หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : ร.5 เสด็จนาหลวง อยุธยา สมัยบรมโกศ

27.11.24 | 18:10 น.
หันตรา หมายถึงขนมอย่างหนึ่งคล้ายขนมเม็ดขุนนที่มีไข่ฝอยหุ้ม เรียกขนมหันตรา หรือขนมฝอย เป็นขนมโบราณที่นำถั่วกวนมาตกแต่งให้ดูน่ากินมากขึ้น ใช้ได้ทั้งถั่วดำ ถั่วแดง แต่นิยมคือถั่วเขียว โดยนำไข่มาห่อให้เป็นตารางสวยงาม รสของขนมหวานมัน หอมกลิ่นไข่และกลิ่นถั่วกวน (รูปและข้อมูลจาก https://sites.google.com/a/chs.ac.th/kanhomthai/khnm1)

นายกรัฐมนตรีควรบอกรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม ตั้งคณะทำงานศึกษาลู่ทาง มี “เฟสติวัล” เกี่ยวกับข้าวและอาหารไทย โดยดูตัวอย่างจากพิธีกรรมสมัยอยุธยา

ทุ่งหันตรามีนาหลวงของกษัตริย์อยุธยา (เดิมเรียกทุ่งอุทัย ปัจจุบัน อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา) มีเรื่องราวเก่าแก่ตื่นเต้นเป็นประวัติศาสตร์สังคม ตั้งแต่สมัยอโยธยา, อยุธยา, ถึงรัตนโกสินทร์

ทุ่งหันตรา บริเวณเคยเป็นนาหลวงสมัยอยุธยา ปัจจุบันอยู่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา [ภาพจากบริเวณหน้าวัดหันตรา ข้างหน้าในทิวไม้เป็นแนวถนนสายเอเชีย (พฤษภาคม 2563)]
สมัยอโยธยา

ทุ่งหันตรา เป็นที่ตั้งเมืองอโยธยา ซึ่งเป็นเมืองบรรพชนต้นกำเนิดกรุงศรีอยุธยา

คลองหันตรา คือ แม่น้ำป่าสัก (สายเก่า) ไหลผ่านทุ่งหันตรา เป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญเชื่อมโขง-ชี-มูลกับอ่าวไทย ตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์หลายพันปี

Advertisement
คลองหันตรา หรือแม่น้ำป่าสักเดิม ไหลผ่านวัดหันตรา เขตนาหลวง ทุ่งหันตรา (ทุ่งอุทัย) อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา

สมัยอยุธยา

1.ทุ่งหันตรา (ทุ่งอุทัย) ที่ประสูติพระบรมไตรโลกนาถ เมื่อครั้งพระราชบิดาคือเจ้าสามพระยาทำพิธีเบิกโขลนทวารก่อนยกไปตีเมืองนครธมราว 500 ปีที่แล้ว (มีบอกในโคลงยวนพ่าย แต่งสมัยอยุธยาตอนต้น)

เชื่อกันว่าขณะนั้นพระมเหสีทรงพระครรภ์เสด็จไปส่งเจ้าสามพระยาในพิธีที่ทุ่งหันตรา พอดีครบกำหนดมีประสูติกาล

พิธีเบิกโขลนทวาร มีที่ทุ่งหันตรา (เดิมเรียกทุ่งอุทัย) เป็นพิธีกรรมของกษัตริย์อยุธยาตัดไม้ข่มนามก่อนยกทัพไปสงคราม

2.นาหลวง พระเจ้าบรมโกศเสด็จไปทำพิธีนวดข้าวในนาหลวง (ที่ทุ่งหันตรา) บริเวณวัดหันตราสมัยอยุธยา เคยมี

(1.) พระที่นั่งตึกและหมู่ตำหนักที่ประทับ กับ

(2.) แนวคันนา (อันนา) ยาวจากวัดตรงออกไปนาหลวง

(จากราชกิจจานุเบกษา วันที่ 12 พฤศจิกายน 2442) มีข้อความสำคัญดังนี้

“มีพระที่นั่งเป็นที่ประทับพระเจ้าแผ่นดิน อยู่ข้างพระอุโบสถด้านใต้”

“พระเจ้าแผ่นดินเสด็จมาประทับทอดพระเนตรการทำนา และเกี่ยวข้าว นวดข้าว ลากข้าว…

มีที่สำหรับทรงลากรันแทะยังปรากฏอยู่ที่เรียกว่าแถวรับเสด็จมาจนบัดนี้เป็นช่องอันนายาวตรงออกไปในเวลาเมื่อเสด็จมาทอดพระเนตรการทำนา คงจะได้ประทับอยู่ในที่พระที่นั่งอันตั้งอยู่ใกล้พระอุโบสถ เพื่อเป็นที่ทอดพระเนตรพระอารามอันได้ทรงสร้างขึ้นให้เป็นที่เฉลิมพระราชศรัทธาด้วย”

“และต่อพระที่นั่งออกไปคงจะมีตำหนักน้อยใหญ่อันชำรุดทรุดโทรมสูญหายไปเสีย คงเหลืออยู่แต่พระที่นั่ง เพราะเป็นพระที่นั่งตึก”

เมื่อนวดข้าวเสร็จแล้วมีการละเล่นร้องรำทำเพลงสนุกสนาน (มีบอกไว้ในคำให้การชาวกรุงเก่า)

นาหลวง หมายถึง ที่นาของกษัตริย์อยุธยา อยู่บริเวณทุ่งหันตรา นอกเกาะเมืองทางทิศตะวันออก (มีวัดหันตราริมคลองหันตรา เป็นแลนด์มาร์ก) ใกล้ถนนสายเอเชีย อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา

ชาวกรุงเก่ามีความทรงจำว่านาหลวงเป็นพื้นที่สำหรับประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับการทำนา ซึ่งเป็นนาฏกรรมแห่งรัฐเพื่อขอความเจริญในพืชพันธุ์ว่านยาข้าวปลาอาหารของราชอาณาจักร

แล้วบอกต่อกันว่าสมเด็จพระเจ้าบรมโกศเสด็จทุกปี ไปพิธีนวดข้าวในนาหลวงมีการละเล่นสนุกนักหนา เสร็จนวดข้าวได้ข้าวใส่เกวียนขนเข้าวัง แล้วทำสำรับกับข้าวถวายพระสงฆ์ในอาราม ขณะเดียวกันมีงานฉลองพร้อมการละเล่นต่างๆ ในพระนคร

วัดหันตรา (หน้าวัดปัจจุบัน) หันเข้าหาถนนทางทิศตะวันออก มีถนนคอนกรีตเข้าวัด ทับพื้นที่ “ข้างพระอุโบสถด้านใต้” ซึ่งน่าจะเคยมีพระที่นั่งและหมู่ตำหนัก

วัดหันตรา อยู่ริมคลองหันตรา เป็นวัดเก่าแก่ก่อนแผ่นดินพระเจ้าบรมโกศ จึงพบบานประตูแกะสลักไม้ฝีมือช่างรุ่นเก่า (เก็บไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา) แล้วยังพบศิลปวัตถุรุ่นอยุธยาก่อนเสียกรุงครั้งแรกอีกหลายอย่าง

ต่อมาเสด็จฉลองวัดหันตราหลังปฏิสังขรณ์สำเร็จ (มีในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา)

สมัยรัตนโกสินทร์

ร.5 เคยเสด็จวัดหันตรา ทอดพระเนตรนาหลวงเมื่อ พ.ศ. 2442

หลังจากนั้นต่อมาอีก 10 ปี บริเวณนาหลวง ทุ่งหันตรา มีพิธีแรกนาขวัญ เมื่อ 25 เมษายน พ.ศ. 2452

ราชกิจจานุเบกษา (วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2442) บันทึกว่า ร.5 เสด็จจากบางปะอินโดยรถไฟถึงอยุธยา เมื่อตอนบ่ายวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2442 แล้วเสด็จตลาดหัวรอ จากนั้นลงเรือพระที่นั่งจากท่าพระราชวังจันทร์เกษมล่องตามแม่น้ำป่าสักเข้าทางคลองปากข้าวสาร (วัดเกาะแก้ว) ซึ่งมีคลองเชื่อมไปคลองข้าวเม่าและคลองหันตรา เสด็จประทับที่วัดหันตรา ในราชกิจจานุเบกษามีข้อความโดยสรุปว่า

วัดหันตราเป็นวัดหลวงสมัยอยุธยา หันหน้าไปทางทิศตะวันตกเข้าหาคลองหันตรา ส่วนหลังวัดไปทางทิศตะวันออกเป็นพื้นที่นาหลวง มีเนื้อนา 700 ไร่เศษ (แต่ปัจจุบัน มีถนนผ่านทางทิศตะวันออก จึงเปลี่ยนหน้าวัดหันเข้าหาถนน ส่วนหลังวัดเข้าหาคลอง)