หน้าแรก คอลัมนิสต์ บทเรียน สำคัญ...

บทเรียน สำคัญ สถานการณ์ ธรรมกาย มีคนตาย 2 คน

13.03.17 | 12:44 น.

เป็นอันกรณี “ธรรมกาย” เริ่มมีทางออกเหมือนที่ “โฆษก” ดีเอสไอ ได้ลั่นวาจาไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ว่า

1 ต้องมี “ทางออก” และ 1 ต้อง “จบ”

สะท้อนให้เห็นว่า การใบ้บอกจาก “ผบ.ตร.” ในทำนองว่า “ไม่มีงานเลี้ยงใดที่จะไม่เลิกรา และงานเลี้ยงนี้ใกล้จะเลิกราแล้ว”

มีสภาพ “ความเป็นจริง” รองรับ

อย่างน้อยเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ระหว่าง “วัดพระธรรมกาย” กับ “ดีเอสไอ” ก็สามารถตกลงกันได้ในระดับ 1

Advertisement

นั่นก็คือ “วัดพระธรรมกาย” ยินยอมให้ “ดีเอสไอ” เข้าไป

โดยมิได้มีเพียง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอเท่านั้น หากแต่ยังมี นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี เท่านั้น

และ พระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เข้าไปด้วย

นอกจากนั้น ยังมีตัวแทนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ยังมีพระวินยาธิการ และยังมีตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ที่ขาดไม่ได้ คือ ตัวแทน “สื่อ” ทั้งในและต่างประเทศ

 

ตรงนี้เองคือ “ทางออก” ที่ไม่เพียงแต่ดีเอสไอจะเป็นฝ่ายเลือก หากทางวัดพระธรรมกายก็เห็นชอบด้วยอย่างเต็มเปี่ยม

จะเรียกว่าพบกัน “ครึ่งทาง” ก็ย่อมได้

นั่นก็คือ ทาง “ดีเอสไอ” มีโอกาสได้เข้าไปตรวจสอบในวัดพระธรรมกายได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นโซนเอ โซนบี และโดยเฉพาะอาคารบุญรักษา

ขณะเดียวกัน ทาง “ธรรมกาย” ก็ได้พิสูจน์ตนเองว่า ไม่มีลับลมคมนัยอะไร

ผลก็คือ ทาง “ดีเอสไอ” ยินยอมให้พระภิกษุ สามเณร สามารถเดินทางเข้าวัดได้ การชุมนุมบริเวณตลาดกลาง คลองหลวง ก็สลายไป

แม้ยังไม่มีการยกเลิก “มาตรา 44” แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะต้องเป็นไปเช่นนั้น

ภาพที่ญาติโยม คณะศิษยานุศิษย์ เดินถือดอกบัวเข้าไปในวัดด้วยใบหน้าอันสดชื่น แจ่มใส คือ รูปธรรมอันเด่นชัดของความพอใจ

ยืนยันว่า “ทางออก” นี้ถูกต้อง เหมาะสม

 

ประเด็นที่อาจจะยังติดค้างอยู่กับ “ดีเอสไอ” และบรรดา “กองเชียร์” ทั้งหลายก็คือ ตลอด 23 วันแห่งการปิดล้อมและเข้าค้น

ยังไม่สามารถได้ตัว พระไชยบูลย์ สุทธิผล

ความหมายของ “ประเด็น” นี้ก็คือ 1 พระไชยบูลย์ สุทธิผล ยังไม่เข้ามามอบตัว และ 1 ดีเอสไอยังไม่สามารถจับกุม พระไชยบูลย์ สุทธิผล นำส่งต่อสำนักงานอัยการสูงสุดได้

นั่นก็คือ จนป่านนี้ยังตอบไม่ได้ว่า พระไชยบูลย์ สุทธิผล อยู่ที่ใด

หากถามคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายก็จะได้คำตอบไปในทำนองเดียวกันว่า ไม่ว่าหลวงพ่อจะอยู่ที่ใดท่านก็ยังอยู่ในใจของศิษย์เสมอ

หากถาม “ดีเอสไอ” ก็จะได้คำตอบว่า น่าจะยังอยู่ในประเทศ

ดีเอสไอยังไม่เชื่อเหมือนที่ นพ.มโน เลาหวณิช หรือ นายไพบูลย์ นิติตะวัน สรุปว่าน่าจะอยู่ในต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว

สถานะของ พระไชยบูลย์ สุทธิผล ก็คือ ผู้ต้องหาที่หลบหนี

สภาพและความเป็นจริงก็คือ ไม่ว่า พระไชยบูลย์ สุทธิผล จะหลบหนีอยู่ ณ ที่ใด แต่ความต้องการที่จะสึกออกจากสมณเพศก็อยู่ในมือของเจ้าคณะใหญ่หนกลาง และเจ้าคณะใหญ่หนกลางก็มอบให้เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีรับผิดชอบ

นี่คือทางออกทางด้าน “การปกครอง” จาก “รัฐบาล” และ “มหาเถรสมาคม”

 

เหมือนกับว่าหนทางออกนี้จะสะท้อนความรู้สึกและความต้องการ “ร่วม” อย่างน้อยก็จาก 2 ฝ่าย

1 คือการหาทางลงของ “ดีเอสไอ” อันหมายถึงการหาทางลงของรัฐบาล และของ คสช. ขณะเดียวกัน 1 ก็ผ่านความเห็นชอบโดยวัดพระธรรมกาย

เท่ากับเป็นการสงบศึก

แต่ที่ไม่ควรลืมก็คือ สถานการณ์ครั้งนี้มีคนตายอย่างน้อย 2 คน