
666 ปี กรุงศรีอยุธยา ต้องอธิบายที่มาให้คนทั่วไปเข้าใจ ซึ่งหนีไม่พ้นกรุงศรีอยุธยามาจากไหน? มายังไง? เมื่อไร? ทำไม? ฯลฯ
นักประวัติศาสตร์โบราณคดี อาจคิดไปเองว่าทุกอย่างเป็นที่รู้และเป็นที่ยุติแล้ว ไม่มีที่ต้องศึกษาค้นคว้าข้องใจสงสัยอีก
ซึ่งไม่จริง เพราะยังมีข้อสงสัยต้องศึกษาค้นคว้าอีกมหาศาล จนชั่วชีวิตนี้ก็ไม่หมด ต่อให้อีกหลายชั่วคนหรือหลายชั่วโคตรก็ไม่มีวันหมด ตราบที่ยังมีคนที่มีความคิดมีความสงสัยอยู่ในโลก ก็ไม่มีวันหมดคำถามเกี่ยวกับคนไทยคือใคร? อยุธยามาจากไหน? และอื่นๆ อีกมหาศาล ฯลฯ
เว้นเสียแต่พวก “ทันสมัย ไร้สมอง” ไม่อ่านเอกสาร ไม่อ่านงานวิชาการของคนคิดต่าง แล้วทอดหุ่ยเป็นขุนนางอยู่ในสถานที่ราชการผลาญภาษีอากรราษฎร ย่อมไม่มีข้อสงสัยทางวิชาการ
ต้องแบ่งปันเผยแพร่ผลิตซ้ำข้อมูลข่าวสารความรู้
666 ปี กรุงศรีอยุธยา จำนวนปีได้จากไหน? ไม่บอกไว้ หรือมีบอกตรงไหนหาไม่พบ?
รายงานข่าวบอกว่าผู้บริหารวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดีบางกลุ่ม เห็นว่าเรื่องราวความเป็นมาของกรุงศรีอยุธยาใครๆ ก็รู้ เพราะเป็นเรื่องเก่าๆ ซ้ำซาก จึงไม่ต้องอธิบายอีก ควรยกแต่ความรู้ใหม่มาเสวนาวิชาการกันมากกว่า
เรื่องนี้น่าจะเข้าใจตรงข้ามกับเมืองประวัติศาสตร์และมิวเซียมสากลโลก ที่ต้องผลิตซ้ำทำซ้ำสม่ำเสมอ พร้อมกิจกรรมสนุกสนาน เพื่อโน้มน้าวชักจูงคนทุกเพศทุกวัยในทุกโอกาส เข้าชมทั้งเมืองประวัติศาสตร์และมิวเซียม ยิ่งทำบ่อยๆ ทำมากๆ ยิ่งกระตุ้นให้คนเข้าชมอีก แล้วสั่งสมความรู้อย่างเพลิดเพลิน
- เมืองประวัติศาสตร์และมิวเซียมประจำแหล่งประวัติศาสตร์ เป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารความรู้ ต้องทำหน้าที่มีกิจกรรมแบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารความรู้เหล่านั้นอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพื่อโน้มน้าวชักจูงกระตุ้นให้คนทุกระดับเข้าถึงความรู้อย่างง่ายๆ ไม่เบื่อ
- ข้อมูลข่าวสารความรู้มีอย่างน้อย 2 ประเภท ได้แก่
ประเภทแรก ข้อมูลพื้นฐาน เช่น อะไร? มาจากไหน? ทำไม? ฯลฯ ต้องทำซ้ำสม่ำเสมอ เพราะคนเข้าชมหมุนเวียนเปลี่ยนไปทุกวัน แม้เป็นคนกลุ่มเดิมก็ไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดจำได้ทุกอย่างแล้ว และจำนวนมากต้องฟังซ้ำ เพราะไม่มีใครจำได้ทุกอย่างที่เคยฟังแล้ว
ประเภทหลัง ข้อมูลใหม่ที่ไม่ลงตัว ยังไม่เสถียร ควรทำในกลุ่มเล็กๆ เฉพาะนักวิชาการและผู้สนใจซึ่งมีไม่มาก แต่มีประโยชน์ทางวิชาความรู้ เมื่อสรุปอย่างใดอย่างหนึ่งได้แล้วจึงนำข้อมูลไปบอกคนเข้าชมซ้ำแล้วซ้ำอีก (ตามประเภทแรก)
มิวเซียมในสากล จึงยกย่องคิวเรเตอร์ (ไทยเรียกภัณฑารักษ์) มืออาชีพ (ที่ไม่ใช่นักวิชาการ หรือนักโบราณคดี) บริหารจัดการมิวเซียมเพื่อมวลชน ไม่ได้ทำเพื่อสนองตัณหาพวกเดียวกันเองเหมือนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแบบอาณานิคมในประเทศด้อยพัฒนา ที่ไม่ได้บริหารจัดการโดยคิวเรเตอร์มืออาชีพ แต่โมเมแล้วทำตีมึนเอานักโน่นนี่นั่นเข้าสู่ตำแหน่ง
พิพิธภัณฑ์ฯ อย่างนี้ในประเทศนี้เลยหยุดความก้าวหน้าราว 50 ปี แต่ไม่โทษตัวเอง ชอบโทษสังคมไทยและคนไทยงี่เง่าไม่เข้าพิพิธภัณฑ์ฯ ของพวกเขาที่ตายซาก
