ่าน เขาเป็นตัวตั้งตัวตีผลักดันให้ยุติการสนับสนุนช่วยเหลือด้านการทหารแก่ยูเครน งานดีเข้าตาโดนัลด์ ทรัมป์ จึงได้เชิญให้เป็นผู้รับผิดชอบงานด้านต่างประเทศในรัฐบาลทรัมป์ 2 เพราะเมื่อตอนหาเสียงเลือกตั้ง ทรัมป์ได้ให้คำมั่นว่า ถ้าได้รับเลือก และแม้ยังไม่ได้เข้าทำงานอย่างเป็นทางการ เขาก็สามารถให้ยุติสงครามยูเครนภายในระยะเวลาอันสั้น ในขณะที่คณะทำงานของทรัมป์เคยเสนอมาตรการ “แผ่นดินแลกกับสันติภาพ” แต่เกิดการต่อต้านภายในยูเครน
การที่ “รูบิโอ” รับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ หน้าที่เร่งด่วนคือ ต้องให้บรรลุคำมั่นตอนที่ทรัมป์หาเสียงคือยุติสงครามยูเครน จะให้ยืดเยื้อต่อไปไม่ได้แล้ว
พอจะอนุมานวิถีทางยุติสงครามของ “รูบิโอ” คือสหรัฐต้องยุติการช่วยเหลือด้านการทหาร เพราะเขาเคยกล่าวสนับสนุนญัตติยุติสงครามในสภาว่า ต้องทำความเข้าใจในประเด็นสำคัญคือการทำสงคราม “มิใช่กระสุนปืน” หากเป็น “กระสุนเงิน” ถ้าตัดขาดการช่วยเหลือด้านทหาร ยูเครนก็จำเป็นต้องหาทางไปสู่สันติ
อีกด้านหนึ่ง “ทรัมป์” เคยกล่าวว่า “เซเลนสกี” เป็น “เซลส์แมน” ที่ยิ่งใหญ่ของโลก ทุกครั้งที่มาสหรัฐ ก็กลับบ้านด้วยเงินหลายพันล้านดอลลาร์ ล้วนเป็นเงินภาษีของคนอเมริกัน เป็นการทำลายผลประโยชน์ของสหรัฐ และก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลสมัยหน้าจะต้องทำการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ อย่าให้สงครามทางไกลมาดูดเลือดของอเมริกันชนต่อไป เรื่องยุติสงครามยูเครน จึงกลายเป็นการทดสอบความสามารถของ “รูบิโอ”
ส่วน “อีลอน มัสก์” มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกผู้ “ใกล้ชิดจีน” เขามิใช่รู้จักจีนในหนังสือหรือจากสื่อ
หากเป็นการปฏิบัติและสัมผัสจากความเป็นจริง อีกทั้งได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของจีนมาตลอดเป็นเวลานาน
เมื่อ 10 ปีก่อนเขาก่อตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ที่เซี่ยงไฮ้ ผลผลิตและคุณภาพล้วนเหนือกว่าโรงงาน Tesla ที่สหรัฐและเยอรมนี “มัสก์” ชื่นชมคณะทำงานจีนของเขาว่า ประเสริฐสุด ขยันที่สุด ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดีที่สุด พร้อมทั้งยืนยันว่า ระบบการปกครองของรัฐบาลจีนมีประสิทธิภาพ มีความสำเร็จทางด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างพร้อมมูล เขาเห็นว่าความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ วิธีที่ดีที่สุดคือแข่งขันและร่วมมือ แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง คือความสุขของมนุษยชาติ เขาคัดค้านการขึ้นภาษีศุลกากร เหตุผลคือเป็นพฤติกรรมที่บิดเบือนห่วงโซ่อุปทาน ไม่เป็นคุณต่อผู้ใด เขายังกล่าวอีกว่า ยินดีรถยนต์ไฟฟ้าของจีนเข้าสู่ตลาดอเมริกา เพื่อแข่งขันกับ Tesla เป็นการขยายตลาดรถยนต์สหรัฐให้ใหญ่ขึ้น
ส่วน “แนวคิดจีน” ของ “รูบิโอ” ตรงกันข้ามกับ “มัสก์” นั้น เพราะเบื้องหลังคือต่อต้านคอมมิวนิสต์ เขามองว่าจีนก็คือลัทธิคอมมิวนิสต์มาร์กซ์ที่โหดเหี้ยม จีนยิ่งใหญ่ก็ยิ่งคุกคามอเมริกามากขึ้น เขาเคยเสนอต่อรัฐสภาสหรัฐให้ทำการแซงก์ชั่นจีนเกี่ยวกับปัญหาสิทธิมนุษยชนซินเจียงและฮ่องกง แต่จีนลงมือแซงก์ชั่นเขาก่อน
ต้องยอมรับว่า นโยบายสหรัฐที่มีต่อจีน “รูบิโอ” กับ “มัสก์” อยู่กันคนละฟาก เดินกันคนละทาง สะท้อนให้เห็นว่าทรัมป์ใช้คนที่มีความคิดต่างกันมาทำงานร่วมกัน คือปัญหา
เป็นการชัดเจนยิ่งว่าแนวทางของ “รูบิโอ” และ “มัสก์” ขัดแย้งกัน ทว่าดูผิวเผินงานหลักของรูบิโอคือยุติสงครามยูเครน ส่วนมัสก์รับผิดชอบดูแลประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการ ปัญหาจีนพักไว้ก่อน
กล่าวโดยสรุป นโยบายสหรัฐต่อจีนมีปัญหาแน่แล้ว เพราะคนข้างกาย 2 นาย กระดูกคนละเบอร์ มุ้งเดียวกันแต่ฝันคนละเรื่อง ยังไม่ทันโหมโรง ก็เริ่มเห็นความขัดแย้ง คนหนึ่งไม่เอาจีน คนหนึ่งเอาจีน นโยบายต่างประเทศจะดำเนินไปอย่างไร จึงเป็นความกังวลของสังคม

