สถานีคิดเลขที่ 12 : ปกป้องพุทธศาสนา
หลังๆ มานี้มีประเด็นเกี่ยวกับแวดวงพระสงฆ์ และพระพุทธศาสนา หลายต่อหลายกรณี จนนำไปสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ เกิดวิกฤตศรัทธาในหมู่ประชาชน
อย่างกรณีพระชื่อดังที่ถูกโยงกับปม “ดิไอคอน” ช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา
เคสล่าสุดพระสงฆ์รูปหนึ่งใน อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ถูกร้องเรียนว่าทำพิธีตัดเวรตัดกรรมมีค่าพานบายศรี 99-399 บาท
หรือแม้แต่กรณีของชายที่นุ่งเหลืองห่มเหลืองแกล้งทำพิการ ออกบิณฑบาตเรี่ยไรเงินจนเป็นกระแสในโลกโซเชียล
รวมทั้งเหตุสำนักสงฆ์ฝึกเรียนหูทิพย์-ตาทิพย์โดยใช้ศพ ถูกมองว่าขัดหลักพระพุทธศาสนา
แต่ดูเหมือนว่าการออกมาแอ๊กชั่นของภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ยังไม่มีมาตรการและนโยบายเชิงรุก ที่จะเข้ามาสะสางสิ่งเหล่านี้อย่างจริงจัง
ข้อสั่งการ 8 ข้อ ของ “ชูศักดิ์ ศิรินิล” รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ “พศ.” เพื่อป้องกันและคุ้มครองพระพุทธศาสนา ที่ได้แถลงออกมาล่าสุด
จึงเป็นความคืบหน้าที่สุดในสมัยของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ทำให้เห็นแนวทางว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนาจะได้รับการแก้ไข
พิจารณา 8 ข้อสั่งการที่ออกมา สอดรับกับสถานการณ์ และปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น 1.การขอให้มีมาตรการกำหนดแนวทางป้องกันการกระทำที่ผิดกฎหมาย การเสพยาเสพติด การเล่นการพนันในบริเวณวัด
2.ป้องกันการกระทำผิดพระธรรมวินัยของพระสงฆ์ ที่ถือเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะการเสพเมถุน รวมถึงการใช้สื่อออนไลน์
3.ติดตามเรื่องการนำคำสอนของพระพุทธศาสนาไปบิดเบือน ไม่ให้ศาสนิกชนหลงผิดในคำสอนของพระพุทธศาสนา หรือเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ของพระสงฆ์ ดำเนินการกับผู้ที่แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์เด็ดขาด
4.กำหนดมาตรการร่วมกับผู้ปกครองคณะสงฆ์ โดยใช้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคัดกรองกับผู้ที่จะอุปสมบท ป้องกันไม่ให้ผู้ต้องคดี ผู้ติดยาเสพติด อาศัยวัดเป็นเครื่องมือเพื่อหลบหลีกความผิด เป็นต้น
การขับเคลื่อนตาม 8 ข้อสั่งการนี้ เป็นโจทย์ใหญ่ของ พศ. ที่มีข้อจำกัดในเรื่องของบุคลากร ในขณะที่มีวัดทั่วประเทศเกือบ 4 หมื่นแห่ง จึงต้องอาศัยการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
รวมทั้งการเข้าไปเสริมความเข้มแข็งของ พระสังฆาธิการ ตั้งแต่เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล และโดยเฉพาะ “เจ้าอาวาสวัด” ที่จะต้องเข้มงวด กวดขันพระลูกวัด
เช่นเดียวกับพระอุปัชฌาย์ ที่จะต้องไม่ย่อหย่อนตรวจเข้มคุณสมบัติผู้ที่จะเข้ามาบวช และหลังจากบวชแล้วก็ต้องดูแลติดตาม
การออกมาขับเคลื่อนในเรื่องนี้ย่อมส่งผลดีต่อพระพุทธศาสนาในสภาวะที่สุ่มเสี่ยงต่อการบิดเบือนและบ่อนทำลาย
สุพัด ทีปะลา

