หน้าแรก คอลัมนิสต์ เหมือนจบแต่ไม...

เหมือนจบแต่ไม่จบ! โดย จำลอง ดอกปิก

11.03.17 | 12:59 น.

กําลังผสมดีเอสไอ ทหาร ตำรวจ บุกค้นวัดพระธรรมกายทุกจุด หาตัวพระธัมมชโยผู้ต้องหาตามหมายจับ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ปฎิบัติการ อันยึดเอาฤกษ์ 10.00 น.วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม ยกพลค้นพื้นที่กว้างใหญ่

โดยมีจุดหมาย พื้นที่เข้าถึงยาก ที่เชื่อกันว่า อดีตเจ้าอาวาสวัดกบดาน ซ่อนตัวอยู่นี้

กระบวนการ ก่อนการเปิดทางให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามได้ 2 ฝ่ายยื้อยัน คุมเชิง

กันมา 3 สัปดาห์

Advertisement

และโดยที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน รัฐจึงต้องปรับแผน ลดการเผชิญหน้า สุ่มเสี่ยงเกิดเรื่องไม่ปรารถนาให้นุ่มนวล

จากท่าทีแข็งกร้าว เปลี่ยนเป็นลักษณะการใช้หลักรัฐศาสตร์-การเมืองนำมากขึ้น ผสมกับกระบวนท่ากดดันต่างๆ นานา

หนึ่งในแผนหลัก คือการเจรจา ต่อรอง ทุกช่องทางที่จะเป็นไปได้

เพื่อให้ทุกอย่างจบ

จบในที่นี้หมายถึง รัฐได้ทำตามหน้าที่ ในการรักษากฎหมายบ้านเมือง เมื่อตรวจค้นพบ

หรือไม่พบผู้ต้องหา ก็ต้องยกกำลังกลับ เหมือนคดีทั่วๆ ไป

หากเข้าพื้นที่วัดไม่ได้ พระ-ศิษย์ขัดขวาง ไม่แสดงความบริสุทธิ์ใจยินยอมให้ตรวจค้นโดยดี

เรื่องราวก็ไม่จบ มีแต่ความเสียหาย

ปฏิบัติการอันอึกทึกครึกโครม ออกคำสั่ง ม.44 ประกาศให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่

ควบคุม เพื่อให้การปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ บุกค้นตรวจจับพระธัมมชโย

จบฉากแรกด้วยดี

2 ฝ่ายมีรันเวย์ลง

จะโดยสภาพบีบบังคับหรือเต็มใจ แต่วัดก็ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ ยอมให้เข้าค้น

ในฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อสิ้นข้อสงสัย ก็มีทางลง ทางเลือก ถึงอย่างไรก็เป็นไปไม่ได้ที่จะวางกำลัง คุมพื้นที่เอาไว้โดยรอบอย่างนี้ตลอดไป ไม่วันหนึ่งก็วันใด ไม่ช้าก็เร็ว ในที่สุดก็ต้องถอนออกไป

ธรรมกายยกแรกจบ

แต่ไม่อาจจบได้อย่างชนิดที่เรียกว่า อวสาน หรือจบอย่างบริบูรณ์

ปมธรรมกายก็เหมือนเรื่องการเมือง

ไม่ว่ารัฐจะอ้างเหตุผล ความชอบธรรม จำเป็นใดก็ตาม

แต่ในฝ่ายลูกศิษย์ ที่ประกอบไปด้วยพระและฆราวาสจำนวนมาก ย่อมมองว่า อดีตเจ้าอาวาสไม่ได้รับความเป็นธรรม

เมื่อเชื่อ เมื่อนับถือศรัทธาเสียแล้ว ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะแปรเป็นอื่น

ไม่ต่าง ความคิด ความเชื่อ อุดมการณ์ทางการเมือง

วันหนึ่งอำนาจรัฐ ปลายกระบอกปืน กำราบฝ่ายซ้าย คอมมิวนิสต์ได้แต่ในทางกายภาพในเมือง ส่งผลให้แตกกระสานซ่านเซ็น

แต่อุดมการณ์นิสิต นักศึกษา ประชาชนหาได้ลดลงแต่อย่างใด

เมล็ดพันธุ์งอกงาม ย้ายผุดกลางป่า

วันหนึ่ง มีปฏิวัติ รัฐประหาร อำนาจเบ็ดเสร็จเข้ามารื้อล้าง วางโครงสร้าง จัดระเบียบการเมืองใหม่

แต่ก็ไม่อาจดีลิท เปลี่ยนความคิด ความเชื่อ ล้างสมองฝ่ายของผู้ไม่ฝักใฝ่ในระบบอำนาจพิเศษได้

ซ้ำร้ายยังตอกย้ำให้เห็นว่า ระบบการเมือง การปกครองอย่างใดกันแน่ ที่ประชาชนพึ่งหวัง ฝากฝีฝากไข้ได้

เรื่องธรรมกายก็ไม่ต่างกัน

เป็นเรื่องความเชื่อ ความศรัทธาฝังลึก ที่อาจกล่าวได้ว่าลบล้างยากกว่าการเมืองด้วยซ้ำ

จึงไม่ว่าทางโลกย์ ทางธรรม หากเป็นเรื่อง ความคิด ความเชื่อ ศรัทธา อุดมการณ์ จะแก้ด้วยอำนาจ กำลังไม่ได้

ทางกายภาพ ผิวเผินอาจดูเปลี่ยนไป ล้มพังทลายได้

แต่ความจริง ความคิด-ความเชื่อล้วนแต่ฆ่าไม่ตาย

ธรรมกายก็แค่ยกแรกเท่านั้น ในที่สุดก็จะเหมือนการเมือง

การเมืองว่าด้วย เรื่องสิทธิ เสรีภาพ ที่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญให้การคุ้มครอง รับรองโดยแจ้งชัด การแสดงออกซึ่งความคิดเห็น เสรีภาพในการถือศาสนา

เรื่องแบบนี้ ใช้กำลัง ใช้อำนาจ บังคับไม่ได้

ต้องพึ่งพาอาศัยกระบวนการปกติ แก้ไข-หาทางออกด้วย ‘พุทธิปัญญา’